แพนิค อาการที่ไม่ใช่แค่ขี้ตกใจ แพทย์แนะรีบรักษาก่อนส่งผลต่อหัวใจ
แพนิค จัดเป็นอาการของโรควิตกกังวล แพทย์เผยอาการแนะวิธีรักษาด้วยการกินยา ก่อนส่งผลกระทบต่อทั้งจิตใจและร่างกาย
โรคแพนิค (Panic Disorder) หรือโรคตื่นตระหนก เป็นโรควิตกกังวลอีกประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นจากระบบประสาทอัตโนมัติ (Automatic Nervous System) พบได้บ่อยในทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยทำงาน เกิดจากความผิดปกติ ซึ่งระบบประสาทนี้เป็นระบบที่ควบคุมการทำงานของร่างกายหลายส่วน จึงทำให้เกิดอาการหลายอย่างร่วมกัน เช่น หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก ท้องไส้ปั่นป่วนวิงเวียน เป็นต้น
พบว่าผู้ป่วย ที่มีอาการจะเกิดขึ้นแบบฉับพลันถึงแม้ว่าจะไม่มีสาเหตุหรือมีเรื่องให้ต้องตกใจ ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกกลัว ตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก ไม่กล้าออกไปไหน จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
อาการของโรคแพนิค
-
หัวใจเต้นแรง ตัวสั่น
-
ใจสั่น แน่นหน้าอก
-
หายใจหอบ หายใจถี่
-
เหงื่อออกมาก เหงื่อแตก
-
ท้องไส้ปั่นป่วน
-
วิงเวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม
-
รู้สึกหวาดกลัวไปหมดทุกอย่าง
-
มือสั่น เท้าสั่น
-
ตัวชา ควบคุมตัวเองไม่ได้
ป่วยไม่รู้ตัว! โรคแพนิค "ออม สุชาร์" เผยโหมงานหนักจนเป็นปัญหาสุขภาพ
สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคแพนิค
-
อาจเกิดจากสมองส่วนควบคุมความกลัวที่เรียกว่า “อะมิกดาลา” (Amygdala) ทำงานผิดปกติ
-
กรรมพันธุ์ กรณีที่มีญาติหรือประวัติครอบครัวเป็นโรคแพนิค มีแนวโน้มเป็นได้มากกว่า
-
การใช้สารเสพติด
-
ความผิดปกติของฮอร์โมน ที่อาจทำให้สารเคมีในสมองเสียสมดุลได้
-
เคยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิต
-
พฤติกรรมต่าง ๆ ที่เป็นตัวกระตุ้น เช่น ทำงานกับคอมพิวเตอร์และมือถือนาน ๆ ต้องเผชิญกับความกดดัน อยู่ในสถานการณ์ที่เร่งรีบ เครียดวิตกกังวล ไม่ออกกำลังกาย พักผ่อนน้อย
-
เครียดสะสม
รักษาโรคแพนิค
สามารถรักษาได้ด้วยยา เพื่อปรับสมดุลของสารเคมีในสมองที่ผิดปกติ หรือการตรวจเลือดหาสาเหตุที่เกิดทางด้านร่างกาย เพื่อการรักษาที่ได้ผลดีจึงจำเป็นจะต้องมีการรักษาทางจิตใจควบคู่ไปด้วย ปรับพฤติกรรมและแนวคิดของผู้ป่วย รวมไปถึงคนรอบข้าง คนใกล้ชิด ก็ควรที่จะทำความเข้าใจกับโรคนี้และให้กำลังใจผู้ป่วย
นอกจากนี้ผู้ป่วยยังสามารถ ฝึกการหายใจเพื่อควบคุมสติ เพื่อช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยสามารถทำได้ด้วยตนเอง และผู้ป่วยควรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ผ่อนคลายจากความเครียด รับประทานอาหาร พักผ่อนให้เพียงพอ และอาจหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตประจำวันด้วยความเร่งรีบ รวมไปถึงการใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือมากเกินไป
ถึงแม้ว่าโรคนี้จะไม่รุนแรง หรือเป็นอันตรายต่อชีวิต แต่อาการของโรคอาจจะไปเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพร้ายแรงอื่น ๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคระบบหลอดเลือดหัวใจ และหัวใจวายเฉียบพลัน ดังนั้น หากสงสัยว่ามีอาการของโรคแพนิค แนะนำให้ควรไปพบแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาอย่างถี่ถ้วน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล เกษตร
ปรับวิธีคิดแก้นิสัยขี้ระแวง ลดความเครียด เลี่ยงโรควิตกกังวล ซึมเศร้า
เครียดสะสม ละเลยอาจนำไปสู่จิตเวชไม่รู้ตัว เช็กอาการเยียวยาจิตใจได้!