จากกรณี กกต. รับคำร้องเรื่องคุณสมบัติของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ “หมอเกศ” สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่ม 19 เรื่องประวัติการศึกษาที่ระบุว่าเป็นศาสตราจารย์ จบปริญญาเอกจาก California University ในใบเอกสารแนะนำตัวสมาชิกวุฒิสภา (สว.3) อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำหลอกลวง จูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ เพื่อให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนให้แก่ตนตามมาตรา 77 (4) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 หรือไม่
ทั้งนี้จากกรณีดังกล่าว ก็ทำให้เกิดคำถามว่าหาก “หมอเกศ” มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติจากกรณีดังกล่าว รายชื่อ สว.ในบัญชีสำรอง ที่จะถูกเลื่อนลำดับขึ้นมาเป็น สว.แทนคือใคร ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีรายชื่อสำรองของ กลุ่ม 19 พบว่า รายชื่อสำรองลำดับที่ 1 คือ นายณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ตลาด อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม ซึ่งจากข้อมูล สว.3 ข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัครนายธณัชญ์พงศ์ อายุ 56 ปี ปัจจุบันประกอบอาชีพอาชีพ ค้าขาย ประวัติการศึกษา ปริญญาโท (รปม.) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธบบุรี ปริญญาตรี (กศบ.) มหาวิยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม ประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัคร เป็นนักธุรกิจแอมเวย์ และประกอบธุรกิจส่วนตัว มีประสบการณ์กว่า 30 ปี เคยเป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร และผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ช่วยและปฏิบัติงานช่องสมชิกรัฐสภา รุ่น 8 จากสถาบันพระปกเกล้า 24 ส.ค. 2564
ทั้งนี้นายธณัชญ์พงศ์ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ตนมีความสนใจการเมืองและเคยลงสมัครเป็นผู้แทนในเวทีการเมืองท้องถิ่นมาก่อน ทั้งสมาชิกสภาจังหวัดมหาสารคาม และองค์การบริหารส่วนตำบล อีกทั้งคลุกคลีกับการเมืองท้องถิ่นมาโดยตลอด จนมาถึงการเลือกตั้ง สว.ในครั้งนี้ เห็นกฏกติกาการรับสมัครที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทุนมาก จึงมีความสนใจและคิดว่าเป็นโอกาสที่จะได้เข้าไปทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนและสังคม จึงปรึกษาภรรยาและครอบครัว จนสุดท้ายได้รับไฟเขียว และมาสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา โดยตนลงเลือกตั้งในกลุ่ม 19 (กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ)
สำหรับการหาเสียงกับเพื่อนสมาชิก ตนใช้วิธีการเข้าไปในกลุ่มไลน์ผู้สมัคร สว. ที่มีการตั้งขึ้นเองเพื่อดึงผู้สมัครเข้าไปรู้จักกัน ซึ่งตนได้ใช้เอกสาร สว.3 แนะนำตัวกับเพื่อนสมาชิกที่ลงเลือกตั้ง และแนะนำตัวแบบนี้มาเรื่อย ๆ จนผ่านเข้าสู่การคัดเลือกระดับประเทศ ซึ่งในช่วงที่ลงคะแนน ตนมีคะแนนนำมาตลอด จนถึงช่วงสุดท้ายมีผู้สมัครที่ได้คะแนน 19 คะแนนเท่าอีก 3 คน และเจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีการจับฉลาก และตนก็แพ้ไปทั้ง ๆ ที่เรานำมาตลอด ซึ่งก็ยอมรับว่าเสียดาย และคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คงไม่ใช่วาสนาของเรา
ทั้งนี้ยืนยันว่าการลงสมัคร สว.ครั้งนี้ ตนเป็นคนไม่มีค่าย ไม่มีสี และเข้ามาเพราะมีความตั้งใจอยากเข้าไปทำงาน สว.เพื่อประโยชน์ของประชาชน และมองว่ายังมีกฏหมายหลายข้อ ปัญหาหลายด้านที่ต้องแก้ไข
ส่วนกรณีเรื่องคุณสมบัติของ พญ.เกศกมล ที่กำลังถูกร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติ ซึ่งหากสุดท้ายจะต้องไปถึงขั้นที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าว จะส่งผลให้ต้องเลื่อนรายชื่อสำรองลำดับที่ 1 ขึ้นมาแทน โดยตนเป็นชื่อลำดับที่ 1 และมีสิทธิได้เป็น สว. แทนนั้น ตนไม่อยากแสดงความคิดเห็นมาก เพราะมีกระบวนการรองรับไว้หมดแล้ว และหากตนได้เลื่อนลำดับเป็น สว. ก็ขอให้ กกต.ดำเนินการตามขั้นตอน หรือประกาศผลก่อน ซึ่งตนก็มีความพร้อมที่จะเข้ารับตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่