นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคปรับโครงสร้างเพื่อให้เกิดความแข็งแกร่งในอนาคต และแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานพื้นที่เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ มีหน้าที่ทำงานประสานงานพัฒนาพื้นที่ในเขตเลือกตั้งต่าง ๆ และการสรรหาบุคลากรต่าง ๆ ทางการเมือง เพื่อดำเนินการร่วมรับฟังปัญหาต่าง ๆ ของประชาชนในเขตเลือกตั้ง เพื่อนำมาปรับปรับ เสริมสร้างความแข็งแกร่ง และช่วยเหลือตามนโยบายของพรรค พร้อมตั้งเป้าหมายส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในโอกาสต่อไป ครบ 350 เขต และจะต่อสู่ศึกเลือกตั้งอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่มีพรรคเสริม ไม่มีพรรคใด ๆ ทั้งสิ้น โดยจะเป็นพรรคเพื่อไทยพรรคเดี่ยว พรรคเดียว และปราถนาที่จะให้ ส.ส. และ ผู้สมัคร ส.ส. ใกล้ชิดประชาชน เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีให้พรรคแข็งแกร่ง ต่อไป
ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจ รายละเอียดคำสั่ง คณะกรรมการประสานงานพื้นที่เขตเลือกตั้ง 20 โซน จะประกอบด้วย โซนภาคเหนือ 2 โซน ภาคอีสาน 4 โซน ภาคกลาง 5 โซน ภาค กทม. 6 โซน และภาคใต้ 4 โซน มีกรอบภารกิจสำคัญคือ 1.การค้นหาคนการเมือง สมาชิกใหม่ ๆ ที่รวมอุดมการณ์เดียวกับพรรคเพื่อไทย มาเสริมการทำงานให้กับพรรค 2.การรับฟังเสียงประชาชน เพื่อรวบรวมข้อมูลมาทำนโยบายที่ตรงกับความต้องการประชาชน โดยยึดหลัก ทำได้ ทำจริง ภายใต้การดูแลของศูนย์นโยบายวิชาการ คณะกรรมการกำกับนโยบายวิชาการ เพื่อรองรับข้อมูลจากพื้นที่โซนต่าง ๆ ทั่วประเทศ
ทั้งนี้พรรคจะเริ่มการทำงานแบบมิติคู่ขนาน หมายความว่าจะทำงานระหว่างพื้นที่โซน ต่าง ๆ ที่แบ่งไว้ 21 โซน ร่วมกับส่วนกลางของพรรค การออกไปขยายฐานสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็ดี การไปรับฟังเสียงพี่น้องประชาชน การทำกิจกรรมในพื้นที่โซนต่าง ๆ และที่สำคัญ การจัดตั้งตัวแทนพรรคประจำเขตเลือกตั้ง จะดำเนินการให้ครบ 350 เขต เรื่องนี้ไม่ใช่ภาระประธานโซนอย่างเดียว หรือหน้าที่ของโซนเพียงลำพัง แต่พรรคจะจัดคณะทำงานจากส่วนกลาง เพื่อจัดเตรียมหน่วยคาราวานเคลื่อนที่ ประสานงานกับระบบเทคโนโลยี ที่พรรคจัดตั้งไว้เพื่อสนับสนุน การทำงานในพื้นที่เพิ่มความแข็งแรงให้กับแต่ละพื้นที่โซน เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยกำหนดการลงพื้นที่เขตภาคเหนือ และภาคอีสาน หลังปิดสมัยประชุมสภาฯ ในรูปแบบที่เหมาะสมกับสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 โดยอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำรายละเอียด
ด้านร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ขออย่างเพิ่งตกในกับการปรับโครงสร้างและการประกาศส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครบ 350 เขตทั้งประเทศ เพราะมีความตั้งใจที่จะบริหารประเทศชาติ เพียงพรรคเดียว ถ้าเป็นไปได้ และขอยืนยันว่าพรรคจะไม่มี พรรคนอมินี ไม่มีพรรคเล็กพรรคน้อย ที่ส่งไปเอาแบงค์ร้อย ไปแล้วแบงค์พัน เอาแบงค์ 500 ไปแลกแบงค์ 1,000 ไม่มี จะมีแต่เพื่อไทยเท่านั้น นี่คือนโยบายหลัก และนโยบายที่แท้จริง ส่วนฝันจะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่ประชาชนจะกรุณา
"ผมย้ำอีกครั้งหนึ่ง พรรคไม่มีพรรคนอมินี ใครไปอ้างไปอิง ท่านอย่างไปเชื่อ และที่สำคัญที่สุด ในกรุงเทพมหานคร ใหญ่ มีผู้แทนทั้งหมด 30 คน พรรคก็ทบทวนแล้วทบทวนอีก ก็จึงมีนโบายว่าถ้าจะให้คนหนึ่งคนใด มารับผิดชอบมันไม่ชนะ ต้องแบ่งปันความรับผิดชอบ จึงแบ่งออกเป็น 6 โซน ที่จะลงไปรับผิดชอบการเลือกตั้ง" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.นั้น พรรคพิจารณาอยู่ยังไม่ได้ข้อยุติ สำหรับส.ก. พรรคจะส่งลงทุกเขต ใครที่เคยอยู่ก็ขอให้มาแจ้งความจำนงค์ขอลงต่อ ใครที่ไม่กลับมาเราจะหาคนใหม่ ไม่ใช่เรื่องยาก และมันจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง และคน ๆ เดียวจะรับผิดชอบกรุงเทพที่กว้างใหญ่ คงไม่ได้
“คนๆเดียวรับผิดชอบกรุงเทพไม่ได้ เพราะกรุงเทพกว้างใหญ่ ผมเป็นผู้แทนกรุงเทพมาตั้งแต่ปี 2526 มีคราวนี้แหละครับที่เห็นพรรคการเมืองใจกล้า คือพรรคเพื่อไทย ประชาชนอย่าไปกังวล ว่าเราจะไม่มีคนมาลง ขณะนี้ล้นแล้ว กำลังคิด เรายึดหลักคนเก่าก่อน เว้นแต่คนเก่าไม่มานั่นเป็นสิทธิ ยืนยันการดำเนินการครั้งนี้เป็นนโยบายที่ชัดเจน และเป็นนโยบายที่ไม่มีพรรคอื่นคิดมาก่อนเพราะไม่กล้า แต่ว่าเพื่อไทยกล้า" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
เมื่อถามว่ามีสมาชิกพรรคที่ลาออกไปตั้งพรรคใหม่แล้ว แต่ยังทำกิจกรรมกับ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยอยู่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อย่าไปเอ่ยชื่อว่าใครลาออกไป แต่ใครที่ลาออกไป คือ ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย ส่วนความรู้สึกส่วนตัว ความผูกพัน ยังมีกันอยู่บ้าง ไปทำกิจกรรม ถ้าไม่ผิดระเบียบข้อบังคับพรรคก็ไม่ตำหนิ แต่ความเป็นจริงด้วยมารยาททางการเมือง ออกไปแล้ว ต้องไม่มายุ่งกับคนของพรรค
"เพราะออกไปแล้วยัง ไปๆ มาๆ กลับไป กลับมา ไอ้อย่างนี้เขาเรียกไม่สง่างาม สุดท้ายคน ๆ นั้น เท่ากับกินยาผิดซอง ของยิ่งยง ยอดบัวงาม เราไม่ว่า มาเจอกัน รักกัน ชอบกัน ไปเถอะ แต่ถึงเวลาสุดท้ายต้องชัดเจน สมาชิกคนไหนไม่ชัดเจน ทางพรรคไม่บังคับ ถ้าชัดเจนก็กลับมาอยู่ด้วยกัน เลิกซะเถอะ เราไม่มีแบงค์ 100 ไปแต่แบงค์ 100 ไปแตกแบงค์ 10,000 เรามีแบงค์เดียวคือ พรรคเพื่อไทย" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
อย่างไรก็ตามการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ยังไม่มีใครรู้ว่ารัฐบาล จะยุบสภา หรือไม่ยุบ อยู่ได้อยู่ไป แต่ถ้ายุบเมื่อไหร่ พรรคเพื่อไทย พร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส. ลง 350 เขต อย่างแน่นอน