ไข้เลือดออกระบาดหนัก 18 จังหวัด เล็งใช้กฎหมายควบคุมโรคลดอัตราป่วย-ตาย
กรมควบคุมโรค เผยจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกทั่วประเทศเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละกว่า 5,000 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงตอนนี้จำนวนเกือบ 40,000 รายแล้ว และมีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตกว่า 40 ราย ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการระบาดครั้งล่าสุดในปี 2562 ย้ำหากจำนวนผู้ป่วยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ อาจจำเป็นต้องใช้กฎหมายเพื่อทำการควบคุมโรคให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวผ่านหลังการประชุมร่วมกับทีมสาธารณสุขพบผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการรายงานพบว่ามีพื้นที่ 30 อำเภอใน 18 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา ตาก เพชรบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด อุบลราชธานี กระบี่ ภูเก็ต สงขลา สตูล นราธิวาสและกรุงเทพมหานคร ที่พบผู้ป่วยต่อเนื่องนานเกิน 8 สัปดาห์ และมีจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกใน 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา มากกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังในช่วงเวลาเดียวกัน
นายแพทย์ธเรศ กล่าวต่อว่า ได้มอบนโยบายเร่งด่วนให้ทีมผู้เชี่ยวชาญจากกองโรคติดต่อนำโดยแมลง กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1-12 สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง และศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง 38 แห่งทั่วประเทศ ให้การสนับสนุนวิชาการและทรัพยากร เพื่อลดผู้ป่วยให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง
สถานการณ์ไข้เฃือดออกพบผู้ป่วยไข้เลือดออกทั่วประเทศเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละกว่า 5,000 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงตอนนี้จำนวนเกือบ 40,000 รายแล้ว และมีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตกว่า 40 ราย ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการระบาดครั้งล่าสุดในปี 2562 ที่พบผู้ป่วยทั้งปีกว่า 70,000 รายและเสียชีวิตกว่า 70 ราย และหากจำนวนผู้ป่วยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ อาจจำเป็นต้องใช้กฎหมายเพื่อทำการควบคุมโรคให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ขณะเดียวกัน นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้อธิบายว่า พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ได้ประกาศกำหนดให้โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ถ้ามีจำนวนผู้ป่วยสูงและต่อเนื่อง และต้องเพิ่มมาตรการในการควบคุมโรคให้เข้มข้นขึ้น อธิบดีกรมควบคุมโรคมีอำนาจตามที่ระบุในมาตรา 9 ของ พ.ร.บ.ในการประกาศสถานที่ที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออก ตามคำแนะนำของคณะกรรมการด้านวิชาการ เพื่อให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในการดำเนินการตามมาตรา 34 แบบเดียวกับการควบคุมป้องกันโรคติดต่ออันตราย เช่น โรคโควิด 19 ในระยะ 2 ปีแรก
ทั้งนี้ มาตรา 34 (8) จะทำให้ทีมงานสาธารณสุขในพื้นที่สามารถเข้าไปในบ้าน โรงเรือน สถานที่ หรือพาหนะที่มีหรือสงสัยว่ามีโรคระบาดเกิดขึ้น เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคได้ เช่น การเข้าไปสำรวจลูกน้ำยุงลาย กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ และพ่นสารเคมีเพื่อฆ่ายุงตัวแก่ ในบ้าน วัด โรงเรียน โรงแรม หรือสถานที่อื่นๆ ที่อาจจะเข้าไปไม่ได้ในสถานการณ์ปกติ และมาตรา 34 (4) (5) (6) ยังกำหนดให้เจ้าของสถานที่ต้องกำจัดลูกน้ำยุงลาย และแก้ไขสภาพแวดล้อม เช่น กำจัดขยะ แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานฯ อีกด้วย
หากมีการประกาศพื้นที่โรคระบาด จะช่วยเพิ่มความร่วมมือของประชาชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ภาครัฐทั้งกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย ภายใต้กลไกของกฎหมายจะทำให้สามารถลดการ เจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญทำให้ประชาชนไทยไม่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคที่ป้องกันได้
นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคจะทำหนังสือแจ้งให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดของ 18 จังหวัดดังกล่าวได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างเข้มข้นในช่วง 4 สัปดาห์จากนี้ รวมทั้งให้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่เรียกว่า CDCU plus VCU ที่ประกอบด้วยนักระบาดวิทยา นักกีฏวิทยา และนักเทคนิคการแพทย์ ในจังหวัดที่ผ่านการอบรมหลักสูตรควบคุมป้องกันโรคที่กรมฯ ได้จัดขึ้น และประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนทรัพยากรในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก และหากประชาชนสงสัยว่าจะป่วยจากโรคไข้เลือดออก ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
“ไข้เลือดออก”อาการเบื้องต้นแตกต่างจากโควิด-19 อย่างไร?
ด้านนพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้องไอซียูเฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ ประจำโรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์เฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC เปิดเผยเคสไข้เลือดออกว่า
ผู้ป่วยชายอายุ 71 ปี มีไข้สูง ปวดตัว วันที่ 12 กรกฎาคม 2566 ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ไม่เจ็บคอ ตาไม่แดง ไม่ปวดข้อ มาพบแพทย์วันที่ 14 ก.ค. ตรวจร่างกาย อุณหภูมิ 39.3 องศาเซลเซียส อย่างอื่นปกติ ตรวจเลือด เม็ดเลือดขาว 5,250 เกร็ดเลือด 196,000 ปกติ ค่าตับไต ปกติ ส่งเลือดตรวจหาไข้เลือดออกชนิดได้ผลเร็ว (Dengue Duo) ผลออกมาเป็นลบ ได้ส่งเลือดตรวจหาสารพันธุกรรม PCR ไข้เลือดออก ใช้เวลา 48 ชั่วโมง ให้ผลบวก
วินิจฉัยเป็นไข้เลือดออก ให้ผู้ป่วยนอนพักที่บ้าน กินยาพาราเซตามอล ลดไข้ 7 วันหลังป่วยวันที่ 19 ก.ค. ไข้ลง รู้สึกสบายดี ตรวจเลือดเกร็ดเลือดลดลงบ้าง 110,000 เอนไซม์ตับขึ้นเล็กน้อย SGOT 81, SGPT 64
ลูกชายของผู้ป่วยอยู่บ้านเดียวกันเพิ่งติดเชื้อไข้เลือดออกเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 ทางโรงพยาบาลวิชัยยุทธได้แจ้งสำนักอนามัย กทม.ทางเขตได้มาพ่นสารเคมีหมอกควันฆ่ายุงที่บ้านในวันที่ 28 มิถุนายนและวันที่ 3 กรกฎาคม แต่ก็ยังป้องกันผู้ป่วยติดเชื้อไม่ได้ สถานการณ์โรคไข้เลือดออกปีนี้ พบผู้ป่วยสูงกว่าปีที่แล้ว 3 เท่า ปัจจุบันมีชุดตรวจไวรัสเดงกี่ (Dengue) หรือไวรัสไข้เลือดออกได้ผลเร็วภายใน 1 ชั่วโมง โดยวินิจฉัยจากเลือดหาแอนติเจนที่จำเพาะต่อเชื้อ NS1 และแอนติบอดี IgM ถ้าตรวจผลเป็นลบไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยไม่ติดเชื้อไวรัสเดงกี่ ถ้าสงสัยไข้เลือดออกจำเป็นต้องส่งตรวจหาสารพันธุกรรมด้วยเทคนิค RT-PCR ใช้เวลา 2 วันการพ่นสารเคมีชนิดหมอกควันเพื่อฆ่ายุงลายในบ้านได้ผลน้อย การทำลายแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลายตามแหล่งน้ำสะอาดที่อยู่ในบ้านและรอบบ้านให้ผลดีกว่า สุดท้ายต้องป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกยุงกัดซึ่งก็เป็นเรื่องยาก
“ไข้เลือดออก” ทำไมควรเลี่ยงอาหารสีแดง สีดำหรือสีน้ำตาล แล้วกินอะไรได้?
“ไข้เลือดออก”สัญญาณภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิต-เป็นซ้ำเสี่ยงกว่าเดิม