เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือเชลซี มีสไตล์ชอบพูดจาจุดประเด็นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะมีนัยยะมากขึ้น เพราะมาเรสก้าได้เปิดศึกท้าชนกับเจ้าของสโมสรอย่างชัดเจน
ซึ่งชนวนเหตุมันคือวันเสาร์ที่ผ่านมา เมื่อมาเรสก้าตอบคำถามเกี่ยวกับ มาโล กุสโต้ โดยอ้างว่าช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมาคือเวลาที่แย่ที่สุดของเขาที่เชลซี เนื่องจาก "ขาดการสนับสนุน"
แม้จะมีเวลาคิดทบทวนเกือบสองวัน แต่มาเรสก้าก็ ปฏิเสธที่จะอธิบายเพิ่มเติม ถึงสิ่งที่เขาบ่นแบบกำกวม
การที่เขาไม่ออกมาแก้ข่าว ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าคำบ่นนั้นพุ่งเป้าไปที่เจ้าของสโมสรและผู้อำนวยการกีฬาของเชลซีโดยตรง
และแหล่งข่าวหลายรายมองว่ามาเรสก้าเริ่มเบื่อหน่ายกับการต้องคอยอธิบายตัวเองให้ทีมบริหารฟัง และไม่มั่นใจว่าบอร์ดบริหารเชื่อใจเขาจริงหรือไม่ แม้แต่ก่อนเกมคาราบาว คัพ เขาก็ยังไม่ยอมปฏิเสธการตีความนี้แต่อย่างใด
อย่างไรก็ดีแหล่งข่าวใกล้ชิดเชลซีบางคนเชื่อว่าคำบ่นของเขาเป็นเพียง "อารมณ์ชั่ววูบหลังจากชนะ" (ในเกมกับเเอฟเวอร์ตัน) แต่มาเรสก้าไม่ได้แสดงท่าทีว่าเขาพูดเกินเลยไปเลยแม้แต่น้อย
เขากล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า "ผมเคารพความคิดเห็นของทุกคน แต่ผมไม่มีอะไรจะพูดเพิ่มเติม โฟกัสของผมอยู่ที่เกมต่อไปเท่านั้น" และย้ำว่า "เวลาผมอยากพูดอะไร ผมพูดชัดเจนไปแล้ว ผมไม่จำเป็นต้องพูดเพิ่ม"
ซึ่งถ้าเรามองในแง่ผลงาน มาเรสก้าถือเป็นนักวางแผนที่มีฝีมือและประสบความสำเร็จพอสมควรในช่วง 18 เดือนที่คุมทีม โดยคว้ามาได้ถึงสองถ้วย คือถ้วยสโมสรโลกและถ้วยคอนเฟอเรนซ์ลีก อย่างไรก็ตาม การเล่น "สงครามจิตวิทยา" แบบกำกวมแบบนี้ อาจส่งผลเสียต่อตัวเขามากกว่าที่เขาคิดก็เป็นไปได้
ก่อนหน้านี้เขาก็เคยสร้างความสับสนอลหม่านมาแล้ว เช่น การอ้างว่าสโมสรไม่ได้ตั้งเป้าหมายไปแชมเปียนส์ลีกก่อนจะยอมรับภายหลังว่าเป็นเป้าหมายหลัก หรือการพยายามส่งสัญญาณให้ซื้อกองหลังใหม่หลัง ลีวายโคลวิลล์ บาดเจ็บ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมถอยเพราะผู้บริหารไม่ได้เสริมใครเข้ามา
ครั้งนี้เขายิ่งเสี่ยงหนัก เพราะเป็นการสร้างกระแสว่าเจ้าของสโมสร "เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการทำงานมากเกินไป" ซึ่งเป็นประเด็นที่อ่อนไหวที่สุดในทีมบริหารยุคใหม่
นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่าสิ่งที่ทำให้มาเรสก้าคิดว่าตนเองขาดการสนับสนุนจากบอร์ดบริหาร คือการที่แนวคิดโรเตชั่นนักเตะนั้นมาจากบอร์ดบริหารด้วย ไม่ได้มาจากมาเรสก้าคนเดียว แต่พอทีมแพ้ หรือผลไม่เป็นไปดั่งใจ คนต้องออกมารับหน้า กลับเป็นมาเรสก้าคนเดียว
อย่างไรก็ดี แม้จะมีการระเบิดอารมณ์ครั้งนี้จากมาเรสก้า แต่แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ก็ยังรายงานว่าบอร์ดบริหารของเชลซียังสนับสนุนเอ็นโซ่ มาเรสก้า ต่อไป
โดยมาเรสก้ามีสัญญากับเชลซีถึงปี 2029 และสโมสรมีแผนจะประเมินผลงานเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลตามปกติ เป้าหมายหลักคือการคว้าตั๋วไปเล่นแชมเปียนส์ลีกอีกครั้ง รวมถึงทำผลงานดีในบอลถ้วย
แม้เป้าหมายเหล่านี้ยังทำได้อยู่ แต่สิ่งที่มาเรสก้าพูดและทำ อาจมีผลต่ออนาคตของเขาพอ ๆ กับผลงานในสนาม
แหล่งข่าววงในคนหนึ่งเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า "ถ้ามาเรสก้าอยากทำสงคราม ผู้ชนะก็จะมีแค่คนเดียว และคนนั้นไม่ใช่เขา ถ้าเขาคิดจะหาทางออกง่าย ๆ ต้องระวังตัวให้ดี และถ้าเขาอยากอยู่ต่อ วิธีแสดงออกของเขามันก็ดูแปลก ๆ มาก"