“ชาไทยเย็น” อันดับ 7 ของโลก แต่ “ชาไทยหวานน้อย” อร่อยแถมสุขภาพดี
เว็ปไซต์ TasteAtlas จัดอันดับ ชาไทย ชาเย็น หรือชาสีส้มที่เราคุ้นเคยติดอันดับ 7 ของโลก ในหมวด “เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อร่อยที่สุดในโลก” สร้างความประทับใจให้กับคอชาเย็นเป็นอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ ชาไทยนั้นประกอบด้วย น้ำตาล 11 ช้อนชา ทะลุลิมิตน้ำตาลที่ควรได้รับในแต่ละวัน หาก “สั่งหวานน้อย” จะได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพดี
อาหารไทยเลี่ยงชื่อเรื่องความอร่อยเข้มข้นถึงพริกถึงเครื่อง และสร้างความประทับใจให้กับคนทั่วโลกที่ได้ลิ้มลองมาแล้ว คราวนี้ถึงคราวเครื่องดื่มหวานมันอร่อยที่เป็นเครื่องดื่มของใครหลายคน อย่าง ชาเย็น หรือ ชาไทย ที่ เว็ปไซต์ อาหารยอดนิยมอย่าง “TasteAtlas” ได้จัดอันดับอีกครั้งกับ 10 เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อร่อยที่สุดในโลก โดยในครั้งนี้ชาไทย สามารถคว้าเอา อันอับ 7 มาครอบครองได้
ทางเว็บไซต์ TasteAtlas ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า “ชาไทยเย็น” หรือ Thai Iced Tea ชาไทยเย็นแบบไทยแท้ คือการผสมผสานระหว่างชาดำเข้มข้น นมข้นหวาน น้ำตาล และเครื่องเทศที่เสิร์ฟบนน้ำแข็งบด ซึ่งทำมาจากใบชา เช่น ชาอัสสัม ชาซีลอน หรือชาคีมุน ในขณะที่บางรายอาจจะเพิ่มส่วนผสมมาอีกคือ มะขามบด โป๊ยกั้ก หรือกระวาน ด้วย
ได้รู้ข้อมูลเบื้องต้นไปแล้ว หลายคนคงคอแห้งแล้วอยากจะออกไปซื้อมาสักแก้ว แล้วดื่มให้ชื่นใจคลายร้อน มีแรงทำงานต่อในช่วงบ่ายแบบนี้ แต่ช้าก่อนนะคะ ฟังทางนี้ก่อน อย่างที่ทราบกันว่า “ชาไทย” มีแคลอรีสูงถึง 320 Kcal ประกอบด้วยนมข้นหวานและน้ำตาล(ไม่นับรวมท็อปปิ้ง อย่างไข่มุกหรือเจลลี่ต่างๆ) ทำให้เกิดความเสี่ยงโรค NCDs หรือโรคจากพฤติกรรมทำเอง อย่าง เบาหวาน,หลอดเลือดสมองและหัวใจ,ถุงลมโป่งพอง ,มะเร็ง,ความดันโลหิตสูง,ไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วนลงพุง แต่เราก็กินชาไทยอย่างสบายใจได้ หากสั่งหวานน้อย … แล้วหวานน้อยแค่ไหน? ถึงปลอดโรค?
อร่อยถูกใจ เบาหวานถามหา “ชานมไข่มุก” ภัยเงียบเสี่ยงโรครุมเร้า
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เปิดเปยคนไทยติดหวานหนัก กินน้ำตาล 25 ช้อนชา/วัน เสี่ยงสารพัดโรค ซึ่งน้ำชงหวานส่วนใหญ่มีน้ำตาลสูงเกิน 10 ช้อนชาต่อแก้ว และ ชาไทยเองก็หวานพุ่งสูงถึง 11 ช้อนชาต่อแก้ว ขณะที่ร่างกายไม่ควรได้รับน้ำตาลที่มากเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน หมายความว่าชาเย็นแสนอร่อย 1 แก้วก็เกินโควต้าไปแล้วเรียบร้อย อีกทั้งข้อมูลของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2562 พบว่า เฉลี่ยในแต่ละวัน คนไทยดื่มเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลเฉลี่ยกว่า 3 แก้ว โดยเฉพาะค่านิยมการบริโภคเครื่องดื่มชงเย็น เช่น กาแฟ ชานมไข่มุก รวมถึงน้ำแต่งรสชนิดต่าง ๆ ที่มีวัตถุดิบให้ความหวานแตกต่างกันฉะนั้นการหันมาสนใจสุขภาพโดยใส่ใจปริมาณน้ำตาลให้ “หวานน้อย ไม่เกิน 2 ช้อนชา” ไม่เกินระดับ 2 หรือ ความหวานไม่เกิน 2 ช้อนชา ให้เข้าใจง่ายที่สุด กับการเติมความหวานทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น น้ำตาล นมข้น น้ำผึ้ง น้ำเชื่อม หรือไซรัป ในเครื่องดื่มชงเย็นทุกประเภท จะช่วยลดพุงลดโรค ป้องกันกินหวานเกินเกณฑ์มาตรฐาน สำหรับเครื่องดื่มเย็น หยุดเสี่ยงป่วยโรค NCDs หรือจะกินหวานร้อยแบบนานๆกินทีก็ได้ แต่ก็ไม่ควรกินบ่อยเกินลิมิตนะคะ แต่หากเป็นคอชาเย็นที่อยากกินในทุกวัน
งั้นบ่ายๆแบบนี้อย่าลืมสั่ง “ชาไทยเย็น หวานน้อย” กันนะคะ ^^
ขอบคุณข้อมูลจาก : สสส. และ TasteAtlas
เปิดกลไกร่างกาย สาเหตุที่คนชอบกิน “ของหวาน” กินเท่าไร ก็ไม่เบื่อ
“น้ำอัดลม” ดื่มเกิดลิมิตเสี่ยงโรครุมเร้า ร่างพัง อัตราหัวใจล้มเหลวเพิ่ม 23%