รู้จักภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง จนสูญเสียอวัยวะส่วนปลาย
จากกรณีที่หญิงสาวเข้ารับการรักษาด้วยอาการท้องเสียถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงจนต้องฟอกไต ต่อมาเกิดภาวะนิ้วมือนิ้วเท้าดำจนต้องตัดทิ้ง รู้จักภาวะ gangrene ติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงกระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือดแล้วกระจายไปอุดตันตามเส้นเลือดที่เลี้ยงนิ้วมือนิ้วเท้าแขนขาส่วนปลาย ใครบ้างต้องระวัง
จากกรณี หญิงสาว อายุ 30 ปี เข้าโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 12 เมษายน 66 ด้วยอาการท้องกว่า 20 ครั้ง โดยพบว่าความดันต่ำมาก จนโรงพยาบาลต้องส่งเข้าห้องฉุกเฉิน พบว่ามีอาการไตวาย ต้องฟอกไต และต้องได้รับการผ่าตัดด่วน โดยได้รับการรักษาและใส่เครื่องช่วยหายใจ จนกระทั่งออกมาจากโรงพยาบาลพบว่าปลายนิ้วมือนิ้วเท้าของหญิงสาวมีสีดำคล้ำ และหมอได้แจ้งว่าต้องตัดนิ้วมือทิ้งทั้งหมด
ล่าสุด เฟซบุ๊ก Drama-addict ได้ออกมาโพสต์ความรู้ในเรื่องนี้ว่า ถ้าท้องเสีย แล้วช๊อค เพราะติดเชื้อในกระแสเลือดหนักๆ ปลายมือปลายเท้า ปลายนิ้ว อาจเป็นงั้นเพราะขาดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลาย ทางการแพทย์เรียกว่า Symmetrical peripheral gangrene (SPG) ประมาณว่า เวลาเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง มันจะเกิดการกระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือดแล้วกระจายไปอุดตันตามเส้นเลือดที่เลี้ยงนิ้วมือนิ้วเท้าแขนขาส่วนปลาย สามารถพบได้ในเคสที่มีการติดเชื้อรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งหมอก็ต้องเลือกช่วยชีวิตคนไข้เป็นอันดับแรก และพยายามเก็บอวัยวะเก็บแขนขาไว้ให้มากที่สุด เคสนี้แปลว่าอาการหนักมาก ดีที่หมอช่วยไว้ได้ ยังไงก็รอฟังทาง รพ แถลงโดยละเอียด
ด้าน ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้า ได้ออกมายกเคสตัวอย่างที่คล้ายคลึงกัน โดยระบุว่ามีคนร้องเรียนมาว่า ได้พาคุณแม่ไปหาหมอ
“ทางโรงพยาบาลเอาน้ำหัวเข่าไปตรวจ จากนั้นก็เริ่มความดันต่ำ หมอบอกไตวายต้องฟอกไต แล้วก็บอกเป็นโรคเบาหวานบอกเป็นสารพัดโรค สุดท้ายไม่เป็นโรคอะไรเลย แถมต้องมาเสียนิ้วมือ นิ้วขา ขาอีกหนึ่งข้างต้องมาตัด เพราะเกิดจากการดำ เป็น 10 ปี จากคนปกติครบ 32 ขาที่ตัด เพราะดำถึงข้อเท้าครับ ส่วนอีกข้างที่ไม่ตัด ดำนิ้วเท้าทุกนิ้ว ปล่อยให้นิ้วเท้าหลุดไปเองครับ ก็เลยอยากทราบว่าเกิดจากอะไร”
สำหรับเคสนี้ต้องฟังทางข้อมูลจากหมอด้วยนะครับ น่าจะขอประวัติการรักษาย้อนหลังกับทางโรงพยาบาลได้ จะได้รู้ว่าเกิดจากอะไร เพราะจากที่บอกมาเห็นว่ามีคำว่า “เบาหวาน” ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะเกิดเส้นประสาทเสื่อมได้ และเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ทำให้แผลหายยาก ถ้ามีการติดเชื้อก็อาจต้องลงเอยด้วยการตัดเท้าครับ
- ระยะแรก อาจไม่มีอาการอะไร แต่พอหลอดเลือดมีการตีบตันมากขึ้นจะเริ่มมีปัญหาการปวดที่ขา เดินได้แค่แป๊บเดียวก็ต้องหยุดพัก
- ระยะต่อมา จะเริ่มตีบตันเป็นมากขึ้น ปวดจนเดินได้น้อยลง อาจจะมีแผลซึ่งแผลรักษาไม่หายด้วยการรักษาปกติ จนไปถึงนิ้วเท้าดำ ตาย เสียขาได้ มีบางคนไม่มีอาการปวดขาอะไรเลย แต่แผลไม่หาย นิ้วเท้าดำตาย ซึ่งถือว่าโรคมันได้ดำเนินไปเยอะมากแล้ว
หวานไม่ตัดขา! แต่ต้องไม่ละเลย “แผลเบาหวาน” ดูแลเท้าอย่างถูกวิธี
รู้จัก Symmetrical peripheral gangrene (SPG) หรือ Gangrene
เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อบางส่วนของร่างกายตายจนทำให้เกิดการเน่า โดยอาจมีอาการบวมหรือเกิดเป็นตุ่มพองขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลงของสีผิวในบริเวณนั้น ภาวะนี้เกิดจากเนื้อเยื่อขาดเลือด หรือได้รับเลือดจากระบบไหลเวียนเลือดไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นผลมาจากการบาดเจ็บหรือการติดเชื้อแบคทีเรีย
โดยภาวะดังกล่าว มักทำให้เกิดอาการบวม มีตุ่มน้ำพองขึ้นบนผิวหนังบริเวณที่ได้รับผลกระทบ มีกลิ่นเหม็นโชยออกมา รวมทั้งเกิดการเปลี่ยนแปลงของสีผิวในบริเวณนั้น ในบางกรณีก็อาจมีอาการปวดอย่างฉับพลันรุนแรง และอาจมีอาการชาเกิดขึ้นตามมาด้วย อวัยวะส่วนที่มักได้รับผลกระทบ คือ อวัยวะที่อยู่บริเวณไกลจากหัวใจ เช่น แขน ขา นิ้วมือ และนิ้วเท้า เป็นต้น
สาเหตุที่สำคัญของ Gangrene คือ การขาดเลือด เนื่องจากเลือดมีหน้าที่สำคัญในการขนส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในระบบภูมิคุ้มกันด้วย หากเลือดไม่สามารถเดินทางไปยังบริเวณใดของร่างกายได้ เซลล์ในบริเวณนั้นจะไม่สามารถอยู่รอดได้
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถทำให้เกิดภาวะนี้ได้ เช่น
- การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอลล์
- การใช้ยาหรือสารเสพติดที่ฉีดเข้าสู่ร่างกาย เป็นต้น
- ความดันเลือดต่ำ
- โรคเบาหวาน
- โรคหลอดเลือดแดงแข็ง
- โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ
- โรคหลอดเลือดหดตัวเรเนาด์
- การเกิดลิ่มเลือด
- ไส้ติ่งอักเสบ
- ไส้เลื่อน
- ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
- การติดเชื้อ HIV
- โรคแบคทีเรียกินเนื้อหรือโรคเนื้อเน่า
ประเภทของ Gangrene มีสาเหตุที่แตกต่างกันไป
- Dry Gangrene เกิดจากการไหลเวียนของเลือดที่ไม่ดีหรือถูกปิดกั้น พบได้ทั่วไปในผู้ป่วยโรคหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคภูมิคุ้มกันต้านตัวเอง โดยมักเกิดบริเวณมือและเท้า
- Wet Gangrene เกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อติดเชื้อจากแบคทีเรียบางชนิด ซึ่งมักเป็นผลจากอุบัติเหตุต่าง ๆ เช่น มีแผลจากการถูกไฟไหม้ หรือเกิดการบาดเจ็บตามร่างกาย เป็นต้น
- Gas Gangrene เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียคลอสตริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์ (Clostridium Perfringens) ซึ่งทำให้เกิดสารพิษที่ปล่อยแก๊สออกมาได้ แม้จะไม่ค่อยพบ Gangrene ประเภทนี้มากนัก แต่ก็มีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน
- Internal Gangrene เกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะภายในถูกปิดกั้น โดยมักพบในอวัยวะ เช่น ไส้ติ่ง ถุงน้ำดี และลำไส้ใหญ่ เป็นต้น
- Fournier's Gangrene เกิดจากการติดเชื้อบริเวณอวัยวะสืบพันธ์ุ โดยมักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ซึ่งเป็นภาวะติดเชื้อแบคทีเรียที่สามารถปล่อยสารพิษทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังและกล้ามเนื้อจนส่งผลให้เนื้อเยื่อตายและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เป็นต้น
ขอบคุณข้อมูลจาก: pobpad
ภาพจาก : wikipedia