“ไทรอยด์เป็นพิษ”หยุดยาเองเสี่ยงกลับมาเป็นซ้ำ! เหตุผลกินยาแล้วคอโตขึ้น
ไทรอยด์ ต่อมไร้ท่อร่างกายที่ใหญ่ที่สุดหากเกิดความผิดปกติร่างกายย่อมแปรปรวน และเกิดเป็นพิษขึ้นได้ แน่นอนว่าเป็นโรคที่รักษาหายได้แต่ต้องใช้เวลาและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้เมื่อหายแล้ว สิ่งที่ผู้ป่วยต้องทราบคือวิธีการควบคุมโรคให้อยู่หมัด!
“ต่อมไทรอยด์” ต่อมไร้ท่อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายมีหน้าที่สำคัญคือการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย แถมยังมีส่วนช่วยในการควบคุมกระบวนการเผาผลาญต่างๆ กระตุ้นการเต้นของหัวใจ รักษาอุณหภูมิในร่างกายและการหลั่งเหงื่อ เรียกได้ว่าดูแลระบบทั่วร่างกาย หากต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติจะส่งผลให้ร่างกายแปรปรวนตามมา หรือที่เรารู้จักกันง่าย โรคไทรอยด์ หรือไทรอยด์เป็นพิษ
ไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism, Overactive Thyroid) คือภาวะที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนออกมามากเกินไปหรือน้อยเกิดไป ทำให้เกิดภาวะต่างๆแบ่งได้เป็น 2 ชนิด
- ไฮเปอร์ไทรอยด์ ที่มีระดับการทำงานของต่อมไทรอยด์มากเกินไป ทำให้ฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดสูงเกินไป มีการทำงานของเซลล์ในร่างกายเร็วกว่าปกติ อาการที่ส่งผลต่อร่างกายก็คือ น้ำหนักลดลงผิดปกติ ขี้ร้อน เหงื่อออกมาก เหนื่อย มีประจำเดือนน้อยลง ความจำไม่ดี กระสับกระส่าย ขาดสมาธิ ผมร่วง หัวใจเต้นผิดจังหวะ ท้องเสีย ผิวเป็นด่างขาว มือสั่น แขนขาไม่มีแรง ตาโปน ต่อมไทรอยด์โต เป็นปื้นหนาที่ขา
- วิธีการรักษา รับประทานยาเพื่อรักษาลดฮอร์โมนต่อมไทรอยด์ การกลืนน้ำแร่ไอโอดีนที่เกาะกับสารรังสี เพื่อทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยลงและมีขนาดที่เล็กลง หากมีคอโตมากจนผิดปกติควรทำการผ่าตัด
- ไฮโปไทรอยด์ ระดับการทำงานของต่อมไทรอยด์ที่น้อยเกินไป ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดต่ำเกินไป มีการทำงานของเซลล์ในร่างกายช้ากว่าปกติ อาการที่ส่งผลต่อร่างกายคือ น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขี้หนาว ง่วงนอน อ่อนเพลีย ผมร่วง ผิวแห้ง ซึมเศร้า เป็นตะคริวง่าย หัวใจเต้นช้า ท้องผูก รอบตาบวม หน้าบวม ตัวบวม ต่อมไทรอยด์โต
- วิธีการรักษา การให้ฮอร์โมนเสริมไทรอยด์ เพื่อให้ฮอร์โมนในร่างกายปรับเข้าสู่ภาวะปกติ
ปัจจัยใดบ้างที่เพิ่มความเสี่ยงโรคไทรอยด์
- พันธุกรรรม
- การสูบบุหรี่
- การดื่มแอลกอฮอลล์
- อดหลับ อดนอน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอบ่อย ๆ
- ความเครียดสูง
ไทรอยด์รักษาหายแล้วเป็นซ้ำได้หรือไม่ ?
การรักษาหลักของไทรอยด์เป็นพิษ คือ การกินยาที่มีฤทธิ์ต่อต้านการทำงานของฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ ซึ่งยับยั้งทั้งการสร้างฮอร์โมนขึ้นมาใหม่ และ ยับยังการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนที่มีอยู่แล้ว เมื่อรับประทานยาที่ได้ขนาดพอเหมาะ อาการมักจะดีขึ้นในเวลาไม่กี่วัน เนื่องจากโรคดังกล่าวส่วนใหญ่จะเกิดจากปฏิกริยาของร่างกายต่อต่อมไทรอยด์ของเราเอง ทำให้เกิดการกระตุ้นให้ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ จนเกิดเป็นพิษขึ้น ปฏิกริยานี้ จะต้องใช้เวลาในการหาย คือ จะไม่หายในทันที แต่จะลดความรุนแรงลงเรื่อยๆ โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 2 ปี ดังนั้น เมื่อกินยารักษาไทรอยด์เป็นพิษจนรู้สึกสบายตัว ไม่เหนื่อย ไม่ใจสั่น น้ำหนักตัวเริ่มขึ้น ก็ไม่ควรหยุดยาทันที เพราะโรคยังเป็นอยู่ แต่ถูกกดไม่ให้มีอาการด้วยยาที่รับประทาน แพทย์จะเป็นผู้ตรวจเลือดให้เพื่อดูว่าอาการของโรคดีขึ้นมากน้อยเพียงใด เมื่ออาการดีขึ้น แพทย์จะค่อยๆ ลดยาลง จนสามารถหยุดยาได้ในที่สุด
หากหยุดยาเอง จะมีอาการกลับมาเป็นใหม่ เพราะโรคยังอยู่ เมื่อไม่มียาควบคุมจึงมีอาการกลับมาเป็นซ้ำ การปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับคนเป็นโรคนี้ คือ ไม่ควรหยุดยาเอง กินยาให้สม่ำเสมอ ไปตรวจตามแพทย์นัด หากลืมยา หรือ ทำยาหาย ควรไปพบแพทย์เพื่อซื้อยาใหม่เพราะจะทำให้การควบคุมโรคยากขึ้น
4 สัญญาณ “มะเร็งไทรอยด์” ก่อนลุกลามไปต่อมน้ำเหลือง-กระดูก
ทำไมบางครั้งกินยาแล้ว คอกลับโตขึ้น
ในผู้ป่วยบางรายเมื่อกินยาแล้ว คอกลับโตขึ้น อาจมีสาเหตุได้ 2 กลุ่มคือ
- ยาไม่พอ ทำให้โรคยังกำเริบอยู่ คอจึงโตขึ้น ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะมีอาการคล้ายกับตอนเริ่มต้น
- กินยาเกินขนาด คือ โรคเริ่มดีขึ้น แต่ยังกินยาเท่าเดิมอยู่ จึงเกิดคอพอกชนิดไม่เป็นพิษร่วมด้วย คอก็โตขึ้นได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตามหากกินยาแล้วไม่ดีขึ้น อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด หรือ การกินไอโอดีนกัมมันตรังสี ระยะเวลาเฉลี่ยในการรักษาด้วยยา มักจะประมาณ 2 ปี ในระหว่างนี้ หากลดยาไม่ได้ หรืออาการมากขึ้น แนะนำให้ทำการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด หรือกลืนรังสี
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไทและคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ภาพจาก : gettyimages,Shutterstock
ซึมเศร้าจากไทรอยด์เป็นพิษ งานวิจัยเผยเกิดในเพศหญิงมากกว่าชายหลายเท่า
เช็ก 10 อาการเตือน “ไทรอยด์” รู้ทันรักษาได้ ก่อนเสี่ยงหัวใจล้มเหลว