Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

“การประเมิน ITA” เครื่องมือสำคัญของประชาชน ต่อสู้การทุจริตในภาครัฐ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ป.ป.ช.ชวนทำความรู้จัก “การประเมิน ITA” อีกหนึ่งเครื่องมือที่ประชาชนสามารถใช้เพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงานรัฐได้

ต้องยอมรับว่า ในบ้านเรา ข้าราชการดีมีมาก แต่ข้าราชการที่มีนอกมีในเพื่อผลประโยชน์ก็ไม่น้อย ทำให้การทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาที่ยังคงเกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นอีกในสังคมไทย และเรื่องมักแดงออกมาต่อเมื่อรู้ข่าวหรือมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น เช่น กรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม คำถามคือ แล้วไม่มีทางใดเลยหรือ ที่จะป้องกันสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่ต้น

เรื่องนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีตัวช่วย

คอนเทนต์แนะนำ
เปิดหนทางกำจัด “สินบนใบอนุญาต” ภัยร้ายทำลายชาติ

“การประเมิน ITA” เครื่องมือสำคัญของประชาชน ต่อสู้การทุจริตในภาครัฐ รายการเปิดโต๊ะข่าว
“การประเมิน ITA” เครื่องมือสำคัญของประชาชน ต่อสู้การทุจริตในภาครัฐ

นั่นคือ “การประเมิน ITA” (Integrity and Transparency Assessment) หรือ “การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ”

ITA เป็นเครื่องมือประเมินหน่วยงานภาครัฐ ที่จะเข้ามาช่วยชี้วัดว่า หน่วยงานนั้นมีคุณธรรมโปร่งใสในการจัดการอย่างไรบ้าง โดยในการประเมินปีงบประมาณ 2567 พบว่า คะแนนสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 93% ซึ่งสูงสุดเท่าที่เคยมีการประเมิน สูงกว่าปีที่ 2566 ถึง 2.86%

เมื่อแยกดูรายหน่วยงาน พบว่าที่ได้คะแนนสูงสุดคือ กระทรวงอุตสาหกรรม 93.85 คะแนน รองลงมาคือ กระทรวงแรงงาน 93.69 คะแนน ตามด้วยกระทรวงการคลัง 93.29 คะแนน กระทรวงพลังงาน 92.92 คะแนน และกระทรวงวัฒนธรรม 92.37 คะแนน

แต่ที่น่าสนใจคือ สตง. ได้รับการประเมิน ITA 92.43 คะแนน สูงเป็นอันดับ 2 ในบรรดาองค์กรอิสระ ทำให้เกิดความย้อนแย้งกับกรณีตึก สตง. ถล่มที่พบการทุจริตเป็นจำนวนมาก

ต่อประเด็นเหล่านี้ คุณอภิสร์ญา พัดเกร็ด ผู้อำนวยการสำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ป.ป.ช. ได้มาไขข้อสงสัยผ่านรายการเปิดโต๊ะข่าว ทางช่อง PPTVHD36

คุณอภิสร์ญาบอกว่า ITA แบ่งการประเมินออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

  1. วัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในหน่วยงาน จากเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานนั้นไม่น้อยกว่า 1 ปี คิดเป็น 30 คะแนน
  2. สำรวจการรับรู้ภาคประชาชนและเอกชนที่ไปติดต่อหน่วยงานนั้น ๆ ว่าการดำเนินงานเป็นไปตามขั้นตอนและเวลาหรือไม่ มีการเรียกรับสินบนหรือไม่ คิดเป็น 30 คะแนน
  3. ประเมินการจัดทำข้อมูลเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะในเว็บไซต์ของหน่วยงาน รวมถึงเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง คิดเป็น 40 คะแนน

คุณอภิสร์ญากล่าวว่า สองส่วนแรก จะเปิดให้ประเมินในช่วงเดือน ม.ค. – มิ.ย. ของทุกปี รวม 6 เดือน ขณะที่ส่วนที่สาม หน่วยงานมีเวลาระหว่างเดือน ม.ค. – เม.ย. รวม 4 เดือน ในการเปิดเผยข้อมูลตามโจทย์ ว่าต้องเปิดเผยอะไรต่อสาธารณะบ้าง

ผอ.สำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสบอกว่า สำหรับปี 2568 นี้ จะปิดประเมินในวันที่ 30 มิ.ย. ซึ่ง ณ วันที่ 6 มิ.ย. การประเมินสองส่วนแรกมีผู้ประเมินแล้ว 1.13 ล้านคน

ขณะที่ปีที่แล้วมีผู้ร่วมประเมิน 1.36 ล้าน ซึ่งจากเวลาที่เหลืออยู่ คาดว่าผู้ประเมินทั้งหมดน่าจะไม่น้อยกว่าปีที่แล้ว

คุณอภิสร์ญากล่าวว่า การประเมิน ITA หากต้องการให้สะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด เจ้าหน้าที่รัฐในหน่วยงานนั้น ๆ และประชาชนผู้ใช้บริการ ต้องอ่านคำถามให้ละเอียด โดยส่วนเจ้าหน้าที่มี 15 ข้อ ประชาชนมี 9 ข้อ และประเมินตามจริง แต่ละคำถามสามารถสะท้อนการทำงานของหน่วยงานรัฐได้

ในส่วนของ สตง. ถ้าซอยแบ่งคะแนน พบว่า เจ้าหน้าที่รัฐเองให้คะแนน 97 คะแนน ส่วนหน่วยงานที่ สตง. ตรวจสอบ ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการของ สตง. ให้ 88 คะแนน และส่วนการเปิดเผยข้อมูลได้ 87 คะแนน คะแนนรวมจึงออกมาเป็น 92 คะแนนกว่า ๆ ซึ่งไม่ถือว่าสูงมาก เพราะถ้าแบ่งเกรด คะแนนผ่านมาตรฐานที่ 85 คะแนน แต่ถ้าเกณฑ์ดีเยี่ยมต้องสต 95 คะแนน

นี่ทำให้เกิดคำถามตามมาเรื่องความโปร่งใสของการให้คะแนน ซึ่งคุณอภิสร์ญาบอกว่า การประเมินแอบแฝง เช่น ถูกผู้บังคับบัญชาให้ประเมินดี ๆ หรือมีการจ้างวานให้ปั่นคะแนนประเมินให้สูงนั้น ได้รับเสียงสะท้อนมาเช่นกัน

ทาง ป.ป.ช. จึงปรับปรุงระบบ โดยให้ผู้ประเมินใช้เบอร์โทรศัพท์ ต้องรับ OTP ซึ่งผู้ประเมิน 1 คน “ประเมินได้หลายครั้ง”

“นั่นหมายความว่า ครั้งแรกอาจโดนกดดัน โดนสั่งให้ประเมินดี ๆ ต่อหน้า กลับบ้านก็ประเมินใหม่ได้ให้ตรงความเป็นจริง หรือประชาชนที่มาติดต่อหน่วยงาน ครั้งแรกไม่มีอะไร ก็เลยให้คะแนนดี แต่ครั้งต่อมาไม่ดีแล้ว ถูกเรียกสินบน ก็ประเมินใหม่ได้ คะแนนจะสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น” คุณอภิสร์ญากล่าว

สำหรับหน่วยงานที่ไม่ผ่านการประเมิน คือคะแนนต่ำกว่า 85 คะแนนนั้น ทาง ป.ป.ช. จะจัดทำข้อเสนอแนะนำ ว่าหน่วยงานนั้น ๆ ควรปรับปรุงการดำเนินงานอย่างไรบ้าง

ส่วนภาพรวมหน่วยงานรัฐที่คะแนนประเมินปี 2567 สูงที่สุดนั้น เกิดจากการเปิดเผยข้อมูลสูงขึ้น เนื่องจากหน่วยงานรัฐตื่นตัวในการจัดทำข้อมูลให้เป็นไปตามเกณฑ์มากขึ้น ทำให้คะแนนดูสูงขึ้น

คุณอภิสร์ญาบอกว่า ณ ปี 2568 มีหน่วยงานที่ต้องถูกประเมิน ITA จำนวน 8,326 แห่ง ครอบคลุมทั้งหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานรัฐสภา หน่วยงานศาล องค์กรมหาชน รัฐวิสาหกิจ กองทุน หน่วยงานอุดมศึกษา ฯลฯ

ผอ.สำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสกล่าวว่า ประชาชนคือผู้ที่จะสามารถสะท้อนการทำงานของรัฐได้ดีขึ้น เพราะประชาชนเป็นหูตา เป็นกลไกที่สำคัญ สะท้อนให้เห็นการทำงานของหน่วยงานรัฐได้ เนื่องจากเป็นผู้ติดต่อโดยตรง เห็นเลยว่ามีการเรียกรับหรือไม่ จ่ายใต้โต๊ะหรือไม่

คุณอภิสร์ญายังยืนยันว่า การประเมิน ITA ข้อมูลของผู้ประเมินจะเป็นความลับ ไม่มีหน่วยงานใดทราบว่าใครบ้างที่ไปตอบ หรือตอบอะไร แม้แต่ ป.ป.ช. เองก็ดูไม่ได้

ผลการประเมิน ITA ที่ผ่านมา ตัวชี้วัดที่หน่วยงานรัฐมักถูกประเมินต่ำคือหัวข้อ “การปรับปรุงการทำงาน” คือหน่วยงานรัฐยังปรับปรุงการทำงานน้อย ยังไม่ปรับให้ดีขึ้น หรือบริการ E-Service ค่าคะแนนยังน้อยอยู่ ประชาชนไม่ค่อยใช้ อาจยังไม่ตอบสนองความต้องการ ก็ต้องพยายามพัฒนาให้ตอบสนองมากขึ้น

คุณอภิสร์ญาเสริมว่า ที่สำคัญที่สุดคือผู้รับเหมาหรือภาคเอกชนที่ติดต่อรับบริการหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ต้องประเมิน ว่าติดต่อแล้วเจออะไรบ้าง

แต่คุณอภิสร์ญายอมรับว่า ถ้าเกิดดีลแลกรับผลประโยชน์กัน อาจทำให้การประเมินคลาดเคลื่อนไม่เป็นไปตามความจริง ดังนั้นยืนยันว่า ITA เป็นแค่หนึ่งในเครื่องมือป้องกัน ยังไปไม่ถึงจุดที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการดีลกันได้ “เราพยายามพัฒนาปรับเปลี่ยนทุกปี โดยในอนาคตอาจหยิบเรื่องการทุจริตมาหักคะแนน ITA”

คุณอภิสร์ญาฝากว่า ขอเชิญชวนประชาชนที่ไปติดต่อหน่วยงานรัฐ ยังมีเวลาเกือบ 1 เดือนในการสะท้อนความคิดเห็นผ่านเรื่องมือ ITA โดยสามารถเข้าเว็บไซต์ itas.nacc.go.th หรือค้นหา ITA ในเว็บเบาว์เซอร์ ชี้ว่าความเห็นของประชาชนทุกท่านมีความสำคัญ ในการทำให้เห็นการทำงานของหน่วยงานรัฐเพื่อนำไปปรับปรุงและสนองพี่น้องประชาชน

“ประชาชนมีอำนาจสะท้อนว่า การติดต่อหน่วยงานรัฐแห่งใดบ้างที่ไม่โอเค หากรู้สึกไม่ชอบมาพากล การประเมิน ITA จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถเข้าไปได้” คุณอภิสร์ญากล่าว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ