6 พรรคการเมืองขึ้นเวทีดีเบต PPTV ประชันวิสัยทัศน์พาประเทศหลุดหลุมดำการศึกษาไทย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ถึงเวลาแล้วหรือยัง? ที่ประเทศไทยจะหลุดออกจากหลุมดำการศึกษา โดยเฉพาะกับดักความยากจน และกับดักของโอกาสที่ปิดกั้นความสามารถและตัวตนของเด็ก เราฝากความหวังไว้กับ 6 พรรคการเมืองที่กำลังมาเป็นรัฐบาลในอนาคต ได้หรือไม่ ลองไปฟังคำประกาศ คำมั่นสัญญาไว้บนเวที ประชันวิสันทัศน์ เลือกตั้ง 66 #ฟังเสียงคนไทย โดย PPTVHD36

เป็นประเด็นคำถามที่มีมาอย่างต่อเนื่องกับ “ระบบการศึกษาไทยที่ยังพบเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา” โดยในปี 2565 พบสถิตินักเรียนยากจนพิเศษ 1.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่เจอ 9.9 แสนคน และรายได้ของคนกลุ่มนี้ลดลงเหลือเพียง 34 บาทต่อวันเท่านั้น

“พีพีทีวี” จัดเต็มทีมข่าว เกาะติดศึก “เลือกตั้ง’66 ฟังเสียงคนไทย”

LIFE STORY : “ผอ.สถานศึกษา ” วัย 25 ปี ที่คิดนอกกรอบ และ พร้อมมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับทุกคน

ยิ่งตอบย้ำว่าการแก้ไขปัญหานี้ที่ผ่านมา เราทำแบบเดิมมาโดยตลอดหรือไม่ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดหลุมดำจนทำให้หลุดออกมาไม่ได้

 

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2566 พีพีทีวี จัดเวที ดีเบตเลือกตั้ง 2566” ถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้แต่ละพรรคการเมืองได้ออกมาโชว์วิสัยทัศน์ ถกปัญหา หลุมดำการศึกษา” ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่บ่งบอกได้ว่าประชาชนมีคุณภาพชีวิตอย่างไร ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งสะท้อนออกมาว่า การศึกษาในปัจจุบันอาจเทียบไม่ได้กับการศึกษาในสถานพินิจ ที่เพิ่งปรับแนวความคิดใหม่ด้วยซ้ำ เพราะนอกจากจะมีความเหลื่อมล้ำในการถึงระบบการศึกษาแล้ว ยังขาดความหลากหลาย ตอบโจทย์ชีวิตจริงได้น้อย

นายไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เปิดเผยอีกว่า ทุกวันนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ เรามีเด็กที่เกิดขึ้นน้อยลงมาก เราจึงเป็นประเทศที่จะเสียเด็กแม้แต่คนเดียวออกจากระบบการศึกษาได้แล้ว

ถึงเวลาแล้วที่การศึกษาไทยจะต้องมีหลักประกันทางการศึกษา และมีทางเลือกให้เด็กทุกคน ไม่มีระบบการศึกษาที่เด็กบางคนต้องก้าวออกไป หรือเด็กบางคนยังอยู่ในระบบ รวมถึงส่งเสริมกลไกท้องถิ่น ให้เขามีกำลังของตัวเองในการพัฒนาพื้นที่ของเขาได้

ส่วนจะแก้ไขปัญนี้ได้อย่างไร ตัวแทนจาก 6 พรรคการเมือง ให้ความเห็นดังนี้

ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และประธานคณะทำงานด้านส่งเสริมด้านการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มองว่า ตอนนี้เราจะต้องทำให้การศึกษา เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้คนไทยสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ตลอดเวลา โดยจะนำนโยบายในสมัยรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กลับมา แต่จะแจกแท็บเล็ตทั้งผู้เรียนและครูผู้สอน รวมถึงติดตั้งอินเทอร์เน็ตให้สามารถเข้าถึงได้ฟรีด้วย

LIFE STORY : “วงสวิงล่าฝัน” นักกอล์ฟรุ่นใหม่ Gen Z

LIFE STORY : “ครูเป้า” ครูแนะแนวผมยาว “ขวัญใจวัยรุ่น”

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมนโยบายการศึกษาทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์  บอกว่า ทางพรรคฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างคน สร้างชาติ เราจะมุ่งมั่นที่จะสร้างเด็กไทยให้ไม่แพ้ที่ใดในโลก และเราจะเลิกปฏิรูป แล้วลงมือปฏิบัติแล้วทันที ไม่ทำแล้วสร้างศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ เพราะจะยิ่งพันกันไปใหญ่ แต่เราจะผ่อนคลายปมนั้น ด้วยการปรับแนวความคิดและวิธีการแก้ใหม่ทางการศึกษาจากสิ่งที่มีอยู่ ทำให้การศึกษาอย่าง Home School สามารถขอเทียบได้ และเพิ่มการสนับสนุนจากภาครัฐเข้าไป

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคก้าวไกล ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล กล่าวอีกว่า เราจะไปเติมการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาเด็กไทยเรียนเยอะ แต่หลักสูตรไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะมีทักษะแข่งกับนานาชาติไทย รวมถึงสร้างเสรีภาพให้กับผู้เรียน ให้ผู้เรียนเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ คือ เพิ่มวิชาทางเลือก เพิ่มแรงจูงใจให้ครู และปรับค่านิยมให้มองว่าความเก่งไม่มีแค่เรื่องวิชาการ รวมถึงเปิดโอกาสให้แต่ละพื้นที่ออกแบบหลักสูตรที่เหมาะกับตัวเอง และส่งเสริมการเรียนนอกระบบ โดยตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกทางเลือกด้วย

รศ.พิเศษ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมส่งเสริมทักษะวิชาชีพด้วยทุนเรียนฟรี เปิดเผยว่า ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกัน ทลายความมีอคติต่อกัน เพราะเรื่องการศึกษาไม่จำเป็นต้องมีพระเอกคนเดียว โดยยึดหลักส่งเสริมสนับสนุนเพื่อสร้างโรงเรียนเพื่อเด็ก ไม่ได้สร้างโรงเรียนเพื่อโรงเรียน

ดร.กมล รอดคล้าย ทีมยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาและอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พรรคภูมิใจไทย   ให้ความเห็นว่า เมื่อพูดถึงปัญหาทางการศึกษา เรามักจะพูดว่า เราถมไม่เต็ม ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งจะมีการพูดถึงหลุมดำทางการศึกษา วันนี้ราจะไม่ถมแต่จะสร้างสะพานข้ามหลุมดำ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการเพื่อให้คนเข้าถึงการศึกษาทุกที่ ทุกเวลา รวมถึงมีกระบวนการท็อปอัพให้นักเรียนสามารถเทียบโอนการศึกษาได้

นางวลัยพร รัตนเศรษฐ  คณะกรรมการฝ่ายจัดทำนโยบาย พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ปัญหานี้หัวใจสำคัญคือต้องเพิ่มสวัสดิการทางการศึกษา เราจะมี “การศึกษาประชารัฐ” คือมีบัตรให้นักเรียนสามารถเข้าถึงเงินทุนอุดหนุนการศึกษา และมีระบบติดตาม เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้และป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา รวมถึงรัฐต้องทำหน้าที่สนับสนุน จัดให้มีศูนย์สำหรับเด็กพิเศษต่างๆ ด้วย เพราะเมื่อรัฐทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้เด็กๆ พวกเขาย่อมมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะที่จะกลับนำมาพัฒนาประเทศ

เปิดนโยบายแต่ละพรรคเพื่อเด็กพิเศษ ถอดบทเรียนจาก “น้องเฟียน”

สำหรับ กรณีเด็กพิเศษ ที่มีความสามารถระดับนานาชาติมีชื่อเสียงโด่งดังไปไกล แต่กลับพ่ายแพ้ต่อระบบการศึกษาไทย ทำให้ถึงขั้นต้องขึ้นศาลเพื่อขอเลื่อนชั้น

ยกตัวอย่างเคสของ “น้องเฟียน” เด็กอัจฉริยะด้านดนตรี เจ้าของฉายา “บีโธเฟียน” ที่มีความพัฒนาการในการเล่นเปียโนมาก ครอบครัวจึงสนับสนุนและตัดสินใจขอทำ Home School แต่กว่าจะได้รับอนุมัติก็ล่วงเลยมาหลายปี จนมีวุฒิการศึกษาจบอยู่แค่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เท่านั้น

ตัวแทนแต่ละพรรค ได้นำเสนอนโยบาย ดังนี้

LIFE STORY : โรงเรียนในฝันของครูเลดี้ “เรียน เล่น ใช้ชีวิต” และเชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนทำได้

แนวคิด Lifelong Learning การเรียนรู้ชั่วชีวิต ของ “พจน์ นฤตรรกกุล ลี”

ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และประธานคณะทำงานด้านส่งเสริมด้านการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ให้ความเห็นว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้บุคคลที่มีความสามารถในเมืองไทยมากมายไม่ได้รับความสนใจในประเทศ แต่กลับไปมีชื่อเสียงนอกประเทศแทน คือเราอาจขาดแมวมอง ซึ่งถ้าพรรคได้มีโอกาส จะขอทำหน้าที่เป็นแมวมอง แล้วต่อยอดเขาให้ได้สูงสุด โดยจะสร้างศูนย์ต่อยอดพรสวรรค์ เหมือนอย่างที่เกาหลีใต้มี และจะสร้างมาตรฐานในการขอเทียบโอนเลื่อนชั้น ตามความสามารถของเด็กอย่างเหมาะสม ไม่จำเป็นจะต้องอ่านหนังสือ อย่างเคสน้องเฟียน อาจทดสอบด้วยการเปียโน เป็นต้น

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมนโยบายการศึกษาทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์  มีมุมมองคล้ายกับพรรคเพื่อไทย คือ เราจะต้องหาคนอย่างน้องเฟียนให้ได้เร็วที่สุด ปัจจุบันการศึกษา เช่น การเรียนดนตรี มักกระจุกตัวอยู่ในโรงเรียนแพงๆ หรือโรงเรียนเอกชนเท่านั้น ถ้าผมมีโอกาสจะเข้าไปแก้ในส่วนนี้ ร่วมมือกับท้องถิ่น เพื่อค้นหาและต่อยอดเด็กที่มีความสามารถพิเศษให้ได้สูงและเร็วที่สุด

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคก้าวไกล ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล กล่าวเน้นถึงความสำคัญของการลดวิชาบังคับ เพิ่มวิธีทางเลือกอีกว่า ตรงนี้จะตอบโจทย์แก้ปัญหาระบบการศึกษาไทยที่ไม่ยืดหยุ่น ไม่สามารถตอบโจทย์ได้หลากหลาย ไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง จึงย้ำว่าการศึกษาไทยควรแก้ไขในเรื่องนี้ และต้องมีแพลตฟอร์มตลอดชีวิต ที่ทุกคนสามารถร้องเรียนเรื่องเข้าไปได้ แล้วเช็กได้ว่าตอนนี้อยู่ในกระบวนการไหน ที่สำคัญต้องกำหนดวันในการดำเนินงานไว้ล่วงหน้าด้วย ถ้าเกินกำหนดก็จะขึ้นว่าอนุมัติในทันที เพื่อให้ข้าราชการมีความกระตือรือร้นมากขึ้น

รศ.พิเศษ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมส่งเสริมทักษะวิชาชีพด้วยทุนเรียนฟรี เปิดเผยว่า ตัวเองชื่นชมเด็กๆ ที่มีความสามารถพิเศษแบบน้องเฟียนมาก การเรียน เชื่อว่าเราไม่ได้เรียนมาเพื่อเอาวุฒิการศึกษา แต่จะนำไปประกอบอาชีพในอนาคต เรายืนยันว่าเราจะสนับสนุนคนเก่งๆ จะส่งเสริมเด็กอัจฉริยะแบบน้องเฟียนแน่นอน

ดร.กมล รอดคล้าย ทีมยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาและอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พรรคภูมิใจไทย  กล่าวด้วยว่า ทุกวันนี้เรามีโรงเรียนดนตรี มีโรงเรียนทางเลือกจริง แต่ถ้ามีแค่คนเดียวในโรงเรียน ตัวเองคิดว่าจะต้องมีระบบพี่เลี้ยงเหมือนอย่างต่างประเทศมารองรับ เพื่อให้ครูพี่เลี้ยงมาช่วยสอน มาโค้ชชิ่งให้เด็กพิเศษกลุ่มนี้ เพื่อให้พวกเขาสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองไปสู่จุดสูงสุด

นางวลัยพร รัตนเศรษฐ คณะกรรมการฝ่ายจัดทำนโยบาย พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอพูดเข้าประเด็นเลยว่า จะต้องตั้งศูนย์เฟ้นหาอัจฉริยะเหล่านี้ตั้งแต่ระดับจังหวัด แล้วจะเปิดแพลตฟอร์มให้ใครที่รู้ตัวว่ามีความสามารถพิเศษ อยากให้เข้าไปดูแลได้ส่งเรื่องเข้ามา แล้วเราจะรีบส่งหน่วยงานของรัฐเข้าไปอบรม แล้วต่อยอดเด็กๆ ให้มีศักยภาพมากขึ้น รวมถึงจะจัดตั้งกองทุนพิเศษสำหรับเด็กอัจฉริยะแบบนี้และแก้กฎหมายที่ยังล้าหลังที่ไปขัดการส่งเสริมสนับสนุนเด็กๆ กลุ่มนี้ด้วย

ในช่วงที่ 2 ของเวทีดีเบต เป็นรูปแบบการประชันวิสัยทัศน์ โดยแต่ละพรรคการเมืองจับคู่นำเสนอวิสัยทัศน์เพื่อนำไปสู่การแก้ปมปัญหาของ "ระบบการศึกษา" ในมิติต่างๆ 

ความเหลื่อมล่ำ "การศึกษา" โจทย์ใหญ่สกัดฝันเด็กจากชนบท

คู่ประชันวิสัยทัศน์ คือ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคก้าวไกล และ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมนโยบายการศึกษาทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ 

เสียงจาก นายการุณ ชาญวิชานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโกรกลึก จ.นครราชสีมา แสดงถึงความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็กในเมืองและเด็กชายขอบ ที่ไม่มีโอกาสและพื้นที่ในห้องเรียนแสดงพรสวรรค์หรือค้นหาตนเอง ด้วยข้อจำกัดมากมาย เช่น หลักสูตรการเรียนการสอนในระบบที่อัดแน่น ครูที่มีภาระหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน รวมถึงเด็กหลายคนที่ต้องตัดสินออกจากระบบการศึกษา ตัดความฝันและอนาคตของตนเองเพื่อไปทำในสิ่งที่ เลี้ยงปากท้องได้ 

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคก้าวไกล เสนอ 5 มาตราการเพื่อจัดการปัญหาที่ทับซ้อนกันอยู่ คือ 

  1. จัดทรัพยากรให้กับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล ให้มีประสิทธิภาพและเพียงพอ เพิ่มงบประมาณ 33,000- 34,000 ล้านบาท ไปที่ กสศ. และอีก 29,000 ล้านบาท เพิ่มงบรายหัวให้นักเรียนการศึกษาที่ฟรีจริง ได้แก่ เรียนฟรี อาหารฟรี มีรถรับส่ง กระจายงบเป็นธรรมมากขึ้น ไม่เน้นจำนวนนักเรียนเป็นหลัก 
  2. ออกแบบหลักสูตรการศึกษาใหม่ให้เสร็จภายใน 1 ปี เชิญชวนทุกภาคส่วนทั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ปกครอง ครู ออกแบบเน้นทักษะชีวิตที่เอาไปใช้ได้จริง เน้นทักษะการสื่อสาร การคิดวิเคราะห์ ทักษะการทำงานเป็นทีม ปรับเป้าหมายการสอนบางวิชา เช่น ภาษาอังกฤษที่ไม่เน้นไวยยากรณ์อย่างเดียว  ลดชั่วโมงเรียนจาก 1,200 ชั่วโมงหรือ 800-1,000 ชั่วโมงต่อปี เพื่อให้มีเวลาพักผ่อนหรือทำกิจกรรมนอกห้องเรียนมากขึ้น และสนับสนุน คูปองเปิดโลก คนละ 2,000 บาท ให้ไปหาประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียน
  3. การศึกษาที่คืนครูให้ห้องเรียน คืนคุณค่าให้วิชาชีพครู ได้แก่ การเลิกนอนเวร ลดงานเอกสาร ยกเลิกพิธีรีตองในการประเมิน-รับแขก งานธุรการที่ไม่จำเป็น ประเมิน 40% ของเวลาคุณครูที่เสียไปยกเลิกให้หมด และให้นักเรียนมีโอกาสประเมินครู ครูมีโอกาสประเมิน ผอ. 
  4. การศึกษาที่ปลอดภัยไร้อำนาจนิยม เช่น ส้วมสะอาด อาคารปลอดภัย ซึมเศร้ามีที่ปรึกษา กฏโรงเรียนไม่ขัดต่อสิทธิมนุษยชน ครูละเมิดสิทธิ พักใบประกอบทันที และยกเลิกการตั้งแถว
  5. กระจายอำนาจทางการศึกษา นอกจากโรงเรียนจะกระจายอำนาจให้ผู้เรียนโดยตรง มีตัวแทนนักเรียนที่มาจากการเลือกตั้ง รวมถึงตั้งสภาเยาวชนเพื่อสามาถเสนอกฎหมายไปที่สภาผู้แทนราษฏรได้ด้วย

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมนโยบายการศึกษาทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์  ชู 2 เรื่องเปลี่ยนชีวิตเด็กทุกคน

  1. การให้อิสระกับโรงเรียนและท้องถิ่นในการจัดระบบการศึกษา งบประมาณ และทรัพยากรด้วยตัวเองเพราะมีความเข้าใจบริบทของพื้นที่มากที่สุด และสามารถเข้าถึงความเป็นตัวตนของเด็กมากขึ้น
  2. ติดตั้งอินเออร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุดทุกหมู่บ้าน ทุกห้องเรียน ทุกพื้นที่ทั่วไทย เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐาน เพื่อให้มีโอกาสหาความรู้นอกห้องเรียน รวมถึงการเรียนฟรีถึงปริญญาตรี มุ่งเน้นไปที่สาขาที่ตลาดต้องการ โดยข้อมูลจากกระทรวงการอุดมศึกษาฯ พบว่า มี 12 สาขาสำคัญ ต้องการแรงงาน 1.8 แสนคน 

ความจนซ้ำซาก จนข้ามรุ่น ทำเด็กตกหลุมใหญ่ไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างเต็มที่ 

คู่ประชันวิสัยทัศน์ คือ รศ.พิเศษ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และ ดร.กมล รอดคล้าย ทีมยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาและอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พรรคภูมิใจไทย

เสียงสะท้อนจาก ทวินันท์ หงษ์ลอยลม ตัวแทนเด็กนักเรียน ที่เล่าถึงชีวิตของตนเองในชุมชนแออัดคลองเตย ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย และจมอยู่กับวงจรที่เขาเรียกว่า วงจรอุบาทว์ คือ ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ที่ไม่สามารถมีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะส่งเสริมการเรียนและความสามารถของตนเอง ประกอบการเรียนที่ไม่ตอบโจทย์ความพร้อมทั้งอุปกรณ์การเรียนและหลักสูตรในโรงเรียน

รศ.พิเศษ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมส่งเสริมทักษะวิชาชีพด้วยทุนเรียนฟรี

ส่งเสริมการแก้ปัญหาให้ครบวงจร แต่ต้องแก้ตั้งแต่ปัญหาครอบครัว มีการสนับสนุนอาชีพให้กับพ่อแม่ให้ตอบโจทย์ตรงความต้องการของสังคม ให้สามารถทำมาหากินได้ ส่วนด้านการศึกษา เสนอให้ทุนเรียนวิชาชีพ อำเภอละ 100 ทุน มีสถาบันกำเนิดศิลป์ ปั้นศิลปินไทยสู่เวทีโลก 

ดร.กมล รอดคล้าย ทีมยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาและอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พรรคภูมิใจไทย ต่อยอดนโยบายจัดการเรียนการสอนด้วยระบบออนไลน์ เพื่อความเท่าเทียม

และเพื่อให้สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ทุกที่ ทุกเวลา รวมถึงให้เรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี ผลักดันการจัดตั้งสถาบันพัฒนาสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ เพื่อสร้างระบบใหม่ของการจัดการเรียนการสอน ให้เด็กที่มีคุณภาพ และให้ได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกันทั้งประเทศ

ไปจนถึงการโฟกัสให้ได้ว่าจะผลิตเด็กกลุ่มไหนออกสู่สังคม เช่น การสร้างนักธุรกิจดิจิทัลอย่างน้อย 10 สาขา มีค่าตอบแทนให้ตั้งต้นทำสตาร์ทอัพได้ 

ระบบพักการเรียน โดยการเก็บเครดิตถ้าจำเป็นต้องออกจากระบบเมื่อพร้อมก็สามารถกลับมาเรียนใหม่ เป็นทางเลือก ทางรอดในกับคนในสังคม

 

ปมปัญหา "ศูนย์การเรียนรู้ประเทศไทย" ที่ได้รับการดูแลไม่ทั่วถึง

โดย นายเมธชนนท์ ประจวบลาภ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนเซนต์ ยอห์นบอสโก ตอนนี้สถานการณ์ปัจจุบันมีการจัดการศึกษาโดยศูนย์การเรียน สิทธิของนักเรียนกลุ่มศูนย์การเรียนเซนต์ ยอห์นบอสโก

คู่ประชันวิสัยทัศน์ คือ ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และประธานคณะทำงานด้านส่งเสริมด้านการส่งเสริมศักยภาพการแข่่งขันของประเทศและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ และ ศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ คณะกรรมการกำหนดนโยบาย พรรคพลังประชารัฐ

ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และประธานคณะทำงานด้านส่งเสริมด้านการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศและพัฒนาศักยภาพมนุษย์  ผลักดัน พ.ร.บ.เรียนรู้ตลอดชีวิต เกิดธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ

  • โดยมีโครงการ “ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านขั้นตอน Learn to Earn” เช่น 
  • เก็บข้อมูลจากบัตรประชาชนของเด็กจากนั้นวัดความถนัด ความสามารถ ทำแบบทดสอบและจับคู่กับทักษะ 65,000 กว่าอย่าง เพื่อเชื่อมโยงกับหลักสูตรกับนระบบมหาวิทยาลัยทั้งหมด 
  • เกิดธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ  ให้เด็กสามารถเข้าสู่การเรียนรู้ได้ทุกช่วงวัย โอนหน่วยกิตที่สะสมไว้หางานได้ทุกช่วงของชีวิต โดยเชื่อมต่อทุกระบบและทุกระดับหน่วยงานการศึกษา
  • ทำ ดิจิทัลไอดี เพื่อเป็น voucher ในการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  • โครงการ “Free tablet for all” 1 นักเรียน 1 แท็บเล็ต และ โครงการ 1 ครู 1 แท็บเล็ต,โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS)และให้มีศูนย์การเรียนรู้แบบ TCDC และ TK Park ให้ครบทุกจังหวัด

นอกจากนี้ นอกจากอาหารกลางวันฟรีแล้ว จะมีการเพิ่มงบอาหารกลางวันและให้บริการรับส่งนักเรียนฟรี

นางวลัยพร รัตนเศรษฐ คณะกรรมการฝ่ายจัดทำนโยบาย พรรคพลังประชารัฐ สร้างระบบข้อมูลไม่ให้เด็กตกหล่น เกิดวาระแห่งชาติ

  • ดูแลตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี รวมถึงการทำเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อรวบรวมปัญหาของเด็กทุกคนไปจนถึงปัญหาความยากจนที่ต้องแก้ปัญหาไปพร้อมกับระบบเศรษฐกิจ
  • ธนาคารเครดิต เก็บเป็นข้อมูลให้สามารถนำเครดิตการเรียนมาเทียบ เพื่อสนับสนุนเด็กที่มีพรสวรรค์ 

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทย มีเด็กในครอบครัวยากจน หลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งข้อมูลในปี 2565 นักเรียนยากจนพิเศษ หลุดออกจากระบบการศึกษา 1.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่เจอเพียง 9.9 แสนคนเท่านั้น ขณะที่รายได้เฉลี่ยครอบครัวเด็กกลุ่มนี้ลดลงเหลือ 34 บาทต่อวัน 

หลังฟังเสียง 6 พรรคการเมือง เด็กไทยจะมีความหวังหลุดออกจากหลุมดำการศึกษา ออกจากกับดักความยากจน และได้คำตอบของระบบการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิตของพวกเขาในอนาคตหรือไม่ เป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องติดตาม

 

 

 

Olympic2024-2_B Olympic2024-2_B

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ