"กราโนล่า" ประโยชน์จากไฟเบอร์ มีโปรตีน แต่กินแล้วผอมจริงหรือไม่?
“กราโนล่า” คุ้นชื่อกันดีว่าเป็นมื้อเช้าที่สะดวกรวดเร็วจนแทบไม่ต้องทำอะไร เพราะแค่ฉีกซองเทลงบนโยเกิร์ตหรือจะใส่นมก็พร้อมทานแล้ว อีกทั้งยังทำให้อิ่มท้องพอดี แล้วยังได้ประโยชน์สารพัด แต่! เลือกผิดก็อ้วนเหมือนกัน!
กราโนล่า (Granola) กลายเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นท็อปปิ้งโรยบนอาหารหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ต ข้าวโอ๊ต หรือกินคู่กับนมรสชาติโปรด หรือหากหิวระหว่างวันแทนที่เราจะหยิบขนมคบเคี้ยวมากินลองเปลี่ยนมาเป็นกราโนล่าสักถ้วย นอกจากจะอร่อยแล้วยังมีประโยชน์อีกด้วย ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความอร่อยแล้ว ยังช่วยให้อิ่มมากขึ้นอีกด้วย เพราะกราโนล่า มีลักษณะคล้ายกับซีเรียล ที่ประกอบไปด้วยธัญพืชชนิดต่าง ๆ เช่น ข้าวโอ๊ต เมล็ดถั่วต่าง ๆ ผลไม้อบแห้ง
มีส่วนผสมที่ให้ความหวาน คือ น้ำผึ้ง น้ำตาล คาราเมล หรือช็อกโกแลต ที่แตกต่างกันไปของแต่ละสูตรแต่ละยี่ห้อ
โภชนาการกราโนล่า
- ไฟเบอร์ ธัญพืช ข้าวโอ๊ต และเมล็ดถั่วต่าง ๆ ที่เป็นส่วนผสมหลักมีส่วนช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร การขับถ่าย ลดอาการท้องผูก ควบคุมระดับน้ำตาลและ คอเรสเตอรอลในเลือด
- โปรตีน จากถั่วและธัญพืช เป็นแหล่งโปรตีนที่พบในกราโนล่า ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีโปรตีน โดยเฉพาะในมื้อเช้าจะช่วยให้สามารถควบคุมความหิวระหว่างมื้อได้ดี
- วิตามิน เป็นอาหารที่มีวิตามินสูงโดยเฉพาะวิตามินอี ที่มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมของเซลล์ สร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงผิวพรรณ ไทแอมีนและโฟเลต ซึ่งเป็นกลุ่มวิตามิน B มีส่วนช่วย ในการบำรุงหัวใจ ระบบประสาท และกระตุ้นระบบการเผาผลาญ
- แร่ธาตุ ส่วนผสมของกราโนล่าประกอบไปด้วยแร่ธาตุมากมาย เช่น แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ซิงค์ ทองแดง แมงกานีส ธาตุเหล็ก และซีลีเนียม ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายช่วยทำให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงาน ได้ดีขึ้น
กินกราโนล่าไม่อ้วนจริงหรอ ?
ถึงกราโนล่าจะมีข้าวโอ๊ตเป็นส่วนผสมหลักที่สามารถควบคุมระดับคอเรสเตอรอลในเลือดได้ แต่ในแง่ที่จะช่วยลดน้ำหนักได้นั้นขึ้นอยู่กับว่า เลือกกราโนล่าที่มีส่วนผสมแบบไหน เพราะในท้องตลาดมีผลิตภัณฑ์กราโนล่าหลากหลายยี่ห้อ ดังน้นการสังเกตก่อนกินจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยได้
ธัญพืชลดความเสี่ยงมะเร็ง เพิ่มใยอาหาร แก้ร้อนใน-เหน็บชา!
เลือกกราโนล่า ให้ได้ประโยชน์มากกว่า!
- สังเกตปริมาณน้ำตาล ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลธรรมชาติ น้ำตาลไม่ขัดสี น้ำเชื่อม หรือแม้แต่น้ำผึ้ง เนื่องจากน้ำตาลเป็นสารอาหารที่ดูดซึมเร็ว และกระตุ้นการสะสมไขมันในร่างกาย เป็นสาเหตุทำให้อ้วนได้
- คำนวณปริมาณแคลอรี่ต่อการทาน 1 ครั้ง เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานเหมาะสมในแต่ละวัน
- การสังเกตปริมาณไขมัน กราโนล่าที่ดีไม่ควรมีน้ำมันที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันปาล์ม และน้ำมันไฮโดรเจน หากมีน้ำมันควรเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น น้ำมัน มะกอกสกัดเย็น น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันรำข้าว เพราะน้ำมันเหล่านี้จะไม่เพิ่มความเสี่ยงการเกิด โรคหัวใจ และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (Low Density Lipoprotein : LDL) ในเลือด
- คนที่แพ้อาหารจำพวกถั่วเหลือง และอินนูลิน (อินนูลิน คือ เส้นใยอาหารชนิดละลายได้ในน้ำซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพหรือพรีไบโอติก (Prebiotics) ในร่างกาย การรับประทานอาหารที่มีอินนูลินจึงช่วยเพิ่มพรีไบโอติก เป็นการสร้างสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ทำให้ผู้ที่รับประทานรู้สึกอิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มวลไขมันและน้ำหนักลดลง) ควรอ่านฉลากทุกครั้งก่อนบริโภค
อีกทางหนึ่งคือการทำกราโนล่าเองที่บ้าน ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่รักสุขภาพ แถมเลือกใส่ผลไม้สดเพิ่มวิตามินลงไปได้อีก จึงลดโอกาสที่จะทำให้อ้วน อย่างไรก็ตามย้ำกันอยู่ตลอดว่าควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่และหลากหลาย ด้วยนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
5 กลุ่มอาหารลดความเสี่ยงยับยั้งมะเร็ง ต้านการอักเสบ ปกป้องเซลล์
10 ลักษณะเห็ดพิษต้องระวังหน้าฝน แนะทดสอบพิษตามภูมิปัญญาชาวบ้าน!