ปรากฏการณ์ “ชัชชาติ” ลุยงาน-สร้างสรรค์ ภารกิจเปลื่ยนเมืองใหญ่


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เมื่อ กทม.ได้ว่าที่ผู้ว่า ฯ กทม.ใหม่ "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" ไม่หยุดที่จะเริ่มภารกิจเปลื่ยนเมืองใหญ่ ที่ไม่ขัดแย้ง เน้นสร้างสรรค์ แล้วลงมือทำ

ผ่านไปเกือบ 1 สัปดาห์ ที่ชาวกรุง ต่างร่วมใจออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. จนกระทั่งได้ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม.อย่างนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ด้วย 1,386,215 คะแนน จนเกิดปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ 

ภารกิจแรกของนายชัชชาติ เริ่มต้นขึ้นตอน ตี 5 ที่สวนลุมพินี โดยวิ่งออกกำลังเพื่อพบปะประชาชน ทำเอาสื่อมวลชนที่ติดตามไปด้วย ถึงกับต้องวิ่งตามสัมภาษณ์ เมื่อปัญหาเมืองกรุงมีหลายในที่ต้องแก้ นายชัชชาติ นำทีมงานลุยทุกพื้นที่ พร้อมทั้งร่วมกันทำงานกับทุกฝ่าย ดั่งสโลแกน ทำงาน ทำงาน ทำงาน  

สภาพอากาศวันนี้! เตือนคนกรุงโดนฝนช่วงบ่ายถึงค่ำ

สุดรันทด! 3พี่น้องอดไปเรียน เหตุแม่ไม่มีเงินซื้อชุดนร.

สำรวจคลองลาดพร้าว

(23 พ.ค.65) นายชัชชาติ ได้หอบคณะพร้อมด้วยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ติดตามปัญหาคลองลาดพร้าว ไปจนถึงคลองแสนแสบ โดยมุ่งไปที่ คุณภาพน้ำ ที่สร้างโรงบำบัดน้ำยังไม่ครบถ้วน จึงจะต้องมีการเข้มงวดในเรื่องนี้เพิ่มเติม

 

แยกลำสาลี รถติดนานมาก  

(25 พ.ค.65) นายชัชชาติ พร้อมกับทีมงานได้ลงพื้นที่แยกลำสาลี ซึ่งปัญหาหลักในพื้นที่แยกลำสาลี คือ มีสภาพการจราจรติดขัดจากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่พร้อมกัน ทั้งรถไฟฟ้าสายสีส้มสายสีเหลือง และการก่อสร้างสะพานข้ามแยกบางกะปิ ซึ่งหลังจากนี้ ต้องมีการเร่งรัดการก่อสร้างที่ล่าช้า เพื่อคืนพื้นผิวการจราจร 

ส่วนในอนาคต ต้องทำสกาย ทางเดินลอยฟ้าสกายวอล์ค เชื่อมต่อรถไฟฟ้าทั้งสองสายเข้าด้วยกัน โดยเริ่มตั้งแต่หน้าสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า แต่ไม่มีการเชื่อมต่อเข้ากับสถานีรถไฟฟ้าทำให้ประชาชนต้องเดินขึ้นลงๆ พร้อมกับไม่มีลิฟท์ไว้สำหรับผู้พิการ เพราะมีงบประมาณไม่เพียงพอ  ซึ่งต้องมีการปรับแบบให้เป็น Universal Design เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกมากที่สุด

ระหว่างลงพื้นที่ ได้มีประชาชนบางส่วนได้มาร้องเรียน พร้อมกับยื่นจดหมายร้องเรียนกับนายชัชชาติโดยตรง ที่สำคัญถูกใจทาสแมว เพราะระหว่างลงพื้นที่นายชัชชาติ ได้อุ้มแมวข้างถนน มาถ่ายรูปด้วย 

สำรวจพื้นที่สีเขียวฝั่งธนฯ สวนใกล้บ้าน 

(26 พ.ค.65) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์  ลงพื้นที่สำรวจสวนบางกอกใหญ่ พบว่าเป็นพื้นที่สีเขียวเพียงแห่งเดียวในเขต ร่วมกับว่าที่ ส.ก. เขตบางกอกใหญ่จากพรรคประชาธิปัตย์ บอกเล่าถึงปัญหาพื้นที่สีเขียว และมีความตั้งใจจะผลักดันขยายพื้นที่โดยรอบสวน มีทั้งพื้นที่รัฐและเอกชน ให้สามารถรองรับความต้องการมากขึ้น ตามนโยบาย

ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ เพราะต้องการหาทางออกเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อประชาชน โดยแนวคิดที่ดีคือสวนต้องอยู่ใกล้บ้านประชาชน ตนมีความตั้งใจในการผลักดันนโยบาย ‘กรุงเทพฯ 15 นาที’ สร้างสวนสาธารณะไม่ใหญ่มาก แต่ต้องกระจายทั่วกรุงเทพฯ และให้ผู้คนใช้งานได้จริง ให้เป็นพื้นที่ที่มีคุณค่า ที่คนเดินจากบ้านมาได้ ไม่ต้องเดินทางไปถึงสวนขนาดใหญ่ใจกลางเมือง

พร้อมขานรับ นโยบายกระทรวงยุติธรรม ที่จะให้นักโทษ ช่วยกันขุด ลอกท่อ ทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในระยะยาวอีกด้วย 

เปลื่ยนที่ว่าง ดีกว่าปลูกกล้วย

(27 พ.ค.65) นายชัชชาติ ยังลงพื้นที่ย่านวงศ์สว่าง โดยกล่าวว่า วันนี้มาดูพื้นที่ของเอกชนที่อยู่กลางเมืองติดรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีวงศ์สว่าง พื้นที่ประมาณ 2 ไร่ มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท และเป็นตัวอย่างที่ดี หากเอกชนที่มีพื้นที่ว่างยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อยากให้ กทม.ใช้เพื่อพัฒนาเป็นสวนสาธารณะก่อน สามารถเสนอได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ เบื้องต้นเงื่อนไขในการยินยอมให้ กทม.ใช้ กำหนดอย่างน้อย 5 ปี

“หากมองในแง่ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จ่ายน้อยลงแล้ว การพัฒนาพื้นที่ในลักษณะดังกล่าวเป็นโครงการที่ กทม.ใช้งบไม่เยอะ ไม่ต้องลงทุนซื้อที่ดินเป็น 100 ล้านบาท แต่สามารถพัฒนาเป็นสวนสาธารณะใจกลางเมืองได้ ซึ่งเป็นวิธีหนี่งที่ได้ร่วมแบ่งปันพื้นที่ในเมือง ทำให้เมืองเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ เชื่อว่ามีอีกหลายพื้นที่ของเอกชนที่ยังไม่ใช้ประโยชน์ แทนที่จะไปปลูกกล้วย เอามาทำเป็นสวนสาธารณะให้คนใช้อาจจะดีกว่า”

สุดรันทด! 3พี่น้องอดไปเรียน เหตุแม่ไม่มีเงินซื้อชุดนร.

‘ชัชชาติ’ประกาศย้าย ศาลาว่าการ กทม. เตรียมลุยทุกเขต ไม่แจ้งล่วงหน้า

ลุยทุกเขต ห้ามขึ้นป้าย ไม่บอกล่วงหน้า 

เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ถูกคนในโลกโซเซียลพูดถึงและถูกแชร์เป็นจำนวนมาก เมื่อนายชัชชาติ ประกาศว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค.65 ว่าจะลุยทุกเขตแบบไม่บอกล่วงหน้า ในวันอาทิตย์  เพื่อติดตามและสำรวจปัญหาเป็นรายเขต  โดยจะไม่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เพราะอยากเห็นปัญหาจริงๆ และเชื่อว่าจะเป็นการสร้างความตื่นตัวให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย

“ย้ำว่า การลงพื้นที่ห้ามเจ้าหน้าที่ทำป้ายต้อนรับ หรือเกณฑ์คนมาต้อนรับ ให้มาเฉพาะ​คนที่เกี่ยวข้อง เพราะไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของเจ้าหน้าที่คนอื่น”

เดินหน้าย้ายศาลาว่าการกทม. มายังดินแดง 

(26 พ.ค.65) นายชัชชาติ กล่าวถึง ประเด็นการย้ายศาลาว่าการกรุงเทพมหานครจากเสาชิงช้า ลานคนเมืองไปยัง ศาลาว่าการกทม.แห่งที่ 2ดินแดง ว่า ในระยะยาวศาลาว่าการกทม.ควรมีแห่งเดียว ปัจจุบันผู้มีบริหารหลายคนมีออฟฟิศ 2 ที่เลย สำหรับที่เสาชิงช้าถือว่าเป็นตึกประวัติศาสตร์ สามารถทำเป็นพิพิธภัณฑ์คนเมือง พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเมืองที่ดีได้ แต่ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องพื้นที่นิดหน่อย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา แต่เราต้องตั้งคณะกรรมการย้ายเลย รวมถึงลานคนเมือง 

ถามว่าทำไมต้องตั้งศาลาว่าการที่เสาชิงช้า เพราะเปรียบเสมือนสะดือของ กทม. ในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นจุดศูนย์กลางของกทม. ลานคนเมืองเป็นศูนย์กลางการเดินทางของเกาะรัตนโกสินทร์ด้านใน ควรจะเอาพื้นที่ตรงนี้คืนมาไม่ใช่เป็นที่จอดรถของข้าราชการ กทม. เอามาเป็นฮับ (HUB) สำหรับการท่องเที่ยว กระจายออกไปจุดต่างๆ ทั้งเรื่องจักรยาน น่าจะมีศักยภาพมากกว่าการเป็นที่จอดรถ เพราะจะทำให้เมืองมีศักยภาพ มีความสง่ามากขึ้น

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า การย้ายไปที่ใหม่ ตั้งเป้าที่จะย้าย 100% แต่เชื่อว่า อาจจะมีปัญหาเรื่องพื้นที่นิดหน่อย เพราะมีคนอยู่ 2 สำนัก คือสำนักงบประมาณ สำนักการเงินที่ยังอยู่ ก็ต้องหาออฟฟิศให้ หรืออาจจะมีบางชั้นที่เจ้าหน้าที่อยู่ แต่ชั้นอื่นปล่อยได้ เช่นที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าฯ ผู้บริหารควรย้ายไปที่ใหม่ทั้งหมด

แก้น้ำท่วมซ้ำซากพื้นที่ดอนเมือง 

(26พ.ค.65) การลงพื้นที่เขตดอนเมือง นายชัชชาติ ระบุว่า มีจุดน้ำท่วมซ้ำซาก 2 จุด คือจุดหมู่บ้านปิ่นเงิน และวัดเวฬุวัน ซึ่งเป็นจุดที่ต้องเร่งทุ่มเททรัพยากร-กำลังมาช่วย เพราะประชาชนเดือดร้อนจริงๆ

“ระยะยาว ก็ต้องมีการวางแผนอีกที แต่ในระยะสั้นนั้นต้องผลักดันน้ำให้ดี ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเป็นระยะ ทำให้น้ำไปถึงคลองเปรมให้ได้ คลองเปรมก็ต้องดันน้ำไปให้ถึงอุโมงค์บางซื่อให้ได้ ส่วนของปัญหาที่ยังไม่ทราบบางส่วนคือ ถนนบริเวณหน้าหมู่บ้านปิ่นเงิน ซึ่งเป็นส่วนของเอกชน เพราะฉะนั้นส่วนของ กทม.เอง ก็ติดขัด ดังนั้น การลงพื้นที่คือการทำให้เห็นปัญหาที่ละเอียดขึ้น”

 

ลุยเยาวราช งานสร้างสรรค์ต้องมีพื้นที่แสดงออก

(27 พ.ค.65) นายชัชชาติ ลงพื้นที่เดินชม ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ ถนนเยาวราช เพื่อชมงานศิลปะ มีตัวแทนจากกลุ่มดินสอสีเดินแนะนำกิจกรรมภายในงาน พร้อมทักทายพ่อค้าแม่ค้าและร่วมถ่ายภาพกับประชาชนที่เข้ามาชมงาน 

เรื่องนี้นายชัชชาติ กล่าวว่า งานดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะตรงกับนโยบายที่ว่าอนาคต กทม. ต้องเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมระบุว่า การสร้างสรรค์งานต้องมีพื้นที่สามารถแสดงออก และกระจายในกรุงเทพฯ 

“ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของสุนทรียศาสตร์ แต่เรามีพื้นที่จำกัด ต่อไปอาจจะมีนิทรรศการต่าง ๆ วนไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ให้คนมีทางเลือกมากขึ้น ไม่ใช่แค่ออกไปดูภาพยนต์ที่ห้างฯ การดูงานศิลปะหรือการฟังดนตรีทำให้ชีวิตเรามีทางเลือกในการพักผ่อนมากขึ้น ทั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า พื้นที่ทางศิลปะสามารถเป็นซอฟต์เพาเวอร์ได้ และแต่ละย่านมีซอฟต์เพาเวอร์ของตัวเอง ถ้าเราดูแลให้ดีจะสามารถสร้างอัตลักษณ์แต่ละพื้นที่ได้”

เป็นที่น่าจับตา ว่าการลงพื้นที่ของนายชัชชาติ ถือเป็นโมเดลการเมืองที่สร้างสรรค์ เพราะพยายามดึงอดีตผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.มาร่วมแก้ปัญหา นำนโยบายแต่ละคนมาช่วยกัน พร้อมทั้งให้ ส.ก. ทุกพรรคการเมือง มาเล่าปัญหาในพื้นที่ให้ฟัง ดังนั้นจึงสะท้อนให้เห็นว่า ต้นแบบการเมืองงของความไม่ขัดแย้งเป็นอย่างไร ชัยชนะที่ได้มาในครั้งนี้ ก็ได้มาแบบแฟร์ๆ หลังจากนี้มุ่งทำงาน ไม่ตอบโต้ใคร จึงน่าจับตาว่า นี่อาจเป็นโมเดล ของการเลือกตั้งสนามใหญ่ครั้งต่อไป  

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หนุน 'ชัชชาติ' ดันนโยบายยานยนต์พลังงานสะอาด

โอกาสเท่ากับอนาคต! ความเห็น"เยาวชน" กับการผลักดันพื้นที่แสดงความสามารถ

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ไม่พลาดทุกเหตุการณ์ติดตามข่าวจาก PPTV ได้ที่ Subscribe

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP การเมือง

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ