“ทับทิม” อุดมวิตามิน สารพฤกษเคมี ลดการอักเสบ ยับยั้งเซลล์มะเร็ง
ทับทิม ผลไม้สีสวยหวานกรอบ แถมยังเต็มไปด้วยประโยชน์ มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยในการลดการอักเสบ ช่วยยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งได้
ทับทิม (Pomegranate) ผลไม้พื้นเมืองของประเทศเปอร์เซีย อิหร่าน แต่ปัจจุบันก็วางขายให้ผู้บริโภคได้หาซื้อรับประทานกันในหลายๆประเทศ หนึ่งในนั้นคือไทย ซึ่งหลายคนชื่นชอบและตกหลุมรักทั้งรสชาติ หวานกรอบ สนุกทุกครั้งที่ได้กิน และสีสันสีแดงสด สดใสชวนให้รู้สึกชุ่มชื่น
นอกจากความสวยงามแล้ว ทับทิมยังให้คุณค่าโภชนาการสูง มีการศึกษาจากหลายประเทศทั่วโลกพบว่าทั้งส่วนผล ใบ ลำต้น และรากของต้นทับทิม สามารถนำมาใช้บรรเทารักษาอาการโรคต่างๆได้ อุดมไปด้วยวิตามิน สารพฤกษเคมี
สารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น โพลีฟีนอล สารพูนิคาลาจิน พูนิคาลิน กรดแอลลาจิก กรดแอลลาจิก แทนนิน วิตามินซี เป็นต้น
จากงานวิจัยมากมายพบว่าสารต้านอนุมูลอิสระทับทิม มีส่วนช่วยในการลดการอักเสบ ช่วยยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งได้ โดยเฉพาะเซลล์มะเร็งที่เต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก
ด้านสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า น้ำทับทิมมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระมาก เป็นแหล่งวิตามินซี, วิตามินบี 5 และโพแทสเซียม และยังมีงานวิจัยบอกว่า ดื่มน้ำทับทิมเป็นประจำสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดความดันโลหิต ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและการติดเชื้อจากไวรัส ลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก ลูคีเมีย เบาหวาน ไปจนถึงลดการสร้างเม็ดสีใต้ผิวหนัง
อย่างไรก็ตาม น้ำทับทิมในท้องตลาดมีปริมาณน้ำตาล 11 -12% ซึ่งนับว่าอยู่ในเกณฑ์สูง ผู้ที่สนใจจึงควรบริโภคแต่พอดีและไม่มากจนเกินไป หรือลองทำน้ำทับทิมสดกินเองก็เป็นทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว
วิธีน้ำทับทับด้วยตนเอง
ส่วนผสม
- เนื้อทับทิม 1 ถ้วยตวง
- น้ำต้มสุก 1 ถ้วยตวง
- น้ำเชื่อม เกลือ (เล็กน้อย)
อุปกรณ์พิเศษ: ผ้าขาวบางหรือตะแกรงตาเล็กๆ
5 กลุ่มอาหารลดความเสี่ยงยับยั้งมะเร็ง ต้านการอักเสบ ปกป้องเซลล์
วิธีทำน้ำทับทิม
- นำเนื้อทับทิมใส่ในผ้าขาวบางหรือตะแกรงขยำหรือใช้ช้อนกดให้น้ำออกมาให้หมด
- ค่อยๆเติมน้ำลงไปในเนื้อทับทิม ขยำซ้ำอีกทีจนแห้ง
- ลองชิมรสชาติ หากไม่ถูกปาก ลองใส่น้ำเชื่อมและเกลือตามชอบ
สิ่งสำคัญที่สุด คือไม่ควรใส่น้ำตาลลงในน้ำมากเกินไป และควรกินแต่พอดีเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหลากหลายควบคู่ไปด้วย พร้อมกับการออกกำลังกายที่เหมาะสมอย่าสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง
ขอบคุณข้อมูลจาก : มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยฯ และ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
“กาแฟ”เครื่องดื่มคาเฟอีน-สารต้านอนุมูลอิสระเต็มแก้ว-ใครบ้างไม่ควรกิน!
“ฟลาโวนอยด์” โมเลกุลคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง มีสารต้านอนุมูลอิสระ!