แนวทางการให้เคมีบำบัด(คีโม)ในผู้ป่วยมะเร็ง ผลข้างเคียง-โอกาสในการแพ้ยา
ยาเคมีบําบัด หนึ่งในวิธีการรักษามะเร็งที่ผู้ป่วยหลายคนกังวลเรื่องผลข้างเคียงหรือวิตกกังวลได้ เผยกระบวนการรักษาที่จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ เพื่อให้หายขาดและเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วย
ยาเคมีบำบัด หรือ คีโม ที่ย่อมาจาก คีโมเทอราปี (Chemotherapy) เป็นการรักษามะเร็งโดยใช้กลุ่มสารเคมีที่มีฤทธิ์ยับยั้ง และทำลายเซลล์มะเร็งที่มีการเจริญเติบโต หรือมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง ซึ่งการให้ยาเคมีบำบัดจะทำให้เซลล์มะเร็งไม่สามารถแบ่งตัวต่อไป และตายในที่สุด แต่ในขณะเดียวกันยาเคมีบำบัดก็มีส่วนในการทำลายเซลล์ปกติที่มีการเติบโตในร่างกายของเราด้วย
ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการข้างเคียง เช่น อาเจียน คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ผมร่วง ซึ่งอาการเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับชนิดของยา และความพร้อมของร่างกาย หรือสภาพจิตใจของผู้ป่วยร่วมด้วย
ประโยชน์การรักษาแบบให้ยาเคมีบำบัด
- เพื่อประโยชน์ในการรักษา ให้หายขาดสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง และไม่กลับมาเป็นซ้ำ
- เพื่อยับยั้ง หรือหยุดยั้ง การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และไม่ให้มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆในร่างกาย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- รักษาแบบประคับประคองในระยะที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ต้องการรักษาคุณภาพชีวิตไว้
หลังจากให้ยาเคมีบำบัดแล้ว แพทย์จะให้ระยะเวลาคนไข้พักฟื้นประมาณ 3 – 4 สัปดาห์ หรือรอจนกว่าจำนวนเม็ดเลือดขาว และสภาพร่างกายแข็งแรงพอจะรับยาเคมีบำบัดในครั้งต่อไป ซึ่งในกระบวนการรักษาโรคมะเร็งบางชนิดอาจต้องใช้การรักษาด้วยการให้ยาเคมีบำบัดร่วมกับการฉายแสงและการผ่าตัด จนกว่าจะจบการรักษา
วิธีการให้ยาเคมีบำบัด
- ยาเคมีบำบัดชนิดรับประทาน โดยจะช่วยให้การบริหารยาสะดวกมากขึ้น และลดการเข้าพักรักษาในโรงพยาบาลเพื่อให้ยาเคมีบำบัด ซึ่งในปัจจุบันยาเคมีบำบัดในรูปแบบรับประทาน ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการองค์กรอาหารและยาแห่งประเทศไทย ให้ใช้ในผู้ป่วยมะเร็งดังต่อไปนี้ คือ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งปอด
- ยาเคมีบำบัดชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด โดยการหยดร่วมกับสารน้ำเข้าทางหลอดเลือดดำ ซึ่งยากลุ่มนี้มักก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือทำลายเนื้อเยื่อ จะถูกฉีดเข้ากระแสเลือดโดยตรง เพื่อจะทำให้ยาเจือจางอย่างรวดเร็วและเริ่มทำงานได้ทันที ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น เนื่องจากต้องมีการติดตามอาการหลังได้รับยาอย่างใกล้ชิด
- ยาเคมีบำบัดชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ยาบางชนิด มีประสิทธิภาพดีที่สุดเมื่อถูกปล่อยอย่างช้าเข้าสู่กระแสเลือด ยาชนิดนี้จะถูกฉีดเข้ากล้ามเนื้อมากกว่าฉีดเข้าหลอดเลือดโดยตรง
อัตราการรอดชีวิตจาก “มะเร็ง”แต่ละระยะ ยิ่งเจอเร็วโอกาสหายยิ่งสูง
ระยะเวลาการให้ยาเคมีบำบัด
ระยะเวลาในการรักษาด้วยเคมีบำบัด ขึ้นอยู่กับชนิดของโรค ระยะของโรค และการตอบสนองต่อยา โดยปกติยาเคมีบำบัดจะให้เป็นรอบการรักษา ใช้เวลา 1-5 วันต่อรอบ และห่างกัน 3-4 สัปดาห์ แต่ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับเคมีบำบัดเฉลี่ย 6-8 รอบ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับแผนการรักษาเฉพาะบุคคลที่แพทย์ได้วางแผนไว้ และจำเป็นต้องรับยาเคมีบำบัดตามนัดทุกครั้ง เพื่อให้ผลของการรักษามีผลลัพธ์ที่ดี
โอกาสในการแพ้ยาเคมีบำบัด
ยาเคมีบำบัด มีลักษณะเหมือนยาทุกตัวที่มีโอกาสแพ้ได้ในทุกคน เมื่อให้ยาเคมีบำบัดเข้าไปซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการคัน ผื่นขึ้นตามร่างกาย และหากมีอาการรุนแรงก็จะมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก โดยการจัดการอาการแพ้ก็จะเป็นการให้ยาแก้แพ้ แล้วอาจจะมีการยืดระยะเวลาในการให้ยาเคมีบำบัดนี้ออกไป แต่หากคนไข้แพ้แล้วหายใจไม่ออก หรือแน่นหน้าอก แพทย์อาจจะหยุดการให้ยาเคมีบำบัดชนิดนี้ และเปลี่ยนชนิดของยาไป
ผลข้างเคียงของการให้ยาเคมีบำบัด
อาการจากผลข้างเคียงของยาเคมีบําบัดที่จะเกิดขึ้นในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของเคมีบําบัดที่ได้รับ สภาพร่างกายก่อนที่ได้รับยาเคมีบําบัด ชนิดและระยะของโรคมะเร็ง ซึ่งอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อย ก็คือ
- อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน
- อาจมีการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
เนื่องจากยาเคมีบำบัดไปกดไขกระดูกทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวผลิตได้น้อยลง ซึ่งผลข้างเคียงอาจเกิดได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังให้ยาเคมีบำบัด หรืออาจเกิดได้หลังจาก 24 ชั่วโมงไปแล้ว โดยแพทย์จะสั่งยาแก้แพ้ไปให้ผู้ป่วยรับประทาน และผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานยาให้ครบตามคำแนะนำ เพื่อเป็นการป้องกันอาการข้างเคียงที่เกิดจากการให้ยาเคมีบำบัด
ทั้งนี้ ผู้ป่วยจะต้องดูแลสุขภาพให้ดี ทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่แออัด ออกกำลังกายเบา ๆ หรือเคลื่อนไหวให้ร่างกายสดชื่น และไม่เครียดจนเกินไป เพื่อให้ร่างกายสามารถรับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามที่ต้องการ รวมถึงหากรู้สึกกังวลในเรื่องของผลข้างเคียงหลังการให้ยาเคมีบำบัด สามารถปรึกษากับแพทย์ หรือเภสัชกรได้ เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันกับผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล
รักษามะเร็งปอด ด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง (VATS) โอกาสหายเกือบ100%