9 สัญญาณโรคเครียด เสี่ยงสภาพจิตใจทรุด วิธีรักษาด้วยยา-จิตบำบัด
โรคเครียด ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจเท่านั้น ยังส่งผลต่อสุขภาพกายโดยรวมด้วย เช็ก 9 สัญญาณเสี่ยงโรคเครียด และวิธีรักษา!
“โรคเครียด” ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจหรืออารมณ์เพียงอย่างเดียว แต่โรคเครียดสามารถทำให้เกิดความผิดปกติทางด้านร่างกายได้ และหากปล่อยไว้ให้เกิดความเครียดสะสม อาจทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอลง ส่งผลให้ติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไปผลของความเครียดต่อชีวิต
สัญญาณเสี่ยงโรคเครียด
- มีความวิตกกังวลตลอดเวลา โดยไม่สามารถควบคุมความกังวลได้
- รู้สึกหงุดหงิด โมโหง่าย หรือเหวี่ยงวีนใส่คนใกล้ตัวโดยไม่รู้ตัว
- รู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต ไม่มีชีวิตชีวา
- นอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกทำให้หลับต่อได้ยาก นอนฝันร้าย หรือมีความหวาดกลัวที่จะนอนไม่หลับ
- มีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกาย เช่น ปวดหัว ปวดท้อง ท้องผูก หรือท้องเสีย โดยอาการเหล่านี้มักเป็นโดยไม่ทราบสาเหตุ
- มีความต้องการทางเพศลดลง
- ความสามารถในการตัดสินใจลดลง ลังเล ทำให้นำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด
- แยกตัวออกจากสังคม ไม่อยากพบปะกับผู้อื่น หรือรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องพบปะกับผู้คน
- สำหรับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่อยู่แล้ว เมื่อเครียดแล้วอาจทำให้อยากดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่มากขึ้น
หากมีอาการเหล่านี้ 2-3 อย่างขึ้นไป คุณอาจกำลังเผชิญหน้ากับโรคเครียดโดยไม่รู้ตัว หากปล่อยไว้ในบางรายอาจเกิดอาการเครียดสะสม ทำให้มีความคิดว่าอยากจบชีวิตตนเองในที่สุด จนกลัวว่าอาจไม่สามารถควบคุมได้
โรคเครียดรักษาได้หรือไม่?
หากคุณสังเกตอาการหรือสงสัยว่าตนเองอาจกำลังเผชิญกับโรคเครียดอยู่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเพื่อหยุดโรคเครียดไม่ให้รุนแรงไปกว่าเดิม โดยการรักษาสามารถทำได้วิธีขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ของการเกิดความเครียด
- การรักษาด้วยยา แพทย์จะให้ยาเพื่อบรรเทาอาการต่างๆ จากความเครียดที่เกิดขึ้น เช่น ยาคลายเครียด ยาลดความวิตกกังวลหรือซึมเศร้า เพื่อให้อาการเครียดลดลงและพักผ่อนได้ดีขึ้น หรืออาจให้ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ยาคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น
- การรักษาโดยไม่ใช้ยา สิ่งสำคัญในการรักษาโรคเครียดคือต้องหาสาเหตุและขจัดปัญหาเหล่านั้น รวมถึงการทำจิตบำบัด ซึ่งจะได้พูดคุยและปรึกษากับนักจิตบำบัดหรือนักกิจกรรม ก็สามารถช่วยคุณจัดการกับความเครียดได้
สัญญาณ "ซึมเศร้าในผู้สูงอายุ" รายงานพบวัย 60+ เสี่ยงป่วยกว่า 30%
อาการเครียดเราควรจัดการกับความเครียดอย่างไรดี?
- หากิจกรรมที่ช่วยให้ตัวเองผ่อนคลายหรือกิจกรรมที่เติมความสุขให้ตนเอง
- พยายามมองโลกในแง่บวก ปรับทัศนคติหรือความคิดให้ไม่จมกับปัญหานั้นๆ และเลือกที่จะวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา และแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแทน
- ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัวใหม่ เช่น จัดบ้านใหม่ จัดโต๊ะทำงาน หรือเก็บกวาดและจัดระเบียบสิ่งของต่างๆ ให้เรียบร้อยขึ้น
- ตั้งเป้าหมายให้ตนเอง เช่น สมัครวิ่งมาราธอน หรือสร้างสรรค์งานศิลปะ เนื่องจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนให้กับตนเองจะสามารถสร้างความท้าทาย ลดความเครียด และทำให้สมองไม่คิดถึงสิ่งที่ทำให้เครียด
- พบปะกับเพื่อนฝูงหรือใช้เวลากับครอบครัว เพราะการที่เราได้พูดคุยหรือปรึกษาปัญหาที่กำลังรุมเร้าเราอยู่นั้น สามารถลดความเครียดลดได้
หากคุณรู้สึกเครียดหรือวิตกกังวล การมาพบจิตแพทย์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ปัญหาของคุณที่กำลังเผชิญอยู่ได้รับการแก้ไข หลายคนมักเข้าใจว่าการไปพบจิตแพทย์ คือคนที่มีภาวะจิตไม่ปกติ แต่แท้จริงแล้ว การไปพบแพทย์คือทางออกที่ดีที่สุดที่สามารถช่วยให้ปัญหานั้นเล็กลงได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ
ป้องกันการหกล้มผู้สูงอายุ ลดพิการ-เสียชีวิต แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น!
สถานเสาวภา สภากาชาดไทย เปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานร