ต้องยอมรับว่า ในบ้านเรา ข้าราชการดีมีมาก แต่ข้าราชการที่มีนอกมีในเพื่อผลประโยชน์ก็ไม่น้อย ทำให้การทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาที่ยังคงเกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นอีกในสังคมไทย และเรื่องมักแดงออกมาต่อเมื่อรู้ข่าวหรือมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น เช่น กรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม คำถามคือ แล้วไม่มีทางใดเลยหรือ ที่จะป้องกันสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่ต้น
เรื่องนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีตัวช่วย
นั่นคือ “การประเมิน ITA” (Integrity and Transparency Assessment) หรือ “การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ”
ITA เป็นเครื่องมือประเมินหน่วยงานภาครัฐ ที่จะเข้ามาช่วยชี้วัดว่า หน่วยงานนั้นมีคุณธรรมโปร่งใสในการจัดการอย่างไรบ้าง โดยในการประเมินปีงบประมาณ 2567 พบว่า คะแนนสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 93% ซึ่งสูงสุดเท่าที่เคยมีการประเมิน สูงกว่าปีที่ 2566 ถึง 2.86%
เมื่อแยกดูรายหน่วยงาน พบว่าที่ได้คะแนนสูงสุดคือ กระทรวงอุตสาหกรรม 93.85 คะแนน รองลงมาคือ กระทรวงแรงงาน 93.69 คะแนน ตามด้วยกระทรวงการคลัง 93.29 คะแนน กระทรวงพลังงาน 92.92 คะแนน และกระทรวงวัฒนธรรม 92.37 คะแนน
แต่ที่น่าสนใจคือ สตง. ได้รับการประเมิน ITA 92.43 คะแนน สูงเป็นอันดับ 2 ในบรรดาองค์กรอิสระ ทำให้เกิดความย้อนแย้งกับกรณีตึก สตง. ถล่มที่พบการทุจริตเป็นจำนวนมาก
ต่อประเด็นเหล่านี้ คุณอภิสร์ญา พัดเกร็ด ผู้อำนวยการสำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ป.ป.ช. ได้มาไขข้อสงสัยผ่านรายการเปิดโต๊ะข่าว ทางช่อง PPTVHD36
คุณอภิสร์ญาบอกว่า ITA แบ่งการประเมินออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
- วัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในหน่วยงาน จากเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานนั้นไม่น้อยกว่า 1 ปี คิดเป็น 30 คะแนน
- สำรวจการรับรู้ภาคประชาชนและเอกชนที่ไปติดต่อหน่วยงานนั้น ๆ ว่าการดำเนินงานเป็นไปตามขั้นตอนและเวลาหรือไม่ มีการเรียกรับสินบนหรือไม่ คิดเป็น 30 คะแนน
- ประเมินการจัดทำข้อมูลเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะในเว็บไซต์ของหน่วยงาน รวมถึงเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง คิดเป็น 40 คะแนน
คุณอภิสร์ญากล่าวว่า สองส่วนแรก จะเปิดให้ประเมินในช่วงเดือน ม.ค. – มิ.ย. ของทุกปี รวม 6 เดือน ขณะที่ส่วนที่สาม หน่วยงานมีเวลาระหว่างเดือน ม.ค. – เม.ย. รวม 4 เดือน ในการเปิดเผยข้อมูลตามโจทย์ ว่าต้องเปิดเผยอะไรต่อสาธารณะบ้าง
ผอ.สำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสบอกว่า สำหรับปี 2568 นี้ จะปิดประเมินในวันที่ 30 มิ.ย. ซึ่ง ณ วันที่ 6 มิ.ย. การประเมินสองส่วนแรกมีผู้ประเมินแล้ว 1.13 ล้านคน
ขณะที่ปีที่แล้วมีผู้ร่วมประเมิน 1.36 ล้าน ซึ่งจากเวลาที่เหลืออยู่ คาดว่าผู้ประเมินทั้งหมดน่าจะไม่น้อยกว่าปีที่แล้ว
คุณอภิสร์ญากล่าวว่า การประเมิน ITA หากต้องการให้สะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด เจ้าหน้าที่รัฐในหน่วยงานนั้น ๆ และประชาชนผู้ใช้บริการ ต้องอ่านคำถามให้ละเอียด โดยส่วนเจ้าหน้าที่มี 15 ข้อ ประชาชนมี 9 ข้อ และประเมินตามจริง แต่ละคำถามสามารถสะท้อนการทำงานของหน่วยงานรัฐได้
ในส่วนของ สตง. ถ้าซอยแบ่งคะแนน พบว่า เจ้าหน้าที่รัฐเองให้คะแนน 97 คะแนน ส่วนหน่วยงานที่ สตง. ตรวจสอบ ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการของ สตง. ให้ 88 คะแนน และส่วนการเปิดเผยข้อมูลได้ 87 คะแนน คะแนนรวมจึงออกมาเป็น 92 คะแนนกว่า ๆ ซึ่งไม่ถือว่าสูงมาก เพราะถ้าแบ่งเกรด คะแนนผ่านมาตรฐานที่ 85 คะแนน แต่ถ้าเกณฑ์ดีเยี่ยมต้องสต 95 คะแนน
นี่ทำให้เกิดคำถามตามมาเรื่องความโปร่งใสของการให้คะแนน ซึ่งคุณอภิสร์ญาบอกว่า การประเมินแอบแฝง เช่น ถูกผู้บังคับบัญชาให้ประเมินดี ๆ หรือมีการจ้างวานให้ปั่นคะแนนประเมินให้สูงนั้น ได้รับเสียงสะท้อนมาเช่นกัน
ทาง ป.ป.ช. จึงปรับปรุงระบบ โดยให้ผู้ประเมินใช้เบอร์โทรศัพท์ ต้องรับ OTP ซึ่งผู้ประเมิน 1 คน “ประเมินได้หลายครั้ง”
“นั่นหมายความว่า ครั้งแรกอาจโดนกดดัน โดนสั่งให้ประเมินดี ๆ ต่อหน้า กลับบ้านก็ประเมินใหม่ได้ให้ตรงความเป็นจริง หรือประชาชนที่มาติดต่อหน่วยงาน ครั้งแรกไม่มีอะไร ก็เลยให้คะแนนดี แต่ครั้งต่อมาไม่ดีแล้ว ถูกเรียกสินบน ก็ประเมินใหม่ได้ คะแนนจะสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น” คุณอภิสร์ญากล่าว
สำหรับหน่วยงานที่ไม่ผ่านการประเมิน คือคะแนนต่ำกว่า 85 คะแนนนั้น ทาง ป.ป.ช. จะจัดทำข้อเสนอแนะนำ ว่าหน่วยงานนั้น ๆ ควรปรับปรุงการดำเนินงานอย่างไรบ้าง
ส่วนภาพรวมหน่วยงานรัฐที่คะแนนประเมินปี 2567 สูงที่สุดนั้น เกิดจากการเปิดเผยข้อมูลสูงขึ้น เนื่องจากหน่วยงานรัฐตื่นตัวในการจัดทำข้อมูลให้เป็นไปตามเกณฑ์มากขึ้น ทำให้คะแนนดูสูงขึ้น
คุณอภิสร์ญาบอกว่า ณ ปี 2568 มีหน่วยงานที่ต้องถูกประเมิน ITA จำนวน 8,326 แห่ง ครอบคลุมทั้งหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานรัฐสภา หน่วยงานศาล องค์กรมหาชน รัฐวิสาหกิจ กองทุน หน่วยงานอุดมศึกษา ฯลฯ
ผอ.สำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสกล่าวว่า ประชาชนคือผู้ที่จะสามารถสะท้อนการทำงานของรัฐได้ดีขึ้น เพราะประชาชนเป็นหูตา เป็นกลไกที่สำคัญ สะท้อนให้เห็นการทำงานของหน่วยงานรัฐได้ เนื่องจากเป็นผู้ติดต่อโดยตรง เห็นเลยว่ามีการเรียกรับหรือไม่ จ่ายใต้โต๊ะหรือไม่
คุณอภิสร์ญายังยืนยันว่า การประเมิน ITA ข้อมูลของผู้ประเมินจะเป็นความลับ ไม่มีหน่วยงานใดทราบว่าใครบ้างที่ไปตอบ หรือตอบอะไร แม้แต่ ป.ป.ช. เองก็ดูไม่ได้
ผลการประเมิน ITA ที่ผ่านมา ตัวชี้วัดที่หน่วยงานรัฐมักถูกประเมินต่ำคือหัวข้อ “การปรับปรุงการทำงาน” คือหน่วยงานรัฐยังปรับปรุงการทำงานน้อย ยังไม่ปรับให้ดีขึ้น หรือบริการ E-Service ค่าคะแนนยังน้อยอยู่ ประชาชนไม่ค่อยใช้ อาจยังไม่ตอบสนองความต้องการ ก็ต้องพยายามพัฒนาให้ตอบสนองมากขึ้น
คุณอภิสร์ญาเสริมว่า ที่สำคัญที่สุดคือผู้รับเหมาหรือภาคเอกชนที่ติดต่อรับบริการหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ต้องประเมิน ว่าติดต่อแล้วเจออะไรบ้าง
แต่คุณอภิสร์ญายอมรับว่า ถ้าเกิดดีลแลกรับผลประโยชน์กัน อาจทำให้การประเมินคลาดเคลื่อนไม่เป็นไปตามความจริง ดังนั้นยืนยันว่า ITA เป็นแค่หนึ่งในเครื่องมือป้องกัน ยังไปไม่ถึงจุดที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการดีลกันได้ “เราพยายามพัฒนาปรับเปลี่ยนทุกปี โดยในอนาคตอาจหยิบเรื่องการทุจริตมาหักคะแนน ITA”
คุณอภิสร์ญาฝากว่า ขอเชิญชวนประชาชนที่ไปติดต่อหน่วยงานรัฐ ยังมีเวลาเกือบ 1 เดือนในการสะท้อนความคิดเห็นผ่านเรื่องมือ ITA โดยสามารถเข้าเว็บไซต์ itas.nacc.go.th หรือค้นหา ITA ในเว็บเบาว์เซอร์ ชี้ว่าความเห็นของประชาชนทุกท่านมีความสำคัญ ในการทำให้เห็นการทำงานของหน่วยงานรัฐเพื่อนำไปปรับปรุงและสนองพี่น้องประชาชน
“ประชาชนมีอำนาจสะท้อนว่า การติดต่อหน่วยงานรัฐแห่งใดบ้างที่ไม่โอเค หากรู้สึกไม่ชอบมาพากล การประเมิน ITA จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถเข้าไปได้” คุณอภิสร์ญากล่าว