ที่บริเวณสวนลุมพินี พรรคภูมิใจไทยจัดเวทีปราศรัยใหญ่กรุงเทพมหานคร เพื่อสื่อสารนโยบายหลักของพรรคและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ในช่วงโค้งสำคัญก่อนการเลือกตั้ง
โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัย โดยยอมรับว่า ตนเองไม่ใช่นักการเมืองโดยอาชีพ และไม่คุ้นเคยกับการปราศรัยหาเสียง แต่ตัดสินใจออกมายืนบนเวทีครั้งนี้ เพราะต้องการเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ความเกลียดชัง และความหวาดกลัว
นางศุภจี กล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจก้าวเข้าสู่สนามการเมือง คือความกังวลต่อทิศทางของประเทศ โดยมองว่าประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาความมั่นคง ความแตกแยกในสังคม และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ซึ่งยังไม่ถูกพูดถึงอย่างจริงจัง โดยเฉพาะผลกระทบจากบริบทโลกที่กำลังแบ่งขั้วอย่างรุนแรง ส่งผลต่อผู้ประกอบการทุกระดับ ตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
นางศุภจี ย้ำว่า ในช่วงเวลานี้ ประเทศไทยไม่สามารถเสี่ยงทดลองนโยบายใหม่โดยขาดความต่อเนื่องได้อีกต่อไป สิ่งที่จำเป็นคือการสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และเสถียรภาพ เพื่อให้ประเทศเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่น่าเชื่อถือสำหรับนักลงทุนและคู่ค้าจากทั่วโลก
นางศุภจี กล่าวถึงประสบการณ์การเข้าร่วมเวทีระดับนานาชาติ ทั้งการประชุมอาเซียน เอเปก และเวทีเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอส โดยระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันชี้ชัดว่า โอกาสกำลังอยู่ที่ทวีปเอเชีย และอาเซียนคือหัวใจสำคัญ หากประเทศไทยไม่สามารถยืนอยู่ในจุดที่เหมาะสม ก็อาจตกขบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่พรรคการเมืองที่นำเสนอแนวทางรับมือกับความท้าทายระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
ส่วนข้อวิจารณ์ที่ระบุว่า การทำงานทางการเมืองครั้งนี้เป็นการทำเพื่อพรรคหรือเพื่อบุคคล นางศุภจี ชี้แจงว่า การตัดสินใจของตนไม่ได้ทำเพื่อพรรคภูมิใจไทย หรือเพื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เพียงอย่างเดียว แต่ทำเพื่อประเทศและประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือภาคธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะเห็นว่าเป็นหน้าที่ของผู้ที่มีโอกาสเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง
นางศุภจี ยังยอมรับว่า การเข้าสู่สนามการเมืองเป็นเรื่องที่น่ากลัว และไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้าง แต่ตนเลือกที่จะสละความกลัว พร้อมเผชิญแรงโจมตีและการใส่ร้ายทางการเมือง เพื่อยืนหยัดทำในสิ่งที่เชื่อว่าถูกต้อง เพื่อประชาชนและอนาคตของประเทศ
สำหรับนโยบายเศรษฐกิจ นางศุภจี ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยมุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงแก้เฉพาะจุด โดยออกแบบนโยบายครอบคลุมทั้งการลงทุน การค้า การใช้ประโยชน์จากภูมิศาสตร์เศรษฐกิจโลก การพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และการปรับปรุงกฎระเบียบให้ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ซับซ้อน เพื่อเอื้อต่อการทำมาหากินของประชาชนทุกกลุ่ม
นางศุภจี ระบุว่า สถานะการคลังของประเทศมีข้อจำกัดจากการขาดดุลงบประมาณและภาระหนี้ ทำให้นโยบายของพรรคไม่มุ่งเน้นประชานิยม แต่เน้นการลงทุน การสร้างรายได้ และการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว สอดคล้องกับแนวโน้มการหารือในเวทีเศรษฐกิจระดับโลก
ทั้งนี้ นางศุภจี เชิญชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างรอบคอบ โดยระบุว่า อนาคตของประเทศและชีวิตหลังการเลือกตั้งอยู่ในมือของประชาชนทุกคน ว่าจะเลือกให้ประเทศเดินหน้าท่ามกลางความหวัง เสถียรภาพ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือจะปล่อยให้ประเทศจมอยู่กับความขัดแย้ง พร้อมขอให้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้ที่สามารถนำพาประเทศก้าวผ่านความท้าทายต่าง ๆ ได้อย่างมั่นคง