กว่าจะเป็นแข้งหญิง"ทีมชาติญี่ปุ่น" เปิดเส้นทางจากโรงเรียนสู่ทีมชาติ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ญี่ปุ่นไม่ได้เก่งเพราะโชคช่วย แต่มีระบบพัฒนาฟุตบอลหญิงตั้งแต่ระดับโรงเรียน สู่ลีกอาชีพ และทีมชาติ จนสร้างแข้งคุณภาพได้รุ่นแล้วรุ่นเล่า

การเจอกับ “ญี่ปุ่น” หนึ่งในทีมระดับแถวหน้าของเอเชีย ไม่ได้มีแค่เรื่องผลการแข่งขันในสนาม เพราะเบื้องหลังความแข็งแกร่งของพวกเขาคือระบบพัฒนาฟุตบอลหญิงที่สร้างนักเตะขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งถ้ามองจากชื่อชั้น ญี่ปุ่นอาจเป็นทีมที่แฟนบอลคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ทั้งเรื่องเทคนิค ความเข้าใจเกม และมาตรฐานการเล่นที่สูง แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าการถามว่า “ญี่ปุ่นเก่งแค่ไหน” คือคำถามว่า พวกเขาสร้างนักฟุตบอลที่เก่งขึ้นมาได้อย่างไร และทำไมถึงทำได้ต่อเนื่องหลายรุ่น?

ฟุตบอลหญิงทีมชาติญี่ปุ่น Reuters/ELOISA LOPEZ
ฟุตบอลหญิงทีมชาติญี่ปุ่น

จุดเริ่มต้นจากโรงเรียน

หนึ่งในเอกลักษณ์ของฟุตบอลญี่ปุ่นคือ ระบบทีมฟุตบอลโรงเรียน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนานักเตะมาตั้งแต่ระดับรากหญ้า

ในหลายประเทศ เส้นทางของนักฟุตบอลเยาวชนมักผูกอยู่กับสโมสรหรืออะคาเดมีเป็นหลัก แต่ในญี่ปุ่น โรงเรียนเองก็มีระบบฟุตบอลที่จริงจังและมีการแข่งขันระดับประเทศรองรับ

ฟุตบอลหญิงระดับมัธยมได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอลหญิงระดับมัธยมปลายแห่งประเทศญี่ปุ่น ที่สามารถดึงดูดแฟนบอลเข้ามาชมการแข่งขันจำนวนมาก

นั่นหมายความว่า เด็กผู้หญิงที่เริ่มเล่นฟุตบอลไม่ได้จำเป็นต้องเข้าสู่อะคาเดมีของสโมสรตั้งแต่แรก พวกเธอสามารถเริ่มต้นจากทีมฟุตบอลของโรงเรียน ฝึกซ้อม แข่งขัน และพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้

ที่สำคัญคือระบบนี้ไม่ได้มองว่าการฝึกฟุตบอลเป็นเรื่องของผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักเตะในระยะยาว

โค้ชทีมชาติญี่ปุ่นระดับเยาวชนเคยอธิบายว่า การฝึกสอนในแต่ละวันมีความสำคัญอย่างมาก โดยพื้นฐานเหล่านี้เริ่มต้นตั้งแต่รุ่นอายุ 12 และ 15 ปี ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาความสามารถของนักเตะขึ้นไป

พูดง่ายๆ คือ ญี่ปุ่นไม่ได้รอให้เด็กโตแล้วค่อยสอนให้เล่นฟุตบอลเก่ง แต่เริ่มสร้างพื้นฐานตั้งแต่เด็ก

ฝึกให้เก่งตั้งแต่ยังไม่ต้องคิดเยอะ

อีกหนึ่งแนวคิดที่น่าสนใจของระบบเยาวชนญี่ปุ่นคือ การให้ความสำคัญกับ ความแม่นยำมากกว่าพละกำลัง

ในช่วงวัยเด็ก การฝึกจะเน้นเรื่องพื้นฐาน เช่น การจับบอล การจ่ายบอล การควบคุมบอล การเคลื่อนที่ และการตัดสินใจ โดยพยายามทำให้ทักษะเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่นักเตะสามารถทำได้โดยอัตโนมัติ

เพราะสำหรับญี่ปุ่น ฟุตบอลไม่ได้มีแค่เรื่องว่า “ใครเร็วกว่า ใครแข็งแรงกว่า” แต่คือ ใครควบคุมบอลได้ดีพอที่จะทำสิ่งที่ตัวเองต้องการในเวลาที่มีอยู่เพียงไม่กี่วินาที

เมื่อโตขึ้น การฝึกจึงค่อยๆ เพิ่มเรื่องแท็กติก ความเข้าใจเกม และความสามารถในการเล่นหลายตำแหน่งเข้าไป

เด็กคนหนึ่งจึงไม่ได้ถูกพัฒนาให้เก่งเพียงตำแหน่งเดียว แต่ต้องเข้าใจว่าพื้นที่ต่างๆ ในสนามมีความสัมพันธ์กันอย่างไร และต้องปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา

 “ลูกบอลเคลื่อนที่เร็วกว่าคน”

นี่เป็นหนึ่งในภาพที่อธิบายสไตล์ฟุตบอลญี่ปุ่นได้ดี ญี่ปุ่นไม่ได้พยายามเอาชนะคู่แข่งด้วยการใช้พละกำลังเป็นหลัก แต่ใช้การเคลื่อนที่และการจ่ายบอลเพื่อทำให้เกมเร็วขึ้น

การจ่ายบอลสั้น 1-2 จังหวะ การเคลื่อนที่หาพื้นที่ว่าง และการให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งเข้ามารับบอล ทำให้บอลสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เร็วกว่าการพาบอลไปเอง

แนวคิดนี้ยังช่วยแก้ข้อจำกัดด้านรูปร่างที่นักเตะญี่ปุ่นอาจเสียเปรียบชาติจากยุโรปหรืออเมริกา

ถ้าไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งด้วยการปะทะ ก็ใช้การควบคุมบอล ความเร็วในการตัดสินใจ และการเคลื่อนที่เป็นทีมเข้ามาทดแทน

จึงเกิดภาพที่เราเห็นบ่อยในทีมชาติญี่ปุ่น นั่นคือการต่อบอลเร็ว ผู้เล่นเคลื่อนที่ตลอดเวลา และมีนักเตะหลายคนพร้อมเข้าไปอยู่ในพื้นที่อันตรายพร้อมกัน

จากโรงเรียนสู่ JFA Academy

แน่นอนว่าโรงเรียนอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างนักฟุตบอลระดับทีมชาติ ญี่ปุ่นจึงมีระบบพัฒนาเยาวชนของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น หรือ เจเอฟเอ อคาเดมี ฟุกุชิมะ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2006

แนวคิดของอะคาเดมีแห่งนี้คือการสร้างนักฟุตบอลไปพร้อมกับการศึกษา โดยให้นักเตะเยาวชนได้รับทั้งการเรียนและการฝึกฟุตบอลในระดับสูง

สำหรับฟุตบอลหญิง ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในศูนย์พัฒนาเยาวชนที่สำคัญของญี่ปุ่น นักเตะทีมชาติหญิงหลายคนผ่านระบบของอะคาเดมีแห่งนี้มาก่อน และประสบการณ์จากระบบดังกล่าวช่วยให้พวกเธอสามารถก้าวขึ้นไปเล่นในระดับนานาชาติได้

นั่นทำให้เส้นทางของนักฟุตบอลหญิงญี่ปุ่นเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ โรงเรียน → ระบบเยาวชน → อะคาเดมี → สโมสร → ทีมชาติ

และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “มีที่ให้ไปต่อ”

ต่อให้ญี่ปุ่นสร้างนักเตะเยาวชนได้ดีแค่ไหน หากไม่มีลีกระดับอาชีพให้พวกเธอพัฒนาต่อ ระบบทั้งหมดก็อาจหยุดอยู่แค่ระดับเยาวชน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการก่อตั้ง วีลีกหญิง ในปี 2021 จึงมีความสำคัญ

ก่อนหน้านั้นฟุตบอลหญิงญี่ปุ่นมีลีกนาเดชิโกะเป็นศูนย์กลาง แต่การเกิดขึ้นของวีลีกทำให้ฟุตบอลหญิงญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่ยุคอาชีพเต็มตัว

สำหรับเด็กผู้หญิงที่กำลังฝึกฟุตบอลอยู่ในโรงเรียน เส้นทางจึงชัดเจนขึ้นว่า หากพัฒนาตัวเองต่อไป พวกเธอสามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพและหาเลี้ยงตัวเองจากฟุตบอลได้จริง

และเมื่อมีปลายทางที่ชัดเจน การแข่งขันเพื่อขึ้นไปถึงจุดนั้นก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น

ผลลัพธ์จึงไม่ได้เกิดขึ้นกับทีมชาติชุดเดียว

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของระบบนี้คือ ญี่ปุ่นไม่ได้สร้างนักเตะเก่งขึ้นมาเพียงหนึ่งรุ่นแล้วหายไป แต่สามารถผลิตนักเตะรุ่นใหม่ขึ้นมาแทนที่กันได้เรื่อยๆ

ผลงานในระดับเยาวชนสะท้อนเรื่องนี้ได้ดี ทั้งทีมชาติหญิง U-17 และ U-20 ของญี่ปุ่นต่างมีผลงานโดดเด่นในฟุตบอลโลก และเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว

นั่นหมายความว่า ความสำเร็จของฟุตบอลหญิงญี่ปุ่นไม่ได้เกิดจากการรวมตัวของนักเตะเก่งๆ เพียงไม่กี่คนแต่มาจากระบบที่เริ่มทำงานตั้งแต่เด็ก

ตั้งแต่เด็กที่เตะบอลอยู่ในโรงเรียน เด็กที่ฝึกทักษะพื้นฐานซ้ำแล้วซ้ำอีก เด็กที่เรียนรู้การเล่นเป็นทีมและเข้าใจแท็กติก เด็กที่เข้าสู่ระบบอะคาเดมี ก่อนจะมีลีกอาชีพรองรับเมื่อพวกเธอโตขึ้น

สุดท้ายแล้ว เมื่อเด็กเหล่านี้เดินทางมาถึงทีมชาติ ญี่ปุ่นจึงมีนักเตะรุ่นใหม่เข้ามาเติมระบบได้อย่างต่อเนื่อง
และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญว่า ทำไมเวลาพูดถึงฟุตบอลหญิงญี่ปุ่น เราจึงไม่ได้กำลังพูดถึงแค่ “ทีมชาติชุดหนึ่ง” แต่กำลังพูดถึง ระบบฟุตบอลที่ใช้เวลาสร้างนักเตะมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

ทีมชาติหญิงไทยกำลังจะได้เจอกับผลลัพธ์ของระบบนั้นในสนาม คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า ไทยจะรับมือญี่ปุ่นได้อย่างไร แต่อาจเป็นคำถามที่สำคัญกว่านั้นว่า ประเทศไทยจะสร้างระบบฟุตบอลหญิงที่ผลิตนักเตะเก่งๆ ได้อย่างต่อเนื่องแบบญี่ปุ่นได้อย่างไรมากกว่า

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ