คำร่ำลือว่า "ที่ดินโป่งลึก-บางกลอย" ห่างไกลความเจริญไม่เกินความจริง คณะเดินทางของเราใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ลัดเลาะไหล่เขาและเส้นทางขรุขระที่เต็มไปด้วยแมกไม้น้อยใหญ่ปกคลุมเต็มสองฟากทางตลอด 30 กิโลเมตร จนมาถึงที่พักอาศัยของชาวกะเหรี่ยงแห่งผืนป่าแก่งกระจาน หมู่ 1 และ หมู่ 2 จุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้
ณ "โป่งลึก-บางกลอย" ผืนดินส่วนหนึ่งเจ้าหน้าที่จัดสรรให้เป็นที่พักพิงของพวกเขา บางครอบครัวมาอยู่ด้วยความสมัครใจ บางครอบครัวจำใจมาอยู่เพราะทำตามคำสั่งเจ้าหน้าที่
เสียงร้องของเด็กเล็กๆ แว่วตามสายลมมาเป็นระยะ ในขณะที่เด็กบางกลุ่มพอรู้ปะสีปะสาก็วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานสร้างสีสันให้หมู่บ้านกะเหรี่ยงแห่งนี้ไม่เงียบเหงา
ตลอด 2 วัน คณะทำงานของเราได้คลุกคลีอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ภาพความเป็นอยู่ก็สะท้อนชัด เกือบทุกบ้านมีประชากรเกิดใหม่ นั่นหมายความว่า "ที่ดินมีความหมายกับชีวิต" ของพวกเขาอย่างแน่นอน เพื่อให้พวกเขาสามารถอยู่ในสถานะเลี้ยงครอบครัวได้ ไม่อดอยากปากแห้ง
ชาวกะเหรี่ยงรุ่นใหม่รายหนึ่ง เล่าให้เราฟังว่า พวกเขายอมรับสภาพได้ กับการอยู่ที่โป่งลึก-บางกลอย เด็กๆ ซึ่งเติบโตที่นี่พูดภาษาไทยได้ สามารถออกไปทำงานพิเศษในเมือง โดยความคิดนี้สวนทางกับรุ่นปู่ รุ่นย่า ของพวกเขาที่อยากกลับไปยัง "ใจแผ่นดิน" หรือ "บางกลอยบน" โดยพวกเขายังยืนหยัดว่า ที่นั่นหากินสะดวก ปลูกพืชไร่ได้ดีกว่า และผืนดินแห่งนั้นเป็นบ้านของพวกเขาอย่างแท้จริง
หนึ่งในนั้นคือ "ปู่คออี้ มีมิ" หรือ นายโคอิ หรือจออี้ ชายชราวัย 105 ปี ที่ได้สมญานามว่าเป็น "ผู้นำทางจิตวิญญาณของกะเหรี่ยงแห่งผืนป่าแก่งกระจาน" ปู่คออี้พูดผ่านชาวกะเหรี่ยงที่พูดภาษาไทยจับใจความได้ว่า ความหวังของปู่ไม่ใช่เงินทองจากการฟ้องร้อง สู้คดี แต่ปู่หวังว่า ลูกหลานจะได้กลับไปอยู่ที่ "ใจแผ่นดิน" ปู่บอกว่าที่ผ่านมาเราหากินอยู่ในป่าตามวิถีของบรรพบุรุษ ถ้อยคำนี้ผ่านการแปลของล่ามชาวกะเหรี่ยง
คณะทำงานของเราได้รับเชิญให้ขึ้นไปพูดคุยกับ "ปู่คออี้" บนบ้านไม้ไผ่ยกพื้นสูงที่มีขนาดกะทัดรัด ซึ่งปู่คออี้อยู่กับ "หน่อแอะ มีมิ" ลูกชายคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ วัย 55 ปี ทุกวันนี้ หน่อแอะ เดินเหินไม่ได้แล้ว แต่ก็ให้การต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนเล่าเหตุการณ์การโยกย้ายบ้านของปู่คออี้และกะเหรี่ยงแก่งกระจานรวมถึงตัวเขาว่า....เริ่มต้นขึ้นปี 2539 ที่เจ้าหน้าที่ให้กะเหรี่ยงซึ่งอาศัยอยู่บางกลอยบน หรือ "ใจแผ่นดิน" อพยพลงมาจากบ้านที่เขาอ้างว่าอยู่ตั้งแต่เกิด มาอยู่ที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ครอบครัวของเขาจึงต้องจำใจโยกย้ายลงมา พร้อมกับกะเหรี่ยง 57 ครอบครัว รวม 391 คน
อยู่ได้ประมาณ 3 เดือน หน่อแอะ บอกว่า ปู่คออี้ทนอากาศร้อนไม่ไหว และคิดถึงเสียงของป่า จึงอพยพกลับไปอยู่ที่บ้านหลังเดิมที่บางกลอยบน และนี่เป็นครั้งที่2ของการถูกบังคับให้อพยพโยกย้าย วันที่ 6 พฤษภาคม 2554 หน่อแอะถูกจับขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาส่งที่สถานีตำรวจ และถูกส่งต่อไปยังเรือนจำ บ้านถูกเผา ยุ้งฉางถูกรื้อทำลาย รวมทั้งข้าวเปลือกร่วม 400 ถังถูกทำลายและสูญหาย โดยเจ้าหน้าที่(ไม่ทราบหน่วยงานแน่ชัด)
หน่อแอะ เล่าว่า เหตุการณ์นั้นตัวเองถูกตั้งข้อหาว่ามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและในวันรุ่งขึ้น ปู่คออี้และหลานถูกนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์ลงมาที่บ้านบางกลอย เกือบสองอาทิตย์ ต่อมาพวกเขาจึงรับรู้ในเวลาใกล้เคียงกันว่า ทั้งบ้านและยุ้งฉางถูกเผาจนไม่เหลืออะไร เวลานั้น ลูกหลานต้องแตกกระสานซ่านเซ็น
แม้จะเป็นเรื่องซ้ำๆ ที่เราเคยได้ยิน แต่แน่นอนว่าวิญญาณ และจิตใจของปู่คออี้ ยังอยู่ที่ "ใจแผ่นดิน" แม้จะผ่านมาเกือบ 6 ปี ที่จำจากมา
อีกวันของความทรงจำและการเพรียกหาที่ยังคงตรึงอยู่ในใจของชาวกะเหรี่ยงแห่งผืนป่าแก่งกระจาน คือ วันที่ 17 เมษายน โดยปีนี้ครบรอบ 3 ปีการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของ บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ หลานปู่คออี้ กะเหรี่ยงแก่งกระจานคนเดียวที่เขียนและอ่านภาษาไทยได้ เมื่อ 3 ปีก่อน บทบาทของเขา เปรียบเสมือนผู้นำของคนกะเหรี่ยง ปกาเกอะญอ แห่งต้นน้ำเพชรบุรี ที่ร่วมต่อสู้เรื่องปัญหาที่ดินทำกิน ก่อนที่บิลลี่จะหายตัวไป
ทำให้ พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยาของบิลลี่ พอละจี นักต่อสู้ด้านสิทธิชุมชนชาวกะเหรี่ยง แบกรับภาระทั้งพ่อและแม่ดูลูก 5 คนเพียงลำพัง ขณะเดียวกันก็ยังตามหาสามีและเรียกร้องให้มีการขับเคลื่อนกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับบุคคลให้สูญหาย ไม่เพียงเท่านี้เธอยังคงสานต่อเจตนารมณ์ในการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนให้กับชาวปกากะญอ แทน "บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ" สามีและนักสู้ของชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่หายตัวไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ประวัติ “ปู่คออี้” ผู้นำจิตวิญญาณของชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจาน
- “ปู่คออี้” จากไปอย่างสงบแล้ว ด้วยวัย 107 ปี
- เปิดใจ ปู่คออี้ “กะเหรี่ยงอยู่ป่าแก่งกระจานมาก่อน ให้สาบานที่ไหนก็ได้”
- ถอดสมการข่าว EP.5 “ปู่คออี้ ทัศน์กมล บิลลี่ และบ้านที่ถูกเผาของกะเหรี่ยงแก่งกระจาน”
- สารคดีข่าวสารตั้งต้นตอน เจ้า [ของ] ป่า
PPTV PHOTO : สมศักดิ์ เนตรทอง