ท่าทีดังกล่าวซึ่งมีขึ้นระหว่างการประชุมวาระพิเศษเนื่องในวันผู้อพยพย้ายถิ่นสากลแห่งสหประชาชาติเมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.) ตอกย้ำถึงความพยายามของรัฐบาลตาลีบันที่ให้ประชาคมโลกเข้ามามีส่วนร่วม หลังจากกลับมาครองอำนาจในอัฟกานิสถานได้ 4 เดือน
เชร์ โมฮัมหมัด อับบาส สตานิกไซ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศของกลุ่มตาลีบัน กล่าวว่า เป็นความรับผิดชอบของประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา ที่จะช่วยอัฟกานิสถานฟื้นฟูจากสงครามที่ดำเนินมาหลายสิบปี
สหรัฐอเมริกาได้อายัดทรัพย์สินหลายพันล้านดอลลาร์ของธนาคารกลางอัฟกานิสถาน เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มตาลีบันเข้าถึงแหล่งเงินเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม นายสตานิกไซ ระบุว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการอายัดทรัพย์คือประชาชนทั่วไป ไม่ใช่ทางการตาลีบัน และหากสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจยังไม่เปลี่ยนแปลง ก็จะมีการอพยพมากขึ้น
“เราวิงวอนขอให้องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ และประเทศที่มีมิตรไมตรี ประเทศเพื่อนบ้าน ชาติตะวันตก และประเทศที่อยู่ในอัฟกานิสถานมา 20 ปี ร่วมมือกับเราเกี่ยวกับผู้อพยพ และปัญหาอื่น ๆ ที่เรากำลังเผชิญ” รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศของกลุ่มตาลีบัน กล่าว
หน่วยงานของสหประชาชาติประเมินว่า ชาวอัฟกานิสถานหลายล้านคนอาจเผชิญกับความหิวโหยในช่วงฤดูหนาวนี้หากไม่ได้รับความช่วยเหลือโดยด่วน แต่การให้ความช่วยเหลือที่ผ่านมาสะดุดลงเนื่องจากนานาชาติไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับรัฐบาลตาลีบันโดยตรง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกังวลเรื่องสิทธิของผู้หญิงอัฟกันและการมีส่วนร่วมทางการเมือง
การระงับความช่วยเหลือจากชาติหลังกลุ่มตาลีบันกลับมามีอำนาจทำให้เศรษฐกิจของอัฟกานิสถานที่เปราะบางอยู่แล้วใกล้ที่จะล่มสลาย ชาวอัฟกันหลายล้านคนไม่มีงานทำ ขณะที่ระบบธนาคารก็ให้บริการเพียงบางส่วน
ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาได้ออกคำแนะนำว่า จะอนุญาตให้ส่งเงินเป็นการส่วนตัวไปยังอัฟกานิสถานได้ แต่ยังคงปฏิเสธที่จะยกเลิกการอายัดทรัพย์สินกว่า 9 พันล้านดอลลาร์ของธนาคารกลาง หรือยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่มีต่อผู้นำตาลีบันหลายคน
ขณะที่อามีร์ คาน มุตตากี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของกลุ่มตาลีบัน ได้พบปะกับผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน เมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.) ก่อนการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศจากองค์กรความร่วมมืออิสลาม (OIC) เพื่อหารือถึงสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน
โดยนายมุตตากี ระบุว่า ตาลีบันยินดีต้อนรับองค์กรด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ให้คำมั่นว่าพวกเขาจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาปฏิบัติงานในอัฟกานิสถานโดยไม่ถูกขัดขวาง
ขณะเดียวกัน จีนได้ส่งสิ่งของจำเป็นสำหรับฤดูหนาว เช่น ผ้าห่มและเสื้อกันหนาว ให้กับอัฟกานิสถานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเพียงพอสำหรับชาวอัฟกัน 50,000 ครอบครัว เมื่อเดือนกันยายน รัฐบาลปักกิ่งประกาศว่าจะมอบความช่วยเหลือ 200 ล้านหยวน หรือประมาณ 1 พันล้านบาท ซึ่งรวมถึงอาหารและวัคซีนโควิด-19 ให้กับอัฟกานิสถาน
อย่างไรก็ตาม จีนยังไม่รับรองรัฐบาลตาลีบันอย่างเป็นทางการ และระบุว่าจะไม่เป็นประเทศแรกที่ทำเช่นนั้น แต่ก็มีการติดต่อกับกลุ่มตาลีบันมากขึ้น เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณและจะทำให้ประชาชนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวนมาก