นายยุทธนา ศรีตะบุตร สส.หนองคาย และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการทำงานร่วมที่ไม่ได้ทั้งตำแหน่งรัฐมนตรีและไม่ได้รับการจัดสรรประธานกรรมาธิการว่า ในฐานะที่เคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในรัฐบาลสมัยที่แล้ว ก็เป็นประเพณีที่เราต้องไปกับรัฐบาล และเราได้ดำเนินตามเจตจำนงของประชาชน ในการเลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคหลัก และเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี
ส่วนตำแหน่งทางการเมืองก็จะพัฒนาในโอกาสต่อไปซึ่งพรรคพลังประชารัฐก็ยอมรับในจุดนี้ ในด้านหลักการพรรคทำครบถ้วนแล้ว ในการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย
ส่วนการทำงานในตำแหน่งกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรนั้นวันนี้ นางสาวตรีนุช เทียนทอง สส.สระแก้ว และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ได้ยื่นความประสงค์เป็นคนสุดท้าย ซึ่งก็เป็นไปตามประเพณีว่าใครถนัดด้านใด
ส่วนการจัดลงตำแหน่งก็จะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้งในวิปรัฐบาล ซึ่งตำแหน่งในวิปรัฐบาลพรรคเองก็ได้รับการจัดสรรมา 1 ตำแหน่ง และได้ส่งรายชื่อไปแล้ว ซึ่งต้องใช้เวลาในการจัดสรรตำแหน่ง เนื่องจากบางกรรมาธิการมีผู้ส่งรายชื่อถึง 70 คน โดยในสัปดาห์หน้าคาดว่าวิปรัฐบาลก็จะเรียกมาหารือ เพื่อจัดสรรหรือขยับตำแหน่ง
เมื่อถามว่าจะส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครในนามพรรคหรือไม่ นายยุทธนา กล่าวว่า ยอมรับว่ามีบุคลากรของพรรคให้ความสนใจ คือ หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งจากการพูดคุยกับหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็มีความชัดเจนว่าพรรคไม่ได้ส่งผู้สมัคร เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่อีกทั้งผ่านการเลือกตั้งใหญ่มา และอยู่ในช่วงของการทำให้พรรคเข้มแข็ง จึงค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ส่ง
ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับหม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา แนวโน้มอาจจะต้องลงสมัครในนามอิสระ ซึ่งเจ้าตัวจะต้องไปพูดคุยกับหลายฝ่าย และต้องไปสอบถามว่าสุดท้ายการเจรจาจะเป็นอย่างไร เพราะเท่าที่ทราบเห็นว่ายังไม่ลงตัว
ส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคพลังประชารัฐจะยังสู้อยู่หรือไม่ นายยุทธนา กล่าวว่า ในชั้นนี้ยังคงยืนยันตามเจตจำนงและเจตนารมณ์ ในการจัดตั้งพรรคในการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพราะการเมืองยังเหลือวาระอีก 3 ปีกว่า แต่เบื้องต้นด้วยอายุทางการเมืองและอายุของหัวหน้าพรรคและ สส. ในพรรคยังสามารถที่จะทำงานการเมืองได้