กรุ๊ปเลือดเสี่ยงโรค? เช็กสุขภาพของแต่ละกรุ๊ป ใครเสี่ยงอะไรบ้าง?
เช็กลิสต์เลย! กรุ๊ปเลือดไหนเสี่ยงมะเร็ง กรุ๊ปเลือดไหนเสี่ยงโรคหัวใจ มีปัญหาไขข้อ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือแม้แต่มีบุตรยาก ใครควรกินอะไรเพื่อส่งเสริมสุขภาวะให้แข็งแรง!
กรุ๊ปเลือดนับเป็นหนึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการเกิดโรคบางชนิด ซึ่งการเลือกกินและใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง รวมทั้งรู้ทันความเสี่ยงของการเกิดโรคของกรุ๊ปเลือดตนเองเพื่อวางแผนเฝ้าระวัง เพื่อลดการเกิดโรคที่ไม่คาดคิดในอนาคตได้
- เลือดกรุ๊ปเอ
จะอ่อนไหวต่อการเป็นมะเร็งได้ง่ายกว่าคนที่มีเลือดกรุ๊ปอื่น เพราะฉะนั้นคนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้จึงต้องหมั่นไปตรวจสุขภาพอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะโรคมะเร็งกะเพาะอาหาร ที่ กรุ๊ปเลือดนี้ จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมากกว่ากรุ๊ปเลือดอื่น
จากการศึกษาเมื่อปี 2010 ของสถาบัน Karolinska ในประเทศสวีเดน พบว่า ผู้ที่มีเลือดหมู่ A มีความเสี่ยงถึง 20% ขณะที่เมื่อเทียบกับผู้ที่มีหมู่เลือด O และ B แต่ในการศึกษาครั้งเดียวกันนี้ ก็ได้พบว่าผู้ที่มีเลือดหมู่ O กลับมีความเสี่ยงกับการเป็นแผลในกระเพาะอาหารมากกว่า ทั้งยังเกิดอาการปวดท้องได้มากกว่า เพราะไวต่อเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori ที่ก่อให้เกิดโรคกระเพาะอาหารมากกว่าหมู่เลือดอื่น ๆ นั่นเอง
เนื่องจากแอนติเจนที่อยู่ในเซลล์ของเลือดกรุ๊ป A จะทำปฏิกิริยากับนม ส่วนมากเวลาดินนมเข้าไปแล้วจะมีอาการท้องอืดแน่นเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว เพราะฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวก ข้าวสาลี เนื้อติดมัน นม เป็นพิเศษ ส่วนอาหารที่ควรรับประทานนั้นได้แก่อาหารจำพวกผักใบ เขียว ใบเหลือง รวมทั้งธัญพืชและถั่วต่าง ๆ ยิ่งถ้าทานเข้าไปในปริมาณมาก ๆ ก็จะยิ่งดีต่อสุขภาพ
- เลือดกรุ๊ปบี
ส่วนใหญ่แล้วคนเลือดกรุ๊ปบีจะมีปัญหาเรื่องไวรัส และภูมิคุ้มกันบกพร่อง ระบบประสาทไม่ค่อยดี และปวดตามข้อ และมีโอกาสเกิดโรคแผลในสมอง หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง ว่ากันว่าเลือด กรุ๊ปนี้พึ่งเกิดขึ้นเมื่อคนเรารู้จักเลี้ยงสัตว์ที่ให้นม คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้จึงสามารถรับประทานนมได้โดยไม่มีอาการเรอเหม็นเปี้ยว เหมือนกับเลือดกรุ๊ป A นอกจากนมแล้ว อาหารประเภทเนื้อสัตว์ได้แก่ เนื้อกวาง เนื้อกระต่าย ก็จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมาก แต่ควรหลีกเลี่ยงเนื้อไก่
- เลือดกรุ๊ปโอ
เลือดกรุ๊ปนี้ถือว่าเป็นเลือดกรุ๊ปแรกที่เกิดขึ้น ดังนั้นคนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้จะเป็นคนที่มีสุขภาพที่ดีมาก แต่กรุ๊ปเลือด O มีความเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก เพิ่มขึ้น กรุ๊ปเลือดอื่น ๆ ถึง 2 เท่า เนื่องจากมีการผลิตฮอร์โมน FSH ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดการตกไข่อยู่สูง ทั้งนี้การมีฮอร์โมน FSH อยู่มากกลับทำให้ภาวะเจริญพันธุ์ลดลง โอกาสมีบุตรจึงน้อยลงไปด้วย แม้จะไม่มีคำอธิบายแน่ชัดนักว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น แต่ผู้หญิงที่มีเลือดกรุ๊ป O ก็ไม่ต้องกังวลมากเกินไป เพราะเมื่อเทียบกับปัจจัยอย่างอายุ และความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ก็นับว่าเรื่องหมู่เลือดส่งผลต่อการมีบุตรน้อยมากเลยทีเดียว
การเลือกรับประทานอาหารควรเลือกที่จะรับประทานเนื้อสัตว์ ได้แก่ เป็ด ไก่ ปลา (ยกเว้นหมู) และควรรับประทานผักผลไม้มาก ๆ เนื่องจากคนสมัยโบราณมักจะหากินเนื้อสัตว์ ไม่ได้กินนม เพราะฉะนั้นคนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้จึงควรหลีกเลี่ยงนม เพราะถ้าดื่มนมมีแนวโน้มว่าจะทำให้แผลเน่าเปื่อย หรือเกิดอาการอักเสบได้ง่ายกว่าคนที่มีเลือดกรุ๊ปอื่น
- เลือดกรุ๊ปเอบี
เป็นเลือดกรุ๊ปสุดท้ายที่เกิดขึ้นในมนุษย์เรา คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้มีเพียงแค่ 2 % เท่านั้นเอง คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้จะมีลักษณะคล้าย ๆ คนเลือดกรุ๊ปเอบีจุดอ่อนสำคัญของคนเลือดกรุ๊ปเอบี จึงเป็นเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ กับกรดในกระเพาะต่ำ ดังนั้นการเลือกรับประทานเนื้อสัตว์ควรเลือกรับประทานในปริมาณที่น้อย และอย่าบ่อยจนเกินไป อาจสังเกตได้ถ้ามีอาการเรอบ่อยครั้ง
นอกจากนี้จากการศึกษาของคณะแพทย์จากโรงพยาบาล Herlev ในกรุงโคเปนเฮเกน ที่ได้ติดตามศึกษาผู้ร่วมการทดลองจำนวน 60,001 คน เป็นเวลานานถึง 33 ปี พบว่า ปัจจัยที่จะเกิด ภาวะเส้นเลือดขอด มากที่สุดคือหมู่เลือด โดยค่าความเสี่ยงอยู่ที่ 20% ทั้งนี้ ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB, A และ B จะมีความเสี่ยงมากกว่าเลือดกรุ๊ป O ส่วนปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ได้แแก่ การเปลี่ยนแปลงของยีน 11%, น้ำหนักตัวมาก 16% และสูบบุหรี่ 6%
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยจาก Harvard School of Public Health ได้ทำการศึกษากับกลุ่มผู้ป่วยอายุระหว่าง 30-75 ปี จำนวนมากกว่า 17,000 ราย เป็นเวลาถึง 20 ปี และได้พบว่าผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป AB มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเป็น โรคหัวใจ มากถึง 23% เมื่อเทียบกับผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด O จากนั้นความเสี่ยงลดหลั่นลงมาเป็น 11% และ 5% ในผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป B และ A ตามลำดับ นั่นหมายความว่าผู้ที่มีเลือดหมู่ O มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจน้อยที่สุดในบรรดาหมู่เลือดทั้งหมด แม้จะยังหาข้อสรุปที่แน่ชัดไม่ได้แต่มีข้อบ่งชี้บางประการที่ระบุว่า หมู่เลือดชนิด AB มีความเกี่ยวพันกับคลอเรสเตอรอลชนิด LDL หรือไขมันเลว ในขณะที่หมู่เลือด O กลับน่าจะมีสารเคมีที่ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ลดการอุดตันในเส้นเลือดได้
“กรุ๊ปเลือด” บ่งบอกความเสี่ยง "โรคหัวใจ-หลอดเลือด"
ทั้งนี้ สิ่งที่มีอิทธิพลต่อความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนอกจากพันธุกรรมแล้วยังเกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตมากกว่าการพูดถึงปัจจัยหมู่เลือดหลายเท่า ไม่ว่าจะหมู่เลือดไหน การเลือกกินอาหารให้ถูกหลัก ครบ 5 หมู่หลายหลาย ถูกสุขอนามัย เสี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ หมั่นออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจเช็กร่างกายตัวเองสม่ำเสมอ พบแพทย์อย่างน้อยปีละ1 ครั้ง ก็นับว่าเป็นการลดความเสี่ยงต่อโรคได้มากเลยทีเดียวค่ะ ที่สำคัญอย่ามองข้ามสัญญาณเล็กๆ ที่ผิดปกติในร่างกายเด็ดขาด เพราะการพบโรคในระยะต้นไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหนก็สามารถบรรเทาหรือรักษาให้หายขาดได้แน่นอนค่ะ
ขอบคุณข้อมูล : ภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง,โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และ สสส.
รู้จัก “อาหาร 5 หมู่” ให้มากขึ้น กินมาก-กินน้อยตามหลักโภชนาการ