ข้อสะโพกเสื่อม อายุน้อยก็เป็นได้และอาจนำมาซึ่งภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิต
ข้อสะโพกเสื่อม ปัญหาใหญ่ในผู้สูงอายุ ที่ยากจะหลีกเลี่ยงจากอายุที่มากขึ้นเผยอาการและโรคแทรกซ้อนต้องระวัง เผยวิธีชะลอข้อเสื่อม
เมื่ออายุมากขึ้น หนึ่งปัญหาที่ต้องเจอและผู้สูงวัยต้องหนีไม่พ้น คือเรื่องของกระดูก ข้อเสื่อม ปวดข้อ ปวดขา หกล้ม กระดูกหักไปได้ และหนึ่งในอาการที่พบบ่อยมากในผู้สูงวัย ก็คือปัญหาปวดสะโพกด้านหลัง ในความจริงอาการข้อสะโพกเสื่อมเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความผิดปกติของสะโพกตั้งแต่เกิด ข้อสะโพกขาดเลือดจากอุบัติเหตุ แต่อาการข้อสะโพกเสื่อมในผู้สูงวัยนั้น มักเกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อนที่รับแรงกระแทกระหว่างข้อ หรือมีภาวะกระดูกพรุนทำให้กระดูร้าวแตกหักได้ง่ายเมื่อหกล้มเพียงเล็กน้อยก็ตาม
ซึ่งมักจะเป็นการหักของกระดูกต้นขา (Femur) ที่อยู่บริเวณสะโพกและโคนขาหนีบ และที่น่ากลัวคือหลายครั้ง ที่ผู้สูงอายุไม่ยอมรับการรักษา จนเกิดโรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น ปอดอักเสบ การติดเชื้อ ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน อันเนื่องมาจากร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือเดินได้
อาการข้อสะโพกเสื่อม
สำคัญคือ การปวดสะโพกด้านหลัง คนที่มีภาวะข้อสะโพกเสื่อม มักจะมีอาการปวดสะโพกด้านหลังตลอดเวลา เพราะข้อสะโพกเสื่อมจากภาวะกระดูกเสื่อม ข้ออักเสบรูมาตอยด์ กระดูกอ่อนอาจจะถูกทำลายและทำให้ปวดสะโพกด้านหลัง และข้อยึดในเวลาต่อมา
การสังเกตอาการเพื่อดูว่าตนเองมีอาการของโรคข้อสะโพกเสื่อมหรือไม่ให้ดูจากเวลาเดินหรือวิ่งมีอาการเจ็บแปล๊บ ๆ ที่ข้อสะโพก บริเวณที่เจ็บมักเกิดที่ตำแหน่งด้านหน้าหรือด้านหลังสะโพก และมีอาการเจ็บปวดร้าวลงไปแค่เข่า ไม่ก็เลยไปถึงปลายเท้า หลายคนคิดว่าสะโพกเสื่อมมักเกิดกับผู้สูงอายุ แต้แท้จริงแล้ว คนอายุน้อยที่ยังไม่ถึงเลข 6 ก็สะโพกเสื่อมได้เช่นกัน ถ้าเป็นโรคที่เกิดจากข้อสะโพกเสื่อมมักเกิดทีละข้าง
5 โรคกระดูกและกล้ามเนื้อยอดฮิตในวัยทำงาน ปล่อยไว้อาจรุนแรงเรื้อรัง
วิธีชะลอข้อสะโพกเสื่อม
ดูแลน้ำหนักตัวอย่าให้โหลดเกินไป ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และใช้ยาสเตียรอยด์ด้วยความระมัดระวัง และหมั่นบริหารกล้ามเนื้อรอบสะโพกให้มีความแข็งแรงด้วย 4 ท่าหลัก
- ท่าที่ 1 ยืนจับเก้าอี้ แกว่งขาไปด้านหลัง และปล่อยกลับมาด้านหน้า ทำซ้าย – ขวาทีละข้างสลับกัน
- ท่าที่ 2 จับเก้าอี้ ยกเข่างอขึ้นมาด้านหน้า ปล่อยกลับยืนตรง ทำซ้าย – ขวาทีละข้างสลับกัน
- ท่าที่ 3 ยืนจับเก้าอี้หรือเสา เตะขาออกไปด้านข้างลำตัว และดึงกลับเข้ามาทำซ้าย – ขวาทีละข้างสลับกัน
- ท่าที่ 4 นอนตะแคงบนพื้น เอาหัวหนุนแขน ยกขาขึ้นด้านบน ทำซ้าย – ขวาทีละข้างสลับกัน
ส่วนโรคกระดูกพรุนกับข้อสะโพกเสื่อมอาจไม่ได้เกี่ยวเนื่องกันโดยตรง แต่ถัากระดูกซึ่งเป็นฐานของข้อเนื้อแน่นไม่พรุน ไม่ทรุดง่าย โอกาสที่ข้อเสื่อมก็จะน้อยลง การป้องกันทางอ้อม เช่น กินแคลเซียม กินวิตามินดี ช่วยให้กระดูกแข็งแรงและเนื้อแน่นขึ้น
อย่างไรก็ตาม ถ้าแพทย์วินิจฉัยแล้วเห็นว่าจำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก นั่นหมายถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเข้าไปแทนที่ข้อสะโพกที่เสื่อมหรือแตกหัก ข้อสะโพกเทียมประกอบด้วย 2 ส่วนคือ “ส่วนเบ้าสะโพก” และ “หัวสะโพก” ซึ่งใช้ในการเคลื่อนไหว ประกอบด้วยวัสดุทั้งเป็นพลาสติกชนิดพิเศษและเหล็ก ซึ่งข้อเทียมในสมัยใหม่นี้สามารถมีอายุการใช้งานได้นานหลังถึง 25 ปี และด้วยนวัตกรรมผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมในปัจจุบัน ยังช่วยให้ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เพราะลดความเจ็บปวด ลดการเสียเลือดจากการผ่าตัด ส่วนใหญ่ใช้ระยะเวลาพักฟื้นรักษาตัวประมาณ 12 สัปดาห์ เพื่อให้แผลผ่าตัดหายสนิท และโดยมากจะกลับเดินได้ดีเป็นปกติภายใน 3 เดือนเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2 และ โรงพยาบาลกรุงเทพ อินเตอร์เนชั่นแนล
“กระดูกหัก” ภาวะฉุกเฉินต้องรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง กันภาวะแทรกซ้อน!
5 เคล็ดลับง่าย ๆ เสริมความแข็งแรงของกระดูก ชะลอกระดูกพรุนได้!