ที่อาคารรัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล แกนนำพรรคเพื่อไทย แถลงจุดยืนของพรรคต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยระบุว่า คำวินิจฉัยที่ออกมาเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ยังเป็นเพียงคำแถลง ไม่ใช่คำวินิจฉัยฉบับเต็ม ทำให้ยังมีประเด็นที่คลุมเครือและอาจเป็นข้อถกเถียงต่อไป
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ศาลวินิจฉัยว่ารัฐสภามีอำนาจริเริ่มจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ แต่ต้องผ่านการออกเสียงประชามติ พร้อมกำหนดให้กระบวนการเป็นไปตามหมวด 15 ของรัฐธรรมนูญ
ซึ่งว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงไม่อนุญาตให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน อีกทั้งกำหนดให้ต้องทำประชามติ 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งแรกถามว่าควรมีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ ครั้งที่สองถามวิธีการและเนื้อหาสำคัญ และครั้งที่สามให้ประชาชนลงประชามติร่างฉบับใหม่ที่รัฐสภาจัดทำเสร็จสิ้น โดยครั้งแรกและครั้งที่สองสามารถจัดควบรวมได้
แม้พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการห้ามเลือก สสร. โดยตรงอาจขัดต่อหลักการที่ประชาชนคือเจ้าของอำนาจอธิปไตย แต่เมื่อมีคำวินิจฉัยออกมา พรรคก็ยืนยันว่าจะหาทางเดินหน้าต่อไป เช่น อาจใช้วิธีให้รัฐสภาแต่งตั้ง สสร. โดยอ้อม หรือจัดตั้งกรรมาธิการเพื่อทำหน้าที่แทน ทั้งนี้ พรรคเตรียมเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15 เพื่อกำหนดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่อย่างเป็นทางการ
ในส่วนของประชามติ พรรคเห็นว่าคำถามควรมี 2 ประเด็นหลัก คือ ประชาชนเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ และเห็นชอบกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และสาระสำคัญของการยกร่างหรือไม่ ส่วนกำหนดเวลาจัดประชามติและการรวมคำถาม จะขึ้นอยู่กับรัฐบาลตัดสินใจ โดยต้องพิจารณาร่วมกับสถานการณ์ทางการเมือง เช่น การยุบสภา
นายชูศักดิ์ ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยและสมาชิกยังคงยึดมั่นตามเจตนารมณ์เดิม คือผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด แม้จะมีอุปสรรคและขั้นตอนที่ยุ่งยากก็ตาม พรรคพร้อมเดินหน้าทำงานเต็มที่เพื่อให้เป้าหมายดังกล่าวเกิดขึ้นจริง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ถือเป็นการวัดใจรัฐบาลหรือไม่ นายชูศักดิ์ มองว่า ไม่ควรมองเป็นเรื่องการวัดใจ แต่เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องพิจารณาและตัดสินใจ เพราะการทำประชามติเป็นอำนาจที่ต้องผ่านมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งอาจมาจากการเสนอของรัฐสภา การเข้าชื่อประชาชน หรือรัฐบาลเห็นสมควรเอง โดยยังต้องคำนึงถึงกรอบเวลา เช่น ช่วง 90 วันตามกฎหมายประชามติ ดังนั้นรัฐบาลไม่อาจนิ่งเฉยหรือปฏิเสธความรับผิดชอบได้
สำหรับกรอบการดำเนินการ พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าจะเร่งผลักดันให้เร็วที่สุด โดยจะบรรจุเนื้อหาและรายละเอียดสำคัญไว้ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจถูกเสนอโดยพรรคการเมืองหรือรัฐบาลเอง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับวิธีการและสาระของการยกร่างใหม่
นายชูศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าประชาชนไม่สามารถเลือก สสร. โดยตรงได้ แต่ยังสามารถหาทางเลือกอื่น เช่น การเลือกทางอ้อม การแต่งตั้งโดยรัฐสภา หรือการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาดำเนินการ ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของพรรคการเมืองที่จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในลำดับต่อไป
ด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคการเมืองของประชาชน ได้ยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ต่อประธานสภาแล้ว และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณา แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมา แต่พรรคยืนยันว่าจะเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 อีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยและเปิดทางสู่การมีส่วนร่วมของประชาชนในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในอนาคต
นายจาตุรนต์ เผยว่า แนวทางการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ สสร. อาจไม่สามารถมาจากการเลือกตั้งโดยตรงได้ตามคำวินิจฉัยของศาล แต่อาจพิจารณาวิธีการเลือกตั้งทางอ้อมหรือให้รัฐสภาแต่งตั้ง รวมถึงการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาทำหน้าที่ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละพรรคการเมืองที่จะร่วมกันเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อไป
นายจาตุรนต์ ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยมีความตั้งใจจริงในการหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมเรียกร้องให้พรรคการเมืองทุกฝ่ายและรัฐบาลชุดใหม่ร่วมมือกันโดยไม่แบ่งฝักฝ่าย เพื่อให้การแก้ไขมาตรา 256 และกระบวนการทำประชามติ ซึ่งตามคำวินิจฉัยศาลอาจควบรวมได้เหลือหนึ่งครั้ง เดินหน้าอย่างราบรื่น ลดการสูญเสียงบประมาณและเวลา
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ถือเป็นการวัดใจรัฐบาลหรือไม่ นายชูศักดิ์ มองว่า ไม่ควรมองเป็นเรื่องการวัดใจ แต่เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องพิจารณาและตัดสินใจ เพราะการทำประชามติเป็นอำนาจที่ต้องผ่านมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งอาจมาจากการเสนอของรัฐสภา การเข้าชื่อประชาชน หรือรัฐบาลเห็นสมควรเอง โดยยังต้องคำนึงถึงกรอบเวลา เช่น ช่วง 90 วันตามกฎหมายประชามติ ดังนั้นรัฐบาลไม่อาจนิ่งเฉยหรือปฏิเสธความรับผิดชอบได้
สำหรับกรอบการดำเนินการ พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าจะเร่งผลักดันให้เร็วที่สุด โดยจะบรรจุเนื้อหาและรายละเอียดสำคัญไว้ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจถูกเสนอโดยพรรคการเมืองหรือรัฐบาลเอง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับวิธีการและสาระของการยกร่างใหม่
นายชูศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าประชาชนไม่สามารถเลือก สสร. โดยตรงได้ แต่ยังสามารถหาทางเลือกอื่น เช่น การเลือกทางอ้อม การแต่งตั้งโดยรัฐสภา หรือการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาดำเนินการ ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของพรรคการเมืองที่จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในลำดับต่อไป