“ถุงSEB” ถุงใส่ชิ้นเนื้อแบบเปิดได้เอง นวัตกรรมคนไทย ช่วยลดเวลาผ่าตัด
จุฬาฯ เปิดตัวนวัตกรรม “ถุงSEB” ถุงใส่ชิ้นเนื้อแบบเปิดได้เอง ช่วยแพทย์ลดเวลาผ่าตัด พร้อมจับมือ บ.เอนซไปร์ ถ่ายทอดเทคโนโลยีต่อยอดเชิงพาณิชย์
ปัจจุบันการศัลยกรรมหรือการผ่าตัดแบบผ่านกล้องเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง เพราะช่วยลดขนาดบาดแผลให้เล็กลง ทำให้ผู้ป่วยมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
การผ่าตัดผ่านกล้องจำเป็นต้องใช้ชุดอุปกรณ์และเครื่องมือที่ซับซ้อน โดยเฉพาะถุงใส่ชิ้นเนื้อสำหรับการผ่าตัดช่องท้องผ่านกล้อง
ปกติจะผลิตจากวัสดุหลายชนิดและมีรอยต่อ ส่วนใหญ่ต้องใช้เครื่องมือเสริมและอุปกรณ์จำเพาะในการใช้งาน รวมถึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในระดับหนึ่งของศัลยแพทย์ด้วย และต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้มีราคาแพงและค่าใช้จ่ายรักษาทางการแพทย์สูง
ทีมนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ร่วมกับ ภาควิชาวิศวกรรมเคมีและศูนย์วิจัยวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรมศาสตร์ และภาควิชาวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จึงได้ร่วมกันพัฒนาถุงใส่ชิ้นเนื้อสำหรับการผ่าตัดผ่านกล้อง ที่เรียกว่า "ถุงใส่ชิ้นเนื้อแบบเปิดได้เองสำหรับการผ่าตัดผ่านกล้อง (Self-opening endoscopic bag) หรือถุง SEB”
โดย เมื่อไม่นานมานี้ ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คณะผู้บริหาร ได้ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวนวัตกรรม “ถุง SEB” และ ร่วมลงนามถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อต่อยอดนวัตกรรมเชิงพาณิชย์กับ บริษัท เอนซไปร์ อินดัสตรี จำกัด เพื่อขยายผลออกสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม
สำหรับ “ถุง SEB” ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นถุงบรรจุชิ้นส่วนเนื้อเยื่อจากการผ่าตัด และนำชิ้นเนื้อเยื่อออกมาจากช่องท้องของผู้ป่วย ซึ่งผลิตมาจากวัสดุชนิดเดียว ไร้ร้อยต่อ มีจุดเด่น คือ กลไกในการเปิดปากถุงได้เองเมื่ออยู่ในช่องท้องของผู้ป่วย ช่วยให้แพทย์สามารถใช้งานได้ง่าย สะดวก และช่วยลดระยะเวลาการผ่าตัด ที่สำคัญในส่วนของขั้นตอนการผลิตถุง ยังสามารถผลิตได้ในขั้นตอนเดียว ไม่ซับซ้อน ลดความยุ่งยากและต้นทุนในการผลิตอีกด้วย
“นั่งเนือยนิ่ง” เสี่ยงป่วย NCDs แนะขยับร่างกายลดน้ำตาล-ไขมันในเลือด
8 ข้อดีเมื่อ "บริจาคโลหิต" มากกว่าการให้ผู้อื่นคือสุขภาพดีของตนเอง
นอกจากนี้ ดร.พิชิต เลิศตำหรับ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอนซไปร์ อินดัสตรี จำกัด กล่าวอีกว่า นวัตกรรม “ถุง SEB” นี้ เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่จะช่วยให้ประเทศไทยมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ดี มีคุณภาพ และราคาถูก ลดการนำเข้าจากต่างประเทศได้
ซึ่งบริษัท เอนซไปร์ อินดัสตรี เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการวิจัย พัฒนา และผลิตผลิตภัณฑ์ทางด้านการแพทย์และมีสถานที่ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับมาตรฐานสากล พร้อมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมเชิงพาณิชย์
นอกจากนี้ บริษัทมองว่านวัตกรรมทางการแพทย์ชิ้นนี้มีศักยภาพสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในตลาดโลกได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทเอนซไปร์ อินดัสตรี มีความยินดีอย่างมากที่จะช่วยผลักดันให้นวัตกรรมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสามารถต่อยอดเป็นนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม สร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ เพื่อให้คนไทยและประชาชนทั่วโลกได้รับการบริการทางการแพทย์ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป
ขณะที่ ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ กล่าวว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาที่มีการผลักดันให้เกิดการพัฒนาผลงานนวัตกรรมที่ยั่งยืน เป็นประโยชน์ต่อสังคม (Real-world impact innovation) ตลอดจนมุ่งใช้ศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการตอบสนองและบริการสังคมด้วยการสร้างสรรค์ และบ่มเพาะองค์ความรู้สู่การสร้างสรรค์แนวทางแก้ไขปัญหาสังคม ทันต่อการปรับเปลี่ยน และการแข่งขันในระดับโลกอย่างยั่งยืน โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้พลิกโฉมสู่มหาวิทยาลัยที่เน้นนวัตกรรมสร้างสรรค์สังคม “Innovations for Society” เน้นจุดยืนที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์สังคม สร้างสรรค์ให้สังคมมีคุณภาพที่ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี ไปจนถึงการส่งเสริมองค์ความรู้ที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนสังคมให้ไปข้างหน้าด้วยกัน
“ในครั้งนี้นับว่าเป็นก้าวครั้งสำคัญของทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย คณะแพทยศาสตร์ พร้อมด้วย คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ กับ บริษัท เอนซไปร์ อินดัสตรี จำกัด บริษัทของคนไทย ได้ร่วมมือกันในการพัฒนาและผลักดันนวัตกรรมถุงใส่ชิ้นเนื้อแบบเปิดได้เองสำหรับการผ่าตัดผ่านกล้อง หรือ Self-opening Endoscopic Bag ให้ออกสู่สังคม เพื่อยกระดับการบริการทางการแพทย์ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.บัณฑิต กล่าว
ลดปัญหาถูกทิ้ง!จุฬาฯชี้“ทุเรียนอ่อน”มีสารดีต่อผิว เล็งผลิตเครื่องสำอาง