ประโยชน์“หัวไชเท้า” ผักวิตามินซีสูง เปิดสาเหตุทำไมกินดิบดีกว่า
เปิดประโยชน์และสรรพคุณของหัวไชเท้า หรือผักกาดหัว ที่มีวิตามินซีสูงช่วยต้านหวัด และข้อควรระวัง ใครบ้างไม่ควรแตะ!
หัวไชเท้า หรือ ผักกาดหัว โดยทั่วไปแล้ว จะมีอยู่ด้วยกันหลายสี ไม่ว่าจะเป็นสีขาว สีแดง สีม่วง สีชมพู แต่ที่นิยมอยู่ในไทย และคุ้นตากันดีคือสีขาว โดยมีคุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม คือ มีแคลเซียม 43 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 20 มิลลิกรัมไอโอดีน 4 ไมโครกรัม วิตามินบี 1 0.01 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.02 มิลลิกรัม ไนอาซิน 0.5 มิลลิกรัม และมี วิตามินซีสูงถึง 26 มิลลิกรัม โดยนิยมนำมาประกอบอาหารหลากหลาย อาทิ เมนู หัวไชเท้าผัดไข่ ต้มจับฉ่าย แกงจืดหัวไชเท้ากระดูกหมู หรือ หัวไชเท้าดอง ที่กินคู่กับอาหารเกาหลี
หัวไชเท้า มีวิตามินตาซีสูง มีส่วนช่วยในกระบวนการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการขจัดเชื้อโรคเสริมระบบภูมิคุ้มกันช่วยต้านภูมิแพ้ ช่วยลดอาการระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจ
สรรพคุณหัวไชเท้า
- ช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร
- ช่วยย่อยอาหาร
- ช่วยให้ระบาย
- ฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา
- ช่วยลดน้ำตาลในเลือด
- ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำดี
- ต้านอนุมูลอิสระ
- ต้านการอักเสบ
- ต้านมะเร็ง
- ลดเลือนริ้วรอย
- ใช้บดเอาไปพอกแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาทางเภสัชอื่นๆ ในต่างประเทศอีกหลายงานวิจัย เช่น สารที่ได้จากสารสกัดหัวผักกาดขาวด้วยแอลกอฮอล์ พบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะมีความไวต่อแบคทีเรียแกรมบวก และในเมล็ดหัวผักกาดขาว ก็มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย โดยสาร Raphanin ในเมล็ด ที่มีปริมาณความเข้มข้น 1 มก./มล. มีฤทธิ์ยับยั้ง Staphylococcus และ Colibacillus อย่างเห็นได้ชัด
โปรตีนสัตว์ ต่างจาก โปรตีนพืชอย่างไร? ควรเลือกกินแบบไหนมากกว่ากัน
ข้อควรระวังในการกินหัวไชเท้า
- เนื่องจาก Amylase ไม่ทนต่อความร้อน จะถูกทำลาย ณ อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส นอกจากนี้วิตามินซีก็ไม่ทนต่อความร้อนสูง ดังนั้นจึงควรกินหัวไชเท้าแบบดิบๆ จะได้รับสารอาหารมากกว่าการกินแบบสุก
- เป็นพืชอาหาร ซึ่งมี nitrate สูง จึงอาจจะทำให้ก่อมะเร็งได้ถ้ารับประทานมาก จึงควรรับประทานแต่พอควร ไม่มีรายงานฤทธิ์ในการเจริญอาหาร แม้ว่าในภาพรวมแล้วค่อนข้างปลอดภัย ก็ควรรับประทานในขนาดพอควร และสลับกับผักอื่น
- หัวไชเท้ามีสาร Allyl isothiocyanate และ Thioglycoside ที่สามารถทำให้เกิดอาหารผื่นแพ้บนผิวหนังได้
- ผู้ที่มีอาการม้ามพร่อง คือ มีอาการท้องอืด แน่น เป็นประจำ กินอาหารแล้วไม่ค่อยย่อย มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก ไม่ควรกินผักกาดหัว
- ผู้ป่วยโรคไฮโปไทรอยด์ไม่ควรรับประทานผักกาดหัว เพราะในผักกาดหัวมีสารกอยโตรเจนที่มีฤทธิ์ไปขวางการจับกับไอโอดีนของต่อมไทรอยด์ ซึ่งอาจทำให้เกิดเป็นโรคคอหอยพอกได้
- ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ อ่อนเพลีย และหอบหืด เมื่อกินเมล็ดผักกาดหัว จะทำให้อาการหอบรุนแรงขึ้น รวมถึงผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ เลือดน้อย ห้ามกินเมล็ด และใบของผักกาดหัวดัวยเช่นกัน
- ผักกาดหัวมีฤทธิ์เป็นยาเย็นจึงไม่ควรรับประทานร่วมกับสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น โสม หรือ ตังกุย เพราะอาจจะทำให้ไปสะเทินฤทธิ์กันเอง มีผลทำให้การออกฤทธิ์ของสมุนไพรไม่ดีเท่าที่ควร
ทั้งนี้ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้หัวไชเท้าในการบำบัดรักษาโรคเสมอ อย่างไรก็ตามควรกินอย่างเหมาะสมและสลับกับผักอื่นๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลาย อย่าลืมทานร่วมกับเนื้อสัตว์ และกลุ่มคาร์บ เพื่อสารอาหารที่ครบถ้วนนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : disthai และ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
สุดยอดไฟเบอร์! ผักช่วยการขับถ่าย แถมอิ่มเร็ว ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้!
ประโยชน์หอมแดง สมุนไพรเสริมภูมิต้านทาน แนะวิธีปอกหอมไม่ให้แสบตา