5 โรคพันธุกรรมที่พบบ่อยในไทย หยุดส่งต่อได้หากคัดกรอง!
ขึ้นชื่อว่าพันธุกรรม ย่อมเป็นสิ่งที่เข้าใจยากแต่มีสิ่งหนึ่งที่ส่งต่อผ่านสานป่านนี้ได้คือโรคภัย เผย 5 โรคที่พบมากในไทย และวิธีป้องกันพันธุศาสตร์ก่อนตั้งครรภ์ป้องกันส่งต่อโรคสู่ลูก
ความผิดปกติทางพันธุกรรม (Genetic Disorders) คือ โรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงหรือการกลายพันธุ์ในลำดับดีเอ็นเอของแต่ละบุคคล ความผิดปกติทางพันธุกรรมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ ยีนเดี่ยว โครโมโซม และความผิดปกติเชิงซ้อน
- ความผิดปกติของยีนเดี่ยว เกิดจากความบกพร่องของยีน มีความผิดปกติของมนุษย์มากกว่า 10,000 ชนิด ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่าการกลายพันธุ์ในยีนเดียว สามารถติดตามได้ผ่านประวัติครอบครัว และทำนายความเสี่ยงที่จะเกิดโรคในรุ่นต่อๆ ไป
- โรคที่เกิดจากยีนเด่น (Autosomal Dominant) ทารกได้รับยีนเด่นมาจากพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่ง ซึ่งการได้รับยีนเด่นที่มีพันธุกรรมผิดปกติเพียง 1 ยีน ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคทางพันธุกรรมได้ถึง 50%
- โรคที่เกิดจากยีนด้อย (Autosomal Recessive) เกิดจากการได้รับยีนด้อยจากพ่อและแม่ ซึ่งเป็นพาหะทั้งคู่ กรณีพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นพาหะ หรือมีอาการป่วยเพียงคนเดียว โอกาสที่เด็กจะได้รับยีนที่แสดงโรคก็จะน้อยลง
- โรคที่เกิดจากโครโมโซมเพศ (X-linked) เกิดจากความผิดปกติของยีน ที่อยู่ภายในโครโมโซมเพศ
ความผิดปกติของโครโมโซม เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงจำนวนหรือโครงสร้างของโครโมโซม โดยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโครโมโซมเกิดขึ้นเมื่อโครโมโซมแต่ละตัวถูกรบกวนหรือจัดเรียงใหม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเพิ่มหรือการสูญเสียชิ้นส่วนของโครโมโซมความผิดปกติที่ซับซ้อน เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนและปัจจัยอื่นๆ เช่น สิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต รวมถึงการสัมผัสสารเคมี อาหาร ยาบางชนิด บุหรี่ และแอลกอฮอล์
เนื่องจากโรคทางพันธุศาสตร์เกี่ยวข้องกับยีนมากกว่าหนึ่งยีน รูปแบบการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจึงมีความหลากหลายและซับซ้อน หากพ่อแม่เป็นโรค ก็ไม่ได้แปลว่าลูกจะเป็นโรคเดียวกันเสมอไป ในทางกลับกัน แต่ละคนอาจไม่ได้เกิดมาพร้อมกับโรค แต่อาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรค
5 โรคทางพันธุกรรมที่พบได้บ่อยในไทย
- โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia)
พบมากถึง 1 ใน 5 และเป็นโรคทางพันธุกรรมมากอันดับ 1 ในคนไทย ธาลัสซีเมีย คือ โรคที่เกิดจากเม็ดเลือดแดงผิดปกติ หากพ่อและแม่เป็นโรคธาลัสซีเมียทั้งคู่ โอกาสที่ลูกจะเป็นโรคธาลัสซีเมีย 100% แต่กรณีพ่อและแม่เป็นพาหะทั้งคู่ โอกาสที่ลูกจะป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียลดลงเหลือ 25%
- โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็ก SMA (Spinal Muscular Atrophy)
โรคทางพันธุกรรมที่พบมากเป็นอันดับ 2 รองจากโรคธาลัสซีเมีย เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมผ่านยีนด้อย กรณีพ่อและแม่ต่างเป็นพาหะ ลูกมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ถึง 1 ใน 4 มีสาเหตุจากความเสื่อมของเซลล์ประสาทไขสันหลังที่เรียกว่า Motor Neuron ไม่สามารถส่งสัญญาณจากไขสันหลังไปยังกล้ามเนื้อ พบได้ตั้งแต่ในวัยทารก จนถึงวัยผู้ใหญ่ หากแสดงอาการตั้งแต่วัยทารกจะมีความรุนแรงมากกว่า และมีโอกาสเสียชีวิตภายใน 2 ปี
- หูหนวก หูตึง (Hearing Loss and Deafness)
เกิดจากมีการเปลี่ยนแปลงของยีน GJB2 พบมากถึง 1 ใน 6 โดย 50-60% ของการสูญเสียการได้ยินในทารกเกิดจากสาเหตุทางพันธุกรรม กรณีนี้ทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะ ลูกมีโอกาสหูตึงหรือหูหนวกประมาณ 25%
- กลุ่มโรคพันธุกรรมเมแทบอลิก (Inborn Errors of Metabolism)
กลุ่มโรคพันธุกรรมประกอบด้วยโรคกว่า 700 โรค มักทำให้เกิดการเสียชีวิตและความพิการ เกิดจากความผิดปกติของยีนเดี่ยว ทำให้การเรียงลำดับของ DNA บกพร่อง ส่งผลให้กระบวนการย่อยและสังเคราะห์สารอาหารในร่างกายผิดปกติ จนสะสมตกค้างกลายเป็นพิษ หากได้รับยีนผิดปกติจากพ่อหรือแม่เพียงคนเดียว ลูกจะมีโอกาสเกิดโรค 25%
- โรคซิสติกไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis)
เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่มีผลต่อเซลล์ที่ผลิตของสารคัดหลั่ง เกิดการอุดตันของสารคัดหลั่งในท่อต่างๆ ส่งผลให้เกิดอาการป่วยในระบบทางเดินหายใจ ระบบย่อยอาหารและระบบสืบพันธุ์ การรักษาทำได้เพียงบรรเทาอาการ และลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนเท่านั้น ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
การป้องกันโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
แม้ว่าองค์ประกอบทางพันธุกรรมของคนเรานั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่สามารถวางแผนรับมือกับโรคทางพันธุกรรมได้ โดยการเข้ารับการปรึกษาทางพันธุศาสตร์ก่อนตั้งครรภ์ (Prenatal Genetic Counseling) เพื่อวางแผนมีบุตรที่แข็งแรงสมบูรณ์ปราศจากโรคภัยควรทำตั้งแต่ยังไม่ตั้งครรภ์ เนื่องจากโรคภัยไข้เจ็บมากมายในปัจจุบันสามารถป้องกันได้หากตรวจพบล่วงหน้า และกลุ่มโรคบางชนิดที่เกิดจากการผิดปกติของยีนด้อยจากพ่อหรือแม่ที่ไม่แสดงอาการแต่ส่งผลไปยังลูก ซึ่งหลายโรคยังไม่มีทางรักษาให้หายได้ ดังนั้นการตรวจยีนก่อนการตั้งครรภ์จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อคัดกรองโรคก่อนตั้งครรภ์ หรือช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจชะลอการมีบุตรออกไป
หลังจากส่งตรวจแล้ว ครอบครัวจะรอประมาณ 3 สัปดาห์จึงจะทราบผล
“ธาลัสซีเมีย”คนไทยกว่าครึ่งเป็นพาหะไม่รู้ตัว ควรรู้ก่อนวางแผนมีลูก
หลังจากตรวจแล้วพบความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรม
ปัจจุบันมีแพทย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ที่สามารถช่วยวางแผนเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าสู่กระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว ที่สามารถเก็บยีนตัวอ่อนที่สมบูรณ์ไว้ และเลือกตัวอ่อนที่มียีนไม่ดีออกไป จากนั้นจึงนำเอาตัวอ่อนที่แข็งแรงใส่กลับเข้าไปยังมดลูกลูกที่คลอดออกมาก็จะแข็งแรงสมบูรณ์
กรณีเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง เช่น โรคหูตึงหูหนวก อาจตัดสินใจตั้งครรภ์ แล้ววางแผนการรักษาหลังคลอดอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
ฉะนั้นการตรวจยีนก่อนการตั้งครรภ์ เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกครอบครัวไม่ควรมองข้าม เนื่องจากโรคทางพันธุกรรมบางโรคไม่แสดงออกในพ่อแม่หรือครอบครัวมาก่อน แต่แอบแฝงซ่อนตัวอยู่ในยีน และสามารถส่งต่อไปยังลูกน้อยได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช
ภาพจาก : Freepik
รักษา “หูดับ” ภาวะที่ไม่มีสาเหตุแน่ชัด เมื่อไหร่ที่ควรสเตียรอยด์แก้วหู
วิธีอ่านค่าผลตรวจสุขภาพ เช็กไขมันปริ่มเพดาน เสี่ยงเบาหวาน ตับผิดปกติ