4 ระยะความโศกเศร้า ความเจ็บปวดที่ต้องรับมือ เผยวิธีดูแลจิตใจ
นักจิตวิทยา เผย 4 ระยะกลไกของความโศกเศร้า กว่าจะผ่านเรื่องราวร้ายๆความสูญเสียไปได้ แนะวิธีดูแลจิตใจ ไม่ให้แย่ไปมากกว่าเดิม
ความโศกเศร้า การตอบสนองแบบหนึ่งของคนเราต่อความสูญเสีย โดยความความเศร้าโศกนี้คนเราสามารถแสดงออกมาได้ทั้งทางพฤติกรรมภายนอกให้เห็น เช่น ร้องไห้ฟูมฟาย เหม่อลอย หรือเป็นพฤติกรรมภายในเช่น ความรู้สึกหวนหา คิดย้อนระลึกถึงวันคืนเก่านักจิตวิทยาได้มีการศึกษาในเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกโศกเศร้านี้มากมาย โดยหนึ่งในนั้นคือ ระยะของความเศร้าโศก
4 ระยะความเศร้าโศก
- ระยะการไม่ยอมรับ เป็นช่วงต้นที่บุคคลเริ่มรับรู้ถึงการสูญเสีย ปฏิกริยาตอบสนองแรกที่ย่อมจะเกิดขึ้นก็คือ การพยายามไม่ยอมรับความจริงเกี่ยวกับการสูญเสีย
นักจิตวิทยาก็ได้อธิบายว่า พฤติกรรมทั้งภายนอกภายในที่บุคคลแสดงในขั้นนี้ เป็นพฤติกรรมที่แสดงมาจากความไม่เชื่อ ไม่ยอมรับความจริงเกี่ยวกับการสูญเสีย บางคนอาจจะมีการใช้วิธีที่เรียกว่า กลวิธีการยืดเวลา ซึ่งการไม่ยอมรับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการความเศร้าโศก ที่จะช่วยให้บุคคลมีเวลาสำหรับฟื้นความรู้สึก และช่วยให้บุคคลมีเวลาในการเตรียมความพร้อมเพื่อทำใจยอมรับความจริง ว่าเราได้สูญเสียสิ่งที่รักไปแล้วนั่นเอง เมื่อการยืดเวลา การไม่ยอมรับสิ้นสุดลง บุคคลจะเริ่มยอมรับความจริงเกี่ยวกับการสูญเสีย
- ระยะการเริ่มต้นยอมรับความจริง
ในตอนต้นของการยอมรับนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือความรู้สึกเจ็บปวด อาจถึงขั้นเจียนใจจะขาดลงเสียให้ได้ เพราะต้องมายอมรับกับความจริงว่าต้องสูญเสียสิ่งที่เราไม่อยากให้สูญเสีย หากเราก็ต้องค่อย ๆ ขยับใจให้มายอมรับกับความจริงที่แม้จะเจ็บปวดเช่นนี้ เพราะมันก็คือความจริง ซึ่งเราจะสามารถผ่านพ้นความรู้สึกเจ็บปวดนี้ไปได้สักวันอย่างแน่นอน ความรู้สึกเจ็บปวดในใจที่เกิดขึ้นจากการเริ่มต้นยอมรับความจริงนี้เป็นอาการเบื้องต้นที่จะเกิดขึ้น บุคคลอาจแสดงออกถึงความเจ็บปวดที่ตนได้รับผ่านการร้องไห้คร่ำครวญ บางครั้งอาจมีการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย บ้างก็อาจมีการคิดหมกมุ่นถึงสิ่งที่เราเสียไป ใจกลับไปคิดทบทวนถึงแต่เรื่องเก่า ๆ ที่เคยผ่านมา
หากการสูญเสียของรักของเราเป็นการสูญเสียที่รุนแรงที่สุด คือ การจากกันเพราะอีกฝ่ายไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว ในระยะของการเริ่มต้นยอมรับความจริงนี้ บุคคลที่สูญเสียยังอาจมีการแสดงความโกรธ เนื่องจากความผิดหวังที่เกิดขึ้นจากความหวังว่าผู้เราต้องสูญเสียจะยังมีชิวิตอยู่ หรือมีความโกรธต่อผู้ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบ หรือ มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการสูญเสียของเรา เมื่อบุคคลเข้าสู่ระยะของการเริ่มต้นยอมรับความจริง แม้ในระยะนี้บุคคลอาจจะมีอารมณ์รุนแรง เนื่องจากความจริงที่แสนจะเจ็บปวดนี้ แต่บุคคลก็จะพร้อมที่จะก้าวไปสู่ระยะต่อไปในที่สุด
- ระยะของการยอมรับความจริง
ระยะที่คนเราจะมีการตระหนักและยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น โดยการยอมรับความจริงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบปุบปับ แต่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องมาจากการตระหนักและยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นนี้ จะเป็นความเสียใจอย่างสุดซื้ง เพราะสิ่งที่เรารัก สิ่งที่เราผูกพัน ย่อมเป็นสิ่งที่เราพึงใจ มีความสุขกับสิ่งนั้น อยากให้มีสิ่งนั้นอยู่กับเราตลอดไป เมื่อต้องมาเผชิญกับความจริงว่าเราไม่มีโอกาสมีสิ่งที่เราพึงใจ อยากมีมันตลอดไปแล้ว ความรู้สึกเศร้า เสียใจอย่างสุดซึ้งย่อมจะเกิดขึ้นตาม โดยในบางครั้งอาจมีความรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง มีอารมณ์ซึมเศร้า ไม่อยากทำอะไร หมดแรง หมดกำลังใจ หมดความสนใจต่อสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต
- ระยะของการกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะเดินทางมาถึงระยะนี้ บุคคลจะต้องต่อสู้กับสารพัดความรู้สึกที่เราได้รับทราบกันไปข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นการหนีจากความรู้สึก หรือความจริงที่ต้องเผชิญ อารมณ์เจ็บปวดเสียใจ อารมณ์เศร้า หวนหา อยากให้มีสิ่งที่รักอยู่กับตัวเรา แต่ทุกความรู้สึกที่ยากลำบาก ล้วนแต่เป็นเหมือนกับก้อนหินแต่ละก้อนที่ช่วยให้เรารู้จักและยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นในชีวิต และก้าวข้ามมาสู่ก้อนหินก้อนสุดท้ายก่อนจะข้ามถึงฝั่งนั้นก็คือ การกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
10 สัญญาณซึมเศร้าจากการทำงาน วิธีป้องกันเยียวยาสุขภาพจิต!
วิธีดูแลสภาพจิตใจหลังเผชิญความเศร้า
- มีสติ รู้เท่าทันอารมณ์ รู้จักยับยั้งชั่งใจ เช่น งดทะเลาะกับผู้อื่นที่มีความเห็นแตกต่าง
- สร้างความบันเทิง มองเห็นคุณค่าตนเอง อาจร่วมเป็นอาสาสมัครทำประโยชน์แก่ส่วนรวม
- ดูแลสภาพจิตใจ ทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นปกติ เช่น ทำงาน ตั้งใจเรียน ทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้คลายกังวลและความเครียด
- ไม่ยึดติดกับอดีต ยอมรับความเป็นจริง และอยู่กับปัจจุบัน
- ให้เวลาเป็นเครื่องช่วยการผ่านเรื่องร้าย ๆ มักต้องใช้เวลาควรให้กำลังใจตนเองให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากให้ได้
- สำหรับบุคคลรอบข้าง โดยเฉพาะผู้ที่มีลูกหลานประสบเหตุการณ์ ควรเข้าช่วยเหลือเป็นที่ปรึกษา รับฟัง และเป็นแบบอย่างในการจัดการอารมณ์
- หากดูแลตนเองโดยวิธีข้างต้นแล้วยังคงมีปัญหาในการจัดการอารมณ์ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและรักษา
การสูญเสียทุกอย่างล้วนมีความโศกเศร้า ซึ่งกว่าจะผ่านไปแต่ละระยะก็ยากลำบาก สิ่งที่กล่าวมาอาจเป็นเพียงทฤษฎีในตอนปฎิบัติอาจจะยากเกินกว่าจะรับไหว หากมีอาการซึมเศร้า หมดหวัง อยากจบชีวิตตัวเอง แนะนำว่าให้พูดคุยกับบุคคลใกล้ชิดที่เราสบายใจ หรือ พบจิตแพทย์เพื่อปรึกษาและหาทางออกร่วมกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
เปิด 9 ข้อเกณฑ์วินิจฉัย “โรคซึมเศร้า” เป็นนานแค่ไหนควรพบแพทย์
เช็กอาการโรคนอนไม่หลับ เพิ่มโรคเรื้อรัง เสี่ยงป่วยซึมเศร้า 2 เท่า!