มะเร็งต่อมน้ำเหลืองลุกลามไปที่ไหนได้บ้าง ? รู้ทันยับยั้งได้โอกาสหายสูง
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ที่หลายคนมองข้าม หากละเลยสัญญาณเตือนอาจโตไว รุนแรงลุกลามไปอวัยวะอื่น เสียชีวิตเร็วภายใน 6 เดือน- 2ปี
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในคนไทยทุกช่วงอายุ โดยพบมากถึง 3,000-4,000 คนต่อปี อีกทั้งยังเกิดได้ทุกบริเวณของร่างกาย ตั้งแต่บริเวณรักแร้ คอ ขาหนีบ ตามข้อพับ และในช่องอก ช่องท้อง นอกจากนี้แล้ว เซลล์ต่อมน้ำเหลืองยังมีอยู่ทุกอวัยวะในร่างกาย สามารถเกิดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้ทั้งสิ้น เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำไส้ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองในสมอง เป็นต้น
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองประเภทออกเป็น
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin lymphoma) ผู้ป่วยมักจะมีต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณคอและช่องอก ให้การรักษาโดยการใช้ยาเคมีบำบัดร่วมกับการฉายแสง โอกาสหายขาดสูง เพราะมะเร็งชนิดนี้ตอบสนองต่อการรักษาสูง
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-hodgkin lymphoma) พบมาก และแบ่งย่อยออกได้อีกประมาณ 30 ชนิด แต่แบ่งตามลักษณะการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้เป็น 2 แบบคือ
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดรุนแรง การแบ่งตัวและแพร่กระจายเกิดอย่างรวดเร็ว มีอาการรุนแรง ดังนั้นจึงตอบสนองกับยาเคมีบำบัดซึ่งออกฤทธิ์กับเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวเร็วอยู่ค่อนข้างดี กลุ่มนี้ต้องรักษาทันที หากไม่รักษาผู้ป่วย อาจเสียชีวิตใน 6 เดือน ถึง 2 ปี แต่ถ้าได้รับการรักษาทันท่วงที มีโอกาสหายขาดจากโรคได้มาก แม้จะอยู่ในระยะไหนก็ตาม
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดค่อยเป็นค่อยไป การแบ่งตัวและแพร่กระจายค่อนข้างช้า อาการเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่รุนแรงแต่เรื้อรัง กลุ่มนี้มักไม่ค่อยหายขาดด้วยเคมีบำบัดที่มีอยู่ในปัจจุบัน จึงรักษาเมื่อมีข้อบ่งชี้ และติดตามอาการเป็นระยะ
ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
- การติดเชื้อทั้ง virus เช่น HIV, HCV, EBV การติดเชื้อ bacteria ที่ทำให้เกิดกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง
- พันธุกรรม
- ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำจากการได้รับยา
- สารเคมีที่มีสารก่อมะเร็งอยู่ เช่น สารกำจัดศัตรูพืช ดังนั้น การป้องกันของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
ระยะของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
- ระยะที่ 1 : มีรอยโรคที่ต่อมน้ำเหลือง หรือนอกต่อมน้ำเหลืองเพียงบริเวณเดียว
- ระยะที่ 2 : มีรอยโรคที่ต่อมน้ำเหลือง หรือนอกต่อมน้ำเหลืองตั้งแต่ 2 ตำแหน่งขึ้นไป โดยต้องอยู่ภายในด้านเดียวกันของกะบังล
- ระยะที่ 3 : มีรอยโรคที่ต่อมน้ำเหลือง หรือนอกต่อมน้ำเหลืองที่อยู่คนละด้านของกะบังลม และหรือพบรอยโรคที่ม้ามร่วมด้วย
- ระยะที่ 4 : มีรอยโรคกระจายออกไปเกินตำแหน่งเริ่มต้นที่พบ ซึ่งตำแหน่งที่พบการกระจายของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้บ่อย เช่น ตับ ไขกระดูก หรือปอด
4 เรื่องต้องรู้ เกี่ยวกับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง สมองไม่มีต่อมยังเป็นได้!
รู้หรือไม่ ? มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นมะเร็งที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนการตรวจสุขภาพประจำปี จึงสำคัญ หากมีอาการไข้ที่ไม่ทราบสาเหตุเป็นเวลานานกว่าสองสัปดาห์, เหงื่อออกตอนกลางคืน, น้ำหนักลด โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเบื่ออาหารผิดปกติ อาการเฉพาะที่ที่เกิดจากต่อมน้ำเหลืองโตในบริเวณนั้นๆ เช่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ปวดแน่นท้อง ท้องอืด ปวดศีรษะ เป็นต้น ควรรีบพบแพทย์
ปัจจุบันให้การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดร่วมกับยาพุ่งเป้า (Targeted therapy) ที่เริ่มมีการศึกษาวิจัยและนำมาใช้มากขึ้นในปัจจุบัน ฉายแสงในบางกรณี และการปลูกถ่ายไขกระดูกในเคสที่กลับเป็นซ้ำ นอกจากนี้ยังมีวิธีการรักษาใหม่สำหรับโรคที่กลับเป็นซ้ำด้วยการใช้เซลล์บำบัด (CAR-T cell) ซึ่งยังอยู่ในช่วงการศึกษาวิจัยในประเทศไทย
ขอบคุณข้อมูลจาก : กระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลพญาไท
“ตาโปน” แบบไหน ? สัญญาณเตือนโรค ไทรอยด์เป็นพิษ-มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
“ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ” กลายเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้หรือไม่?