เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2565 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวที "ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม" ที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งถือเป็นการขึ้นพูดบนเวทีและลงพื้นที่ต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก ทันทีที่ นางสาวแพทองธาร ขึ้นเวทีได้กล่าวขอบคุณ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าเพื่อไทย ที่มอบตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยให้ตนเอง พร้อมบอกว่า หลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่ไทยรักไทย พลังประชาชนและเพื่อไทย เมื่อย้อนดูแล้วก็ทำให้น้ำตาจะไหล
แต่ตอนนั้นตนเองยังไม่มีส่วนร่วมในพรรคการเมือง ก็สัมผัสได้ว่าเป็นเส้นทางที่ไม่ง่าย มีอุปสรรคมากมายเต็มไปหมด แม้ไม่ได้เข้ามาการเมืองก็ได้รับผลกระทบโดยตรง
นางสาวแพทองธาร กล่าวต่อไปว่า พรรคเพื่อไทยมีต้นทุนที่สำคัญที่สุด คือ ประสบการณ์การเป็นรัฐบาลมาหลายยุค เป็นจุดเด่นที่พรรคเพื่อไทยมีมากกว่าพรรคอื่น เป็นพรรคการเมืองที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้โดยพรรคเดียวหลายสมัย แต่วันนี้พรรคเพื่อไทย จะต้องเป็นพรรคเพื่อไทยในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า โดยที่จะไม่มีทางลืมประชาชนที่สนับสนุน ต้องอยู่อย่างแข็งแกร่งและอยู่รอด เพื่อให้พรรคเพื่อไทยเป็นความหวังของประชาชนอีกครั้ง ภายใต้เป้าหมาย 2 ข้อ ได้แก่
1. สร้างการมีส่วนร่วมให้คนหลายรุ่นได้มาทำงานร่วมกัน เพื่อหาตรงกลาง ตอบสนองความต้องการของคนทุกรุ่นให้ได้มากที่สุด โดยยังคง DNA เรื่องเศรษฐกิจ และปากท้องไว้
2. เราต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ระบอบเผด็จการต้องหมดไป หากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ นโยบายจะดีแค่ไหน จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ อำนาจรัฐเท่านั้นที่จะเป็นทางออกในเวลานี้ และเป็นจุดที่พรรคเพื่อไทยต้องไปให้ถึง ยืนยันว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทย จะเติมเงินในกระเป๋าให้ประชาชนได้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีอีกครั้ง
นางสาวแพทองธาร กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทย ต้องสร้างการมีส่วนร่วมกับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ผ่านโครงการ "ครอบครัวเพื่อไทย" เหมือนกับที่ในสมัยไทยรักไทย มีสมาชิกพรรคกว่า 14 ล้านรายชื่อ ไม่มีใครทำลายสถิตินั้นได้
ก่อนทิ้งท้าย นางสาวแพทองธาร ได้เชิญคนที่จะร่วมอุดมการณ์กับพรรคเพื่อไทย ให้มาอยู่บ้านหลังนี้ด้วยกัน เพื่อไปสู่เป้าหมายการเลือกตั้ง แลนสไลด์ทั้งแผ่นดิน พรรคเพื่อไทย พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งอีกครั้งเมื่อถึงเวลา และ 14 ล้านเสียงในช่วงพรรคไทยรักไทย จะเกิดขึ้นอีกในครั้งนี้
และไฮไลท์ในช่วงบ่าย จะมีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีของภาคอีสานให้กับนางสาวแพทองธาร จากนั้นจะลงพื้นที่ดูการทอผ้า ย้อมผ้าหมักโคลน ย้อมผ้าด้วยดอกบัวเเดง ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานี