Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

“สีหศักดิ์” ซัด “กัมพูชา” แอบสอดไส้แบ่งทรัพยากรน่านน้ำร่วมกัน ในกระบวนการ UNCLOS

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“สีหศักดิ์” ซัดข้อเสนอ “กัมพูชา” นอกจากเจรจาเขตแดนทางทะแล ยังแอบสอดไส้แบ่งทรัพยากรน่านน้ำร่วมกัน ในกระบวนการ UNCLOS ชี้เท่ากับปิดประตู ทำลายความไว้เนื่อเชื่อใจ เชื่อหากคุยกันเอง เรื่องอาจจบใน 2 ปี

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ แถลงข่าวแสดงความไม่เห็นด้วยที่ฝ่ายกัมพูชาแจ้งการใช้การประนอมภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS โดยเฉพาะที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างเหตุผลในการเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล เนื่องจากไทยยกเลิก MOU 44 จึงไม่มีช่องทางในการพูดคุย ทั้งที่ฝ่ายไทยชี้แจงไปแล้วว่า การยกเลิก MOU 44 เริ่มต้นเจรจาทวิภาคีในบริบทใหม่ หลังการพูดคุยภายกว่า 20 ปี ไม่มีความคืบหน้าเลย

สีหศักดิ์ ช่างภาพพีพีทีวี
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ทั้งที่ตามหลักการความเป็นจริงแล้ว ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับ จะมีขั้นตอนการประนีประนอมโดยสมัครใจ พี่จะให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกัน ถึงเงื่อนไขการประนีประนอม แต่กัมพูชากับข้ามขั้นไปสู่กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับเลย

อีกประเด็นที่ไม่เห็นด้วยกับกัมพูชาคือ นอกจากมีการเสนอเรื่องการกำหนดเขตแดนทางทะเลไหล่ทวีปแล้ว ยังได้เสนอ เรื่องการพัฒนาและแบ่งปันทรัพยากรน่านน้ำร่วมกัน ระหว่างที่ยังไม่มีข้อตกลงเรื่องเขตแดนทางทะเลไหล่ทวีป ซึ่งฝ่ายไทยเห็นว่า การไปสู่กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับ ควรจำกัดเฉพาะเรื่องของเขตแดนทางทะเลไหล่ทวีป แต่การพูดคุยเรื่องพัฒนาร่วมกันนั้นไม่ได้อยู่ในกรอบการประนีประนอมภาคบังคับ

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ที่ตนกังวล และไม่สบายใจเลย เพราะการหารือระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี  กับนายกรัฐมนตรี ฮุนมาเนต ของกัมพูชา ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ มีการพูดถึงเรื่องเจตนารมย์ร่วมกัน ที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เน้นกระบวนการพูดคุยระหว่างกันในทุกเรื่อง ในปัญหาอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขตแดนทางทะเล หรือเขตแดนทางบก หรือ ชายแดน เพราะฉะนั้นการตัดสินใจในทางเลือกของกัมพูชาในเรื่องของเขตแดนทางทะเล ที่เสนอเรื่องไปสู่กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับ ไม่ได้สอดคล้องกับเจตนารมย์ของผู้นำทั้งสองประเทศได้พูดคุยกัน เพื่อที่จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ ดังนั้นก็เป็นสิ่งที่ลำบาก ความที่จะทำให้เกิดความคืบหน้า ในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องเขตแดนทางบก หรือ ชายแดนระหว่างประเทศทั้งสอง จึงต้องมีการทบทวน เรื่องของการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และการแก้ไขปัญหาชายแดน

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงขั้นตอนหลังจากจากนี้ว่า เมื่อกัมพูชามีการยื่นเรื่องประนอมภาคบังคับแล้ว ภายใน 21 วัน จะต้องมีการแจ้งชื่อคณะประนอม ซึ่งฝ่ายกัมพูชามีการแจ้งชื่อแล้ว ส่วนไทยมีชื่ออยู่แล้ว เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งได้ติดต่อพูดคุยเรียบร้อย และทั้ง 2 คน มีการตอบรับกลับมาแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ เนื่องจากต้องผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อน  ส่วนระยะเวลาของกระบวนการประนีประนอมภาคบังคับนั้น อย่างกรณีออสเตรเลีย และติมอร์-เลสเต ใช้เวลา 2 ปีกว่า ส่วนของไทยและกัมพูชา ก็ไม่ทราบว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ แต่อย่างไทยต้องแสดงความไม่เห็นด้วยกับกัมพูชาที่ใช้กระบวนการนี้

นายสีหศักดิ์ ยังได้ชี้แจงถึงกรณีสำนักข่าวมีการพาดหัวว่า “ไทยถูกกัมพูชาลากไปสู่กระบวนการ” โดยยืนยันว่า ไทยไม่ได้ถูกลาก แต่ไทยต้องเข้าสู่กระบวนการนี้ ภายใต้ UNCLOS แต่ไม่ได้ไปตามเงื่อนไขของฝ่ายกัมพูชาแน่นอน พร้อมทั้งได้แย้งเหตุผลที่กัมพูชาให้ในเรื่องนี้ว่าไม่เห็นด้วยกับการเข้าสู่กระบวนการ เพราะยังไม่ได้พูดคุยกัน และที่ไทยยกเลิก MOU 44 เพราะต้องการเปิดโอกาสให้พูดคุยกันภายใต้บริบทใหม่ อีกทั้งเราไม่เห็นด้วยกับขอบเขตหน้าที่ ที่กัมพูชาอยากให้ทำเรื่องเขตแดนทางทะเล ถ้าทำไม่ได้ก็ขอไปสู่การพัฒนาร่วม ซึ่งไทยบอกชัดเจนว่ากระบวนการขณะนี้จำกัดเฉพาะเรื่องการกำหนดเขตแดน การจะไปสู่การพัฒนาร่วมไม่ได้อยู่ในกระบวนขณะนี้ ต้องคุยกันต่อระหว่างไทยกับกัมพูชา

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า มันเป็นไปได้ที่จะเลือกทั้งสองทาง อยากได้การฟื้นฟูความสัมพันธ์และการแก้ไขปัญหาเขตแดนทางบก แต่ขณะเดียวกัน กัมพูชาไม่พูดคุยกับไทยเลยในเรื่องเขตแดนทางทะเลว่ามาเริ่มต้นกันใหม่ดีกว่า ถ้าพูดคุยกันไม่ได้สัก 5-6 เดือน ก็ไปสู่กระบวนการอื่นภายใต้ UNCLOS ขณะเดียวกันก็สามารถพูดคุยกระบวนการเขตแดนทางบก สถานการณ์ชายแดน แต่เมื่อกัมพูชามาทางนี้ก็เหมือนปิดประตู สำหรับการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ฟื้นฟูความสัมพันธ์ อีกทั้งในเวทีระหว่างประเทศก็ยังไม่จบ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ก็ยังใช้เวลา 1 ใน 3 ของเวที UNSC พูดเรื่องกัมพูชา เพราะฉะนั้น มันอยู่ที่เขา

ส่วนกรณีที่มีคนสงสัยว่าเมื่อกัมพูชายื่นขอประนอมภาคบังคับ ไทยไม่ยอมรับ หรือไม่เข้าสู่กระบวนการนี้ได้หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อถามผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ด้านต่างประเทศของเรา บอกว่าได้ แต่กระบวนการนี้ก็จะเดินหน้าต่อไปและเขาก็จะแต่งตั้งผู้ประนอมให้กับฝ่ายไทย และเราก็มีพันธะกรณีตามอนุสัญญา UNCLOS ที่เราต้องปฏิบัติตาม พร้อมย้ำว่าเราไม่ได้ไปตามเงื่อนไขของเขาทุกอย่าง ที่สำคัญ ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ได้ผูกมัดทางกฎหมาย เผลอๆ ต้องกลับไปเจรจากันอีก เพราะผลลัพธ์ต้องคุยกันต่อ ดังนั้น อาจจะกลับมาที่เดิมคือการพูดคุยกันทั้งสองฝ่าย แต่เจตนาของฝ่ายกัมพูชาต้องการแสดงให้เห็นว่าเขารุกประเทศไทย แต่ในที่สุดผลก็กลับไปอยู่ที่เดิม ถ้าดูกระบวนการนี้ประมาณ 2 ปี ถ้าพูดคุยกันโดยตรงอาจจะตกลงกันได้เร็วกว่านี้และตกลงกันในฐานะที่เป็นมิตร โดยการเจรจาพูดคุยสองฝ่าย แต่อันนี้เป็นทางเลือกของเขา

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ