ทำไมผู้หญิงเสี่ยงกระดูกพรุนมากกว่า 3 เท่า-ใครบ้างควรตรวจมวลกระดูก?
กระดูกพรุนโรคร้ายที่เป็นภัยเงียบที่มีอัตราการเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ และรู้หรือไม่ ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อผู้ชายถึง 3 เท่า ขณะที่มวลกระดูกจะลดลงตามอายุ การตรวจเพื่อให้รู้ทันโรคจึงสำคัญ ด้วยการตรวจวัดความหนาแน่นมวลกระดูก(Bone Mineral Density-BMD) แนะใครบ้างควรตรวจ ?
ต้องอธิบายก่อนว่าในร่างกายของเรามีกระดูกอยู่หลากหลายชนิด มีทั้งกระดูกที่มีลักษณะเป็นแท่งยาวๆ เช่น กระดูกแขน ขา กระดูกที่เป็นชิ้นเหลี่ยม เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกตามข้อมือ ข้อเท้า หรือกระดูกที่มีส่วนประกอบที่หนา หรือที่เรียกว่า กระดูกเนื้อแน่น คือ กระดูกทึบ (Cortical Bone) และกระดูกที่มีลักษณะคล้ายรังผึ้ง (Cancellous Bone) ซึ่งเพศหญิงเสี่ยงต่อกระดูกหักมากเป็น 3 เท่าของเพศชาย เพราะกระดูกบางและพรุนมากกว่า
ปัจจัยความเสี่ยงการเกิดโรคกระดูกพรุน
- ฮอร์โมนเพศหญิง การหมดประจำเดือนเร็ว หรือวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ซึ่งจะทำให้กระดูกบางหรือพรุนได้ และมีโอกาสเกิดกระดูกสันหลังยุบตัวจนหลังโก่ง
- พันธุกรรมและเพศ เพศหญิงรูปร่างบาง น้ำหนักตัวน้อยเกินไป
- เชื้อชาติ ชาติที่ไม่ค่อยเป็นโรคกระดูกพรุนคือชาวนิโกร
- อายุ ร่างกายมีมวลเนื้อกระดูกสูงสุดเมื่ออายุ 25 ปี และความหนาแน่นของกระดูกจะคงที่ไปถึงอายุ 40 ปี
- อาหาร รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมน้อย และอาหารที่มีปริมาณไขมัน
- แอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ชะลอการดูดซึมของแคลเซียม
- การได้รับยาบางชนิด เช่น ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน ทำให้กระดูกบาง พรุน หรือกล้ามเนื้อลีบได้
ดังนั้นเราควรที่จะป้องกันหรือรีบรักษาภาวะกระดูกพรุนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีกระดูกหักเกิดขึ้น สำหรับวิธีที่นิยมทำกันในปัจจุบัน คือการตรวจวัดความหนาแน่นมวลกระดูก (Bone Mineral Density-BMD) เป็นการตรวจหาค่าความหนาแน่นของกระดูกตามส่วนต่าง ๆ ด้วยวิธีการเอกซเรย์พลังงานต่ำ โดยใช้เครื่อง DEXA scan (Dual Energy X-Ray Absorption) ใช้ปริมาณรังสีน้อย มีความปลอดภัย และความแม่นยำสูง ช่วยให้ทราบว่าสุขภาพของกระดูกมีความแข็งแรงระดับใด และมีภาวะกระดูกพรุนหรือไม่ มากน้อยเพียงใด
ค่าความหนาแน่นมวลกระดูก ซึ่งค่าที่วัดได้จะต้องนำไปเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยปกติในกลุ่มคน อายุ 30 – 40 ปี ที่มีเชื้อชาติเดียวกันหรือเชื้อชาติที่ใกล้เคียงกัน เป็นจำนวนของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) เรียกว่า T- score (T) ซึ่งใช้เป็นค่าในการวินิจฉัยโรค
- ค่า T score มากกว่า -1 = ความหนาแน่นกระดูกปกติ (Normal bone)
- ค่า T score ที่อยู่ต่ำกว่า -1 แต่สูงกว่า -2.5 = กระดูกบาง (Osteopenia)
- ค่า T score ต่ำกว่า -2.5 = โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)
ใครบ้างควรตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก
- ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
- ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี
- ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีค่าดัชนีมวลกายน้อยกว่า 19
- ผู้ชายอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะขาดฮอร์โมนเพศชาย
- ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคตับเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรครูมาตอยด์ ภาวะการดูดซึมของระบบทางเดินอาหารผิดปกติ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง โรคต่อมไทรอยด์ และโรคต่อมพาราไทรอยด์
- มีประวัติเคยมีกระดูกสะโพกหัก หรือกระดูกหักที่ตำแหน่งอื่น ๆ จากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง
- มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
- ผู้ที่สูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่ได้รับยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ ยารักษาโรคไทรอยด์ ยารักษามะเร็ง ฯลฯ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
9 อาหารป้องกันกระดูกพรุน-แตกหักง่าย เสริมความแข็งแรงก่อนวัย 30 ปี
ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?
- ไม่ต้องมีการเตรียมตัวหรืองดน้ำและอาหาร
- ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนการตรวจ
- หากสงสัยว่าตั้งครรภ์
- กรณีที่มีโลหะฝังอยู่ในร่างกาย เช่น ใส่ข้อสะโพกเทียม หรือใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ
- ผู้ที่เพิ่งเข้ารับการตรวจที่ต้องรับประทานสารทึบรังสี หรือสารกัมมันตรังสี
วิธีรักษากระดูกพรุน
- กรณีที่กระดูกไม่หัก จะให้ทานแคลเซียม ตรวจร่างกายและรักษาตามอาการ
- กรณีที่กระดูกเคลื่อนที่ไม่มากและไม่ต้องการผ่าตัด จะทำการเข้าเฝือกให้ผู้ป่วย ซึ่งจะใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 2-3 เดือน หรือมากกว่านั้น จนกว่าจะติดประสานกัน
- สำหรับกระดูกเคลื่อนที่มากๆ เช่น กระดูกสะโพกหัก แพทย์จะแนะนำให้ผ่าเพื่อให้กระดูกสมานกันเร็วขึ้น ไม่ต้องเข้าเฝือกนาน อาจจะนำเหล็กไปยึด โดยเหล็กสามารถอยู่ถาวรได้ หรือชั่วคราวก็ได้
ภาวะกระดูกพรุนป้องกันได้
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ (อย่างน้อยครั้งละ 20-30 นาที) จะช่วยให้มวลกระดูกมีความแข็งแรงและหนาแน่นมากขึ้น
- เปลี่ยนชีวิตประจำวัน การออกไปถูกแสงแดดบ้าง
- เลี่ยงแอลกอฮอล์ บุหรี่ สารเทนนินในบุหรี่
- รับประทานอาหารกลุ่มแคลเซียม หรือวิตามินดี ให้เพียงพอ เช่น นม ปลากรอบ เนยแข็ง เห็ดหอม ถั่วเหลือง ถั่วแดง กุ้งแห้ง และผักใบเขียว เช่น ใบชะพลู ผักคะน้า ผักกระเฉด ยอดสะเดา ใบโหระพา ลดอาหารประเภทไขมันจัดที่ทำให้กระดูกบาง
- ป้องกันการขาดฮอร์โมนเพศ ด้วยการปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกาย และรับฮอร์โมนทดแทนเป็นประจำ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ,โรงพยาบาลสมิติเวชและโรงพยาบาลเปาโล
“แคลเซียม” กินเยอะอาจไม่ป้องกัน “กระดูกพรุน” แล้วกินแค่ไหนถึงพอดี?
สัญญาณ “มะเร็งกระดูก” คนอายุน้อยก็เสี่ยง! เจอเร็วรีบรักษาโอกาสหายขาดมากกว่า