'ซุปโอมิครอน'แตกแขนงโควิดย่อยกว่า 300 สายพันธุ์ เพื่อความอยู่รอดของโรค
กว่า 3 ปีที่โควิด19 ระบาดในโลกและพัฒนาเป็นหลากหลายสายพันธุ์แต่โอมิครอนเป็นสายพันธุ์ที่แตกแขนงสายพันธุ์ย่อยมากที่สุดและอาจจะหลบภูมิเก่งมากกว่าเดิมเพื่อความอยู่รอดของตัวมันเอง
เฟชบุ๊ก Center for Medical Genomics เผยแพร่บทความ ทำไมถึงเรียกว่า 'ซุปโอมิครอน' โดยอธิบายว่า เป็นการเรียกขานโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญโควิด-19 ทั่วโลกบ่งชี้ให้เห็นถึงความหลากหลายตามธรรมชาติของการกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรนา 2019 ที่เปลี่ยนไปในยุคของ “โอมิครอน” เพราะในช่วง 2 ปีแรกตระกูลใหญ่ของโคโรนาไวรัส 2019 ซึ่งมีรหัสพันธุกรรมแตกต่างกันอย่างมากได้เกิดขึ้นและถูกแทนที่ด้วยตระกูลใหญ่ถัดไปอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ตระกูลไวรัสอู่ฮั่น ได้ถูกแทนที่ด้วยตระกูล อัลฟา, เบตา, แกมมา, เดลตา และ โอมิครอน ตามลำดับย่างเข้าสู่ช่วงปีที่ 3 ในยุคของตระกูลโอมิครอนกลับมีวิวัฒนาการเกิดเป็นสายพันธุ์ย่อยมากกว่า 300 สายพันธุ์ (omicron subvariants) พร้อมกัน ที่น่าสนใจมากคือส่วนหนามของโอมิครอนแต่ละสายพันธุ์ย่อยมีตำแหน่งกลายพันธุ์ทั้งที่ซ้ำกับสายพันธุ์โอมิครอนดั้งเดิมประหนึ่งเป็นการรีไซเคิล (recycle) นำตำแหน่งการกลายพันธุ์ดั้งเดิมที่ใช้ได้ผล (ในการหลบเลี่ยงภูมิ หรือจับกับผิวเซลล์) กลับมาใช้ใหม่ผสมผสานกับการกลายพันธุ์ตำแหน่งใหม่ซึ่งจำเป็นใช้แข่งขันกันเองเพื่อการอยู่รอดในหมู่ของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย
โควิด-19 โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 หนีวัคซีนได้น้อยกว่า BA.1 เล็กน้อย
ในยุคโอมิครอนที่มีสายพันธุ์ย่อยอุบัติขึ้นมามากมายจึงเปรียบเสมือนเป็นองค์ประกอบของซุป (หากเป็นวลีไทยอาจเรียกว่า “รวมมิตรโอมิครอน” ก็เป็นได้ โดยแต่ละภูมิภาคของโลกจะมีการระบาดของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยที่แตกต่างกัน