เห็นโลกกว้างขึ้น เห็นตัวเองเล็กลง ตอน.. ความ “อบอุ่น” ในเมืองที่หนาวที่สุดในโลก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เรื่อง เก่ง เมืองชัย/ภาพ พิริยะ ม่วงยิ้ม

จนแล้วจนรอด เอเลี่ยน 4 ตัว อย่างพวกเราก็มาถึงยาคุสต์ ด้วยการเหมารถมินิแวน นั่งกันยาวๆ 8 โมงเช้า – 3 ทุ่ม จากเนอยันกรี ท่ามกลางเส้นทางที่มีแต่น้ำแข็ง หิมะ และหมอก แถมด้วยอุณหภูมิติดลบตลอดเส้นทาง ก่อนนั่งรถข้ามแม่น้ำ(แข็ง)ที่ชื่อว่าลีน่า ... ถ้าอยู่ชัยภูมิก็เรียกว่าหมดแรงข้าวเหนียว แต่อยู่รัสเซีย เลยบอกได้แค่หมดแรงขนมปังชีส ...ตึ่งโป๊ะ!! และค่ำคืนนี้ ยาคุสต์ไม่ได้ต้อนรับเราด้วยกลองยาวหรือแตรวง แต่จัดเบาๆให้เราที่ –40 ซึ่งหนาวยิ่งกว่าทุกที่ที่เราเจอมา เจ้าหน้าที่โรงแรมบอกเราว่านี่ถือว่าอุ่นมากแล้ว(อย่าบ่น) เมื่อวานซืนนี้ –40 กว่าๆ ...เรียกได้ว่าหนาวจนลืมตู้แช่ได้เลย

 “เช้าวันนี้  -39 องศาเซลเซียส ถือว่าอุ่นขึ้นกว่าเมื่อวาน”  ...

นาเดีย ไกด์ชาวยาคูเทีย เลือกใช้คำว่า “อุ่น” เพื่อให้เราสบายใจในขณะที่เราอยู่ที่นี่ เพราะบางที ที่นี่ก็เคยไปถึง -64 เซลเซียส ถึงตอนนั้น ทุกอย่างในเมืองก็จะถูกแช่แข็ง โรงเรียนหยุด ห้างร้านปิดทำการ หน่วยงานท้องถิ่นก็พัก ถ้าจะมีใครคิดเดินไปมาคงไม่ใช่คนกล้า แต่ออกแนว “บ้า” มากกว่า ดังนั้นการดูอุณหภูมิก่อนออกจากบ้านจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ นาเดียบอกเราว่า “ตอนเด็กๆ ไอนี่โกรธต้นตระกูลมากๆ(แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว) ที่มาตั้งรกรากอะไรในที่ที่มันหนาวขนาดนี้”  เพราะหนาวแบบไซบีเรียนี่ไม่ได้โรแมนติกหิมะตกเป็นซีรี่ย์เกาหลี ขี่กวางเรนเดียร์ หรือปั้นสโนว์แมนแล้วปาหิมะใส่กันเลย  ที่นี่มันหนาวนิ้วขาด หนาวน้ำแข็งอุดจมูกตาย...

จริงๆแล้ว ยาคุสต์ไม่ได้สุดติ่งแต่ความหนาว แต่เป็นถึงเมืองสำคัญเมืองหนึ่งของเขตไซบีเรียในรัสเซีย และเป็นเมืองหลวงของรัฐซาคา จากเคยถูกใช้เป็นพื้นที่เนรเทศนักโทษเมื่อสมัยโซเวียต สู่เมืองใหญ่ ที่ตั้งอยู่ห่างจากมอสโควคนละฟากฝั่ง มีเวลาห่างเมืองหลวงถึง 6 ชั่วโมง ยังไม่รวมหน้าตาที่หมวยตี๋ ความเชื่อเรื่องภูติผี และประเพณีที่ดูยังไงก็เอเชียสุดๆ คนที่นี่จึงมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นคนเอเชียมากกว่ารัสเซียหรือยุโรป    นอกจากนี้ ที่นี่คือแหล่งทองคำสำรอง เพชร เหล็กและแร่อื่นๆ อันดับต้นๆของประเทศตั้งแต่ยุคโซเวียต เป็นแหล่งพลังงานสำรองอย่างแก็ส ถ่านหิน และน้ำมัน มากจนสามารถทำให้ทั้งประเทศนี้ตัวอุ่นได้อีกนาน คนที่นี่เลยอยู่เพื่อเก็บเกี่ยวและไม่คิดหนีไปไหน ยาคุสต์จึงถูกยกให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจทางตะวันออกของรัสเซีย

“แต่ทองคำและแร่ทำให้คนที่นี่อุ่นขึ้นไม่ได้ ยาคูเทียทุกคนต้องรู้จักปรับตัว”

เมื่อหน้าหนาวมาเยือน คนที่นี่จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในบ้านเป็นหมีจำศีล เพราะในบ้านนั้นมีฮีตเตอร์ อุ่นๆ มีประตูบ้าน+หน้าต่างหนาๆ ถึง 2 ชั้น เรียกได้ว่ากันได้ตั้งแต่ลมหนาวยันซอมบี้  และทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์เยอะๆ(ถ้าคิดบวกก็เพื่อเก็บพลังงาน แต่ถ้าเอาจริงๆก็ผักมันปลูกไม่ได้) หากมีธุระข้างนอกบ้าน ก็จะจัดการแผนให้ชัดเจนว่าจะไปไหนบ้าง ไม่นิยมใช้ชีวิตกลางแจ้ง มีเสื้อผ้าขนสัตว์เป็นเกราะป้องกัน และการกินวิตามินดีคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ พยากรณ์อากาศก็ต้องดูทุกวันเพื่อป้องกันแจ๊กพ็อตแตก ใช้ชีวิตอย่างนี้ วนไปอย่างต่ำ 6-8 เดือน และทำทุกอย่างตรงข้ามเมื่อหน้าร้อนมาหา แต่ถ้าทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก็ต้องหนีเย็นไปหาร้อน ...ที่เมืองไทย!!

“ทุกคนรู้จักไทยแลนด์ ที่นั่นคือสวรรค์สำหรับพวกเรา สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ค่าครองชีพถูก”  “เพื่อนฉันต้องตื่นเต้นมากๆ ถ้าเขารู้ว่าตอนนี้ฉันมีลูกทัวร์เป็นคนไทย” นาเดียบอก... ยังไม่รวมที่ชาวเมืองยาคุสต์คนอื่นๆ ต้อนรับเราอย่างเซเลปซะดึงหน้าตึงแทบไม่ทัน มีการจับไม้จับมือ ขอถ่ายรูปด้วย อย่างจะเอาไปอวดเพื่อนๆว่าวันนี้ไปเจอคนไทยมา ดูแลเราดีเป็นพิเศษ ถามเรื่องมวยไทย(ใช้คำว่าบ๊อกซ์ๆ แล้วตั้งการ์ดใส่) ชอบโทนี่ จา พัทยา ภูเก็ต สมุย อาหารข้างทางอร่อย มีฝนตกบ่อยและเลดี้บอย ก่อนตบท้ายด้วยเรื่องแดด...คนที่นี่เชื่อว่าไทยแลนด์คือสวรรค์ และคนไทยเป็นมนุษย์ที่โชคดีมากที่ประเทศมีแดดทั้งปี มีอาหารหลากหลาย เต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้ง ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส “ฉันไม่เคยไปเมืองไทย แต่คนที่นี่ส่วนใหญ่คิดว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตเราต้องไปเมืองไทยให้ได้” นาเดียบอก ทั้งๆที่กว่าจะมาไทยได้ พวกเขาต้องนั่งเครื่องจากยาคุสต์ - มอสโคว(7ชั่วโมง) – มอสโคว – กรุงเทพ(9 ชั่วโมง) จนตอนนี้รู้แล้วว่า แท้จริงแล้ว ความอบอุ่นที่แท้จริงของคนที่นี่ไม่ใช่ฮีตเตอร์ แต่คือชีวิต แสงแดด และธรรมชาติแบบไทยๆ ที่เราเองแสนจะเกลียด และยิ่งเซอร์ไพร์สไปกว่านั้น คือคนในเมืองที่หนาวที่สุดในโลก กลับรู้จักพวกเราดีกว่าพวกเราที่แทบไม่รู้จักอะไรเขาเลย กลายเป็นอุตส่าห์มาหาเมืองดังระดับกินเนสส์บุคแท้ๆ แต่เป็นคนท้องถิ่นที่ตื่นเต้นยิ่งกว่าเรา “เห็นโลกกว้างขึ้น เห็นตัวเองเล็กลงจริงๆ”

ททท. สำนักงานมอสโควได้เคยให้สัมภาษณ์กับมติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 28 ธันวาปีที่แล้วว่า เมื่อปี 59 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียมาเมืองไทยเฉียดล้าน และมีการปรับตัวด้านการตลาด เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ มาพักผ่อนกันเป็นครอบครัว มีกำลังจ่าย โดยเริ่มเบนเข็มจากที่เคยเที่ยวยุโรปมายังเมืองไทยแทน เพราะมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า(ตอนนี้เศรษฐกิจที่รัสเซียไม่ค่อยดี) บวกกับแผนการโปรโมตของ ททท. ที่โดนใจลูกค้า และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 60 อีกไม่เกิน 15% จนเราต้องกลับมาคิดว่า ถ้าหมีเข้าปากช้างขนาดนี้แล้ว เราเองก็ควรทำให้เขารู้ว่า ที่นี่ก็มีอะไรดีมากกว่าแดดแรงๆเหมือนกัน ทั้งป่าเขา วัด วัง และประเพณีต่างๆที่หลากหลายจนสามารถเอ็นจอยได้ทุกเดือน หรือเริ่มปรับตัวเรื่องภาษาหันมาเพิ่มภาษารัสเซียบ้าง พี่หมีขาวจะได้ไม่ต้องไปแย่งแดดที่พัทยากับภูเก็ตเพียงอย่างเดียว

...แต่อย่าว่างั้นงี้ ถ้าพี่หมีจะใจดี เอาบางส่วนที่มีปัญหาทำตัวเป็นพี่เบิ้มตามแหล่งท่องเที่ยวกลับบ้านพี่ไปด้วย ก็จะยิ่งเป็นพระคุณ 

“อย่างน้อย ทั้งผมและพี่ จะได้มีสวรรค์เอาไว้หลบหนาวนานๆ”

 

*** ติดตามเรื่องราวการผจญภัยในเมืองที่หนาวที่สุดในโลกเช่นนี้แบบเต็มๆ ในรายการ "ปักหมุดสุดขอบโลก" ทาง PPTVHD ช่อง 36 เริ่ม เดือนเมษายนนี้ 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ