รักษาภูมิแพ้ตามชนิดให้หายขาด คืนคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยมากที่สุด
ภูมิแพ้มีหลายชนิด และไม่ควรมองข้ามการรักษาที่ถูกต้องแนะการรักษาตามชนิดของโรค ทั้งภูมิแพ้ผิวหนัง แพ้อากาศ และแพ้อาหาร คืนคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วย
โรคภูมิแพ้ มีทั้งชนิดที่รักษาให้หายขาดได้ ซึ่งการจะทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติได้ โดยมีทั้งการควบคุมอาการให้น้อยลงได้กับแบบเนื้อรังที่จำเป็นต้องรับยาควบคุมอาการอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังต้องรู้และระวังสารก่อภูมิแพ้ เพราะบางกลุ่มโรคภูมิแพ้มีความอันตรายที่สามารถนำไปสู่ภาวะการทำงานที่ผิดปกติอย่างรุนแรงของระบบต่างๆ และเป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตได้
กลุ่มโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยในคนไทย
กลุ่มภูมิแพ้ผิวหนัง
มักพบบ่อยในเด็กเล็กอายุตั้งแต่ 1-2 เดือน จนถึงเด็กโต มักมีอาการแสดงเป็นผื่นแห้งแดง คันตามบริเวณผิวหนัง มีตำแหน่งจำเพาะในการเกิด คือ บริเวณแก้ม บริเวณข้อพับ โดยการเกิดภูมิแพ้ในกลุ่มนี้มักจะมีความสัมพันธ์กับกลุ่มภูมิแพ้อาหาร ซึ่งควรได้รับการตรวจวินิจฉัยให้ชัดเจน เพราะอาจเกิดจากการแพ้อาหารจริง หรืออาจเป็นเพียงอาการแสดงจากการได้รับกระตุ้นจากอาหารเท่านั้น
มีวิธีการดูแลรักษา
- การทาโลชั่นที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังลดอาการผิวแห้งที่ทำให้เกิดอาการคันและแดง
- หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น ไม่ใช้น้ำหอม ลดการอาบน้ำอุ่น
- กรณีเป็นผื่นแพ้ที่มีความสัมพันธ์กับอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้นๆ
กลุ่มภูมิแพ้อากาศ
ภาวะที่เกิดการแพ้สารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในอากาศ ทำให้มีอาการคัดจมูก จาม มีน้ำมูก โดยการมีน้ำมูกในบางคนพบว่าเป็นการมีน้ำมูกไหลลงคอ ทำให้เกิดเสียงแหบตามมา หรือในบางรายพบว่ามีน้ำมูกที่ค้างในโพรงจมูก ทำให้เกิดเลือดกำเดา หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมจะเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ กลุ่มภูมิแพ้อากาศมักพบได้ในเด็กตั้งแต่อายุประมาณ 2 ปี และสามารถเป็นได้ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่
วิธีการดูแลรักษา
- หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ และกลุ่มมลภาวะ เช่น ควันรถ ควันบุหรี่ ควันธูป ควันจากการประกอบอาหาร และฝุ่น PM 2.5 เป็นต้น
- การใช้ยาในการควบคุมอาการตามระบบในร่างกายของผู้ป่วย
- หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
กลุ่มภูมิแพ้อาหาร
กลุ่มโรคที่พบบ่อยในผู้ป่วยเด็ก ซึ่งสารก่อภูมิแพ้อาหารที่พบบ่อย ได้แก่ นมวัว ไข่ขาว แป้งสาลี กรณีเด็กโตหรือผู้ใหญ่ สารก่อภูมิแพ้อาหารที่พบบ่อยจะเป็นกลุ่มอาหารทะเล
วิธีการดูแลรักษา
- ตรวจประเมินชนิดของอาหารที่แพ้ หากเป็นชนิดอาหารที่สามารถรักษาได้ เช่น นมวัว ไข่ขาว แป้งสาลี จะแนะนำให้งดอาหารนั้นๆ
- หลังจากงดอาหารแล้ว จะมีการตรวจติดตามค่าการแพ้ผ่านผลเลือด ทุก 4-6 เดือน หากค่าการแพ้ลดลงในระดับที่สามารถพอจะทานอาหารนั้นได้ จะให้มี 'การทดสอบการแพ้อาหาร Oral Food Challenge Test' เพื่อยืนยันผลการแพ้อาหาร ว่าสามารถทานอาหารชนิดนั้นๆ ได้หรือไม่
หากเป็นกลุ่มอาหารชนิดที่ไม่สามารถรักษาจนหายขาดได้ เช่น อาหารทะเล ควรหลีกเลี่ยงอาหารทะเล รวมถึงหลีกเลี่ยงกลุ่มที่สัมพันธ์กันด้วย เช่น ผู้ป่วยที่พบว่า แพ้กุ้ง ควรหลีกเลี่ยงสัตว์ทะเลชนิดเปลือกแข็งอื่นๆ ด้วย เช่น กั้ง ปู ทั้งนี้ในกรณีที่มีอาการแพ้รุนแรง อาจต้องมีการพกยาฉีดฉุกเฉิน อะดรีนาลีน (Adrenaline) ไว้ด้วย
สาเหตุ-สารก่อโรคภูมิแพ้ กระทบ 4 ระบบร่างกายที่ต้องรีบรักษาก่อนรุนแรง
การตรวจวิจิฉัยโรคภูมิแพ้
หากมีอาการของโรคภูมิแพ้ คนไข้ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุว่าเกิดจากสารก่อภูมิแพ้ตัวใด เพื่อหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุ ก็จะทำให้อาการของโรคภูมิแพ้ดีขึ้นได้ โดยการตรวจหาสารก่อภูมิแพ้สามารถตรวจได้ 2 วิธีด้วยกัน คือ
- การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้โดยการสะกิดผิวหนัง (สามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป)
- การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้โดยการเจาะเลือด
และเมื่อทราบสาเหตุของการเป็นโรคภูมิแพ้แล้ว ควรรับการรักษาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง แม้ว่า โรคภูมิแพ้ บางชนิดจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่เราสามารถควบคุมโรคไม่ให้มีอาการหรือมีอาการน้อยที่สุดได้ เพราะฉะนั้นหากมีอาการที่สงสัยว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ ควรตรวจหาสาเหตุและรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล และ โรงพยาบาลพญาไท
ภาพจาก Freepik
วิธีทดสอบภูมิแพ้ สะกิดผิว-เจาะเลือด แตกต่างกันอย่างไร?เหมาะกับใครบ้าง?
“ภูมิแพ้อากาศ”หรือ“โควิด19”อาการคล้ายกันแยกให้ออกก่อนปอดอักเสบ!