"ปวดหลังเรื้อรัง" ในคนวัยทำงาน อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
ปัญหาสุขภาพในคนวัยทำงานที่พบได้บ่อยคือโรคออฟฟิศซินโดรม โดยเฉพาะอาการปวดหลังที่เรื้อรังแก้อย่างไรก็ไม่หาย
โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นปัญหาสุขภาพที่มักพบบ่อยในคนวัยทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนทำงานออฟฟิศที่ต้องนั่งอยู่กับที่และจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม ได้มากกว่ากลุ่มอื่น ส่วนใหญ่เป็นอาการที่เกิดจากการอักเสบและเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการปวดคอ ปวดตามตัว รวมถึงการปวดหลังเรื้อรังตามมา
ต้นเหตุออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)
การปวดหลังเรื้อรังถือเป็นลักษณะอาการสำคัญอย่างหนึ่งของโรคออฟฟิศซินโดรม ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทำงานออฟฟิศในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหาร พนักงานปฏิบัติการ รวมถึงงานในสายการผลิต ซึ่งเกิดจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ
1.คุณภาพของกล้ามเนื้อที่แย่ลงจากการขาดความเอาใส่ใจในการออกกำลังกาย
2.อิริยาบถในการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น นั่งนาน นั่งหลังค่อม นั่งยกไหล่ หรือแม้แต่การปรับตำแหน่งจอคอมพิวเตอร์สูงหรือต่ำจนเกินไป ส่งผลให้ต้องก้มหรือเงยจนก่อให้เกิดอาการปวดคอและปวดหลังเรื้อรัง
แต่ก็นับว่าโชคดีที่อาการปวดตามส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณหลังที่เกิดจากโรคออฟฟิศซินโดรม ส่วนใหญ่เมื่อเป็นแล้วมักจะไม่รุนแรง สามารถทุเลาได้เอง หากได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอหรือได้รับการรักษาในเบื้องต้น อย่างเช่น การประคบเย็น ประคบร้อน หรือการรับประทานยา เป็นต้น
ป้องกันออฟฟิศซินโดรม
ออกกำลังกายสม่ำเสมอต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 30 นาที ทุก ๆ 4 – 5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
คนทำงานออฟฟิศที่ต้องนั่งนาน ๆ ควรพักและเปลี่ยนอิริยาบถในทุก ๆ 1 – 2 ชั่วโมงเพื่อให้กล้ามเนื้อที่ทำงานหนักและล้าได้ผ่อนคลาย ด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น บิดขี้เกียจ หรือที่เรียกว่า การ Streching คือการเหยียดกล้ามเนื้อให้ตึงและทิ้งไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและลดอาการเกร็งตัว ตลอดจนอาการปวดกล้ามเนื้อได้มาก
รู้ลึก "ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม" เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ได้คุณภาพชีวิตที่ดีคืนมา
โภชนบำบัดหลัง "ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม" ช่วยผู้ป่วยฟื้นตัวไว
ออฟฟิศซินโดรมหรือโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง
มีโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังบางโรคที่มีรูปแบบอาการคล้ายคลึงและแฝงตัวมาในลักษณะของโรค Office Syndrome แต่มีความรุนแรงและเสี่ยงต่อการเป็นโรคทางกระดูกสันหลังที่ร้ายแรง เช่น กระดูกสันหลังตีบแคบไปเบียดเส้นประสาทหรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
วิธีสังเกตอาการของโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ส่วนใหญ่เมื่อมีอาการปวดร่วมกับการชา ปวดร้าวไปยังบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย การควบคุมการทำงานของอวัยวะผิดเพี้ยน เช่น ลายมือเปลี่ยน หรือมีอาการ Night Pain คือ การปวดอย่างรุนแรงในตอนกลางคืน นอกจากนี้เมื่อได้พักผ่อนและรับการรักษาในเบื้องต้นแล้วอาการดังกล่าวยังคงไม่ดีขึ้น ให้สงสัยว่าเป็นอาการปวดหลังที่ไม่ปกติจึงควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง
แพทย์ที่มีความชำนาญจะมีขั้นตอนในการพิจารณาอาการอย่างละเอียดก่อนให้การรักษา โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญ 4 ประการ คือ
1.ความรุนแรงของอาการปวด ดูว่าคนไข้มีอาการปวดที่ไปรบกวนการทำกิจวัตรประจำวันมากน้อยเพียงใด
2.ความต้องการยาเพื่อควบคุมอาการปวดนั้น
3.การตรวจร่างกายและพบว่ามีอาการรบกวนเส้นประสาท เช่น ผู้ป่วยรู้สึกชาหรืออ่อนแรงมากขึ้น รวมถึงการคดของกระดูกสันหลัง
4.ข้อมูลจากการตรวจพิเศษ เช่น เอกซเรย์ MRI ในกรณีที่จำเป็น
หลังจากประเมินอาการตามหลักเกณฑ์ทั้ง 4 ประการที่กล่าวมาแล้ว แพทย์จะแนะนำวิธีการรักษาซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่การรักษาเบื้องต้นโดยการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ควบคุมน้ำหนักตัว การรับประทานยา รวมไปถึงการทำกายภาพบำบัด แต่หากอาการไม่ดีขึ้นการรักษาเฉพาะทางด้วยวิธีการผ่าตัดจะเข้ามาเป็นทางเลือกหนึ่งของการรักษาโรคทางกระดูกสันหลังที่มีประสิทธิภาพ
10 วิธีบรรเทาอาการปวดหลัง ทวงคืนสุขภาพดีจาก "ออฟฟิศซินโดรม"
‘มณีแดง’นวัตกรรมต้านชราฝีมือคนไทย ความหวังใหม่ครั้งแรกของโลก
ขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล