"สมชัย" ชี้ ดีเอสไอรับคดีฮั้ว สว. หรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยการเมือง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"สมชัย" มองดีเอสไอรับคดีฮั้ว สว. หรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางการเมือง ชี้ ในอดีตที่ผ่านมายังไม่มีใครถูกตั้งข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร

27 ก.พ. 68 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ความเห็นในรายการเปิดโต๊ะข่าว PPTV HD36 กรณีการประชุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในวันที่ 6 มีนาคมนี้ที่ถูกจับตาว่าจะมีการรับหรือไม่รับเรื่องคดีตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาฯ จากทางดีเอสไอและ กกต. หรือไม่

นายสมชัย กล่าวว่า ทางดีเอสไอถอนเรื่องเพื่อให้ทางอนุกรรมการออกความเห็นที่เพิ่มความหนักแน่นก่อนประชุมพิจารณา แต่มติต้องใช้ถึง 2 ใน 3 จึงไม่ง่ายที่จะให้กรรมการคิดเห็นไปในทางเดียวกัน เว้นแต่จะมีอำนาจก็สามารถทำได้

คอนเทนต์แนะนำ
"จตุพร" แฉเบื้องหลังจุดแตกหัก "ทักษิณ - เนวิน" เกี่ยวโยง "สมัคร สุนทรเวช"

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รายการเปิดโต๊ะข่าว
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ซึ่งหากคิดเห็นในเชิงเหตุผล มีปัญหาเกิดขึ้นในกระบวนการคัดเลือก สว. ตั้งแต่ระดับอำเภอไปจนถึงระดับประเทศ จึงควรมีองค์กรเข้าไปดูแล สอบสวน และวิเคราะห์เพื่อดูให้ชัดเจนว่ามีความผิดปกติในผลคะแนนหรือไม่ หากคิดเห็นในเชิงการเมือง มองว่าเป็นเรื่องของสี ฝ่ายตรงข้าม ความเป็นศัตรู

นายสมชัย มองว่า เหตุผลทางการเมืองน่าจะเป็นปัจจัยในการรับเรื่องหรือไม่รับเรื่อง หากเจรจากันได้ภายใน 1 สัปดาห์ก็อาจไม่รับเรื่อง ส่วนในกรณีถ้ารับเรื่อง ทางดีเอสไอมี พ.ร.บ. มาตรา 21 กล่าวว่า สามารถรับคดีอื่น ๆ ได้หากเป็นคดีพิเศษที่มีความเกี่ยวข้องกับความมั่นคง สามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อประเทศ ซึ่งการประชุมในวันที่ 6 มีนาคม 2568 ทาง กกต. คงส่งเจ้าหน้าที่ไป

นายสมชัย กล่าวว่า เคยมีคดีที่มาจากการเลือกตั้งรับผิดชอบโดย กกต. แต่กลายเป็นคดีอาญาและไปอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่นแทน ซึ่งในกรณีของการเลือกตั้งท้องถิ่น บางพื้นที่มีการจับกุมหัวคะแนนโดยตำรวจในพื้นที่ เพราะเป็นความผิดเฉพาะหน้า จากนั้นก็ดำเนินการสอบสวนและมีการตัดสินโทษจากศาล

แต่อีกแง่มุม หลักฐานก็ถูกส่งไปทาง กกต. แต่ทาง กกต. ก็ปล่อยให้หลุด ซึ่งดีเอสไอและ กกต. ต่างมีหน้าที่และบทบาทของแต่ละคนแตกต่างกัน หากจะลงโทษใครก็ทำตามหน้าที่ไป

ส่วนกรณีการเลือก สว. หากใครทำผิดอาญา ทางตำรวจก็ออกหมายจับ ส่วนเรื่อง สว. ที่เกี่ยวกับซื้อสิทธิ์ ขายเสียง หรือ อั้งยี่ ซ่องโจร ในอดีตที่ผ่านมายังไม่มีการตั้งข้อหาถึงขนาดนั้น เพราะคำว่า อั้งยี่ ซ่องโจร เป็นภาษากฎหมายที่แปลว่า กลุ่มคนที่กระทำการผิดกฎหมาย ส่วนการตั้ง ฮั้ว สว. เข้าข่ายอั้งยี่ ซ่องโจร มองว่า เกิดจากวิธีการเขียนภาษาทางกฎหมายนั้นต้องสอดคล้องกับกฎหมายที่เขียนไว้ แต่เมื่อใช้คำเหล่านี้จึงดูรุนแรงเกินไป

นายสมชัย ทิ้งท้ายว่า การจะโหวตลงมติต้องดูองค์ประกอบต่าง ๆ อาทิ เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ. คดีพิเศษหรือไม่ ซึ่งจะมี 22 ลักษณะคดี ซึ่งจากเท่าที่เห็น น่าจะเป็น วงเล็บที่ 16 คือ การฟอกเงิน ซึ่งต้องมาดูหลักฐานว่าจริงหรือเปล่า หากเป็นคดีฟอกเงินอย่างเดียว ไม่ต้องเข้ากรรมการคดีพิเศษ จึงต้องไปดูองค์ประกอบอื่น ๆ ซึ่งเป็นมาตรา 21 ของตัว พ.ร.บ. คือ ถ้าเป็นกรณีอื่น ๆ ให้เป็นหน้าที่อำนาจของคณะกรรมการคดีพิเศษที่ต้องลงมติคะแนนเสียง 2 ใน 3

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ