เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2565 ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาญี่ปุ่น โดยเขาได้ชมรัฐบาลญี่ปุ่นที่เป็นประเทศในเอเชียชาติแรก ที่ออกมาคว่ำบาตรรัสเซียอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองการรุกรานของรัสเซียในยูเครน เซเลนสกีย้ำว่าขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงใช้มาตรการกดดันต่อไป
นอกจากนี้ เซเลนสกี ยังได้ชวนญี่ปุ่นให้หวนนึกถึงหายนะจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์และอาวุธเคมี เพื่อขอร้องให้สมาชิกในสภาญี่ปุ่นสนับสนุนยูเครนเพื่อต่อกรกับการรุกรานของรัสเซียในครั้งนี้
ในตอนท้าย เซเลนสกี กล่าวถึคงความสัมพันธ์อันดีระหว่างยูเครนและญี่ปุ่น และกล่าวขอบคุณญี่ปุ่นที่ให้โอกาสยูเครนได้พูดในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้
คิซิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเคยให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งที่รัสเซียทำเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน รวมถึงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศด้วย
หลังจากนั้นญี่ปุ่นก็ได้ประกาศคว่ำบาตรรัสเซีย โดยห้ามบริษัทญี่ปุ่นติดต่อค้าขายกับรัสเซีย รวมทั้งห้ามการออกและการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลของรัสเซียในญี่ปุ่น รวมถึงห้ามการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ และอุปกรณ์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอและหุ่นยนต์ ไปยังรัสเซีย โดยห้ามส่งออกให้ทั้งภาคทหารและพลเรือน
มาตรการคว่ำบาตรของญี่ปุ่นครั้งนี้ถือว่ารุนแรงกว่าเมื่อครั้งรัสเซียยึดครองไครเมียในปี 2014 ในครั้งนั้นญี่ปุ่นใช้มาตรการที่อ่อนกว่าบรรดาชาติตะวันตก ระงับการเจรจากับรัสเซียด้านการทหาร อวกาศ การลงทุนและวีซ่า รวมทั้งห้ามธนาคาร 5 ใหญ่ของรัสเซียระดมทุนในญี่ปุ่น
แต่ครั้งนี้นอกจากประกาศคว่ำบาตรรัสเซียแล้ว ญี่ปุ่นยังได้มอบยุทธภัณฑ์ทางการทหารให้กับยูเครนด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเกราะกันกระสุน หมวกเหล็ก กล้องส่องทางไกล อุปกรณ์ให้แสงสว่าง อุปกรณ์การแพทย์ เสื้อผ้ากันหนาว และเสบียงอาหารฉุกเฉินให้กับยูเครน สิ่งของเหล่านี้ถูกขนส่งโดยเครื่องบินทหารของสหรัฐ และเครื่องบินของกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น
นายกรัฐมนตรีคิชิดะให้เหตุผลว่าที่ต้องทำทั้งหมดนี้ เพราะกังวลว่าถ้าญี่ปุ่นเพิกเฉยต่อการกระทำของรัสเซียก็อาจเป็นแบบอย่างให้จีนทำแบบเดียวกันกับไต้หวันได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ท่าทีที่แข็งของญี่ปุ่นต่อการทำสงครามของรัสเซียในยูเครนกำลังสร้างปัญหาใหม่ รวมถึงความกังวลของญี่ปุ่นเกี่ยวกับข้อพิพาทเขตแดนที่มีมาตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
พื้นที่พิพาทที่ว่านี้คือ หมู่เกาะคูริล จากแผนที่นี้จะเห็นได้ว่าพื้นที่พิพาทดังกล่าวเป็นเกาะ 4 เกาะ ที่ตั้งอยู่ทางเกาะฮอกไกโดทางเหนือของญี่ปุ่น ประกอบไปด้วย เกาะอิตูรุป เกาะคูนาชีร์ เกาะชิโกตัน และเกาะฮาโบไม
โดยหมู่เกาะคูริลวางตัวทอดยาวขึ้นไปจนถึงเขตคัมชัตคาของประเทศรัสเซีย
“หมู่เกาะคูริล”พื้นที่พิพาท 7 ทศวรรษ รัสเซีย-ญี่ปุ่น
พื้นที่ตรงนี้กลายเป็นข้อพิพาท เพราะสหภาพโซเวียตได้เข้าไปยึดครองตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งหมดมาจากความเข้าใจผิดของโจเซฟ สตาลินผู้นำโซเวียตในสมัยนั้น ที่เข้าใจว่าแฟรงกลิน รูสเวลต์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะยกพื้นที่ตรงนี้ให้ตอบแทนการที่รัสเซียช่วยกำราบญี่ปุ่น
การยึดครองพื้นที่หมู่กาะคูริลนำไปสู่การที่ญี่ปุ่นไม่ยอมเซ็นข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามกับรัสเซียจนกลายเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นมรดกที่ตกค้างจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2
ทำไมพื้นที่บริเวณนี้จึงสำคัญ เพราะหมู่เกาะคูริลเป็นพื้นที่กระแสอุ่นบรรจบกับกระแสน้ำเย็น ทำให้มีปลาชุกชุมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หรือที่รู้จักกันว่า "คูริลแบงก์" เป็นแหล่งประมงที่สำคัญของทวีปเอเชีย และมีน้ำพุร้อน ตลอดจนแร่รัตนชาติและแร่หายาก
สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ น้ำทะเลบริเวณนี้จะไม่เป็นน้ำแข็งเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ทำให้เดินเรือไปยังมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลอาร์ติกได้ตลอดทั้งปี
นักวิชาการมองว่ารัสเซียมีเหตุผลอยู่ไม่กี่ข้อในการที่จะยึดหมู่เกาะคูริลเอาไว้
ข้อแรก พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่จะกำหนดนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของรัสเซียในอนาคต กล่าวคือ รัสเซียต้องการใช้พื้นที่ทะเลน้ำอุ่นตรงนี้ในการเดินเรือขึ้นไปยังอาร์กติกและออกไปสู่มหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากนี้ ช่องแคบระหว่างเกาะอิตูรุป และเกาะคูนาเชียร์ มีความกว้างพอที่จะให้เรือรบและเรือดำน้ำรัสเซียเดินทางไปยังฐานทัพเรือที่เมืองวลาดิวอสต็อกได้ ทำให้รัสเซียสามารถคุมพื้นที่ในทะเลได้ง่ายขึ้น
ข้อสอง พื้นที่นี้เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะของสหภาพโซเวียตในสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งในเวลานั้นสหภาพโซเวียตก็ถือเป็นมหาอำนาจอีกขั้วหนึ่งของโลก อีกทั้งประชาชนยังไม่ยอมที่จะยกหมู่เกาะนี้คืนให้ญี่ปุ่น
ข้อสาม พื้นที่บริเวณนี้มีปลาชุกชุมเหมาะแก่การทำประมง อีกทั้งมีบ่อน้ำพุร้อนและแร่หายากต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นก็พยายามแก้ปัญหานี้มาตลอด ชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เคยประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำ 2 ประเทศตกลงจะทำโครงการพัฒนาเศรษฐกิจ การเกษตร การประมงบนเกาะทั้ง 4 ร่วมกัน
โดยญี่ปุ่นมีเป้าหมายทำสนธิสัญญาสันติภาพกับรัสเซีย และหวังจะได้เกาะ 2 เกาะจาก 4 เกาะกลับคืนมา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ ได้
นอกจากจะบรรลุข้อตกลงกันไม่ได้ ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติจะแย่ลงอีก เมื่อรัสเซียออกมาตอบโต้ที่ญี่ปุ่นหลังหนุนยูเครนในสงครามครั้งนี้
เมื่อวานนี้ ก่อนที่เซเลนสกีจะกล่าวปราศัยต่อสภาญี่ปุ่น รัสเซียประกาศถอนตัวเจรจาสันติภาพกับญี่ปุ่นกรณีหมู่เกาะคูริล
รัสเซียพักการเจรจาสันติภาพและพื้นที่พิพาทกับญี่ปุ่น
เมื่อวานนี้ ก่อนที่เซเลนสกีจะกล่าวปราศัยต่อสภาญี่ปุ่น รัสเซียประกาศถอนตัวเจรจาสันติภาพกับญี่ปุ่นกรณีหมู่เกาะคูริล โดยรัสเซีย ระบุว่า กำลังเตรียมถอนตัวจากการเจรจาสันติภาพกับญี่ปุ่นกรณีพิพาทหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างหมู่เกาะคูริล ภายใต้เงื่อนไขในปัจจุบัน รัสเซียจะไม่เดินหน้าเจรจาสันติภาพกับญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นแสดงความไม่เป็นมิตรอย่างชัดแจ้ง และพยายามทำลายผลประโยชน์แห่งชาติของรัสเซีย ด้วยการร่วมกับสหรัฐและชาติตะวันตกในการคว่ำบาตรรัสเซีย
นอกจากนี้รัสเซียจะยกเลิกมาตรการอนุมัติขอฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่ต้องการจะเดินทางไปยังหมู่เกาะคูริล รวมถึงถอนตัวจากเวทีเจรจาความร่วมมือทางเศรษฐกิจและไม่ขยายสถานะของญี่ปุ่นในฐานะหุ้นส่วนสำคัญในกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจทะเลดำ (Black Sea Economic Cooperation) อีกด้วย
ญี่ปุ่นประณามหลังรัสเซียพักการเจรจาสันติภาพ
หลังจากที่รัสเซียออกมาประกาศยุติการคุยเรื่องสัญญาสันติภาพ ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นออกมาแถลงประณามการกระทำดังกล่าวของรัสเซียทันที
โดยผู้นำญี่ปุ่นระบุว่า สิ่งที่รัสเซียทำไม่สามารถยอมรับได้ และเน้นย้ำจุดยืนเดิมของของญี่ปุ่นคือ การแสวงหาสันติภาพด้วยการร่วมมือกับประชาคมโลกเพื่อกดดันและดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียต่อไป
ทั้งนี้ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งใน 22 ประเทศ ที่ถูกรัสเซียขึ้นบัญชีไว้ว่าเป็นประเทศหรือดินแดนที่ไม่เป็นมิตรกับรัสเซีย ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศถอนตัวจากการเจรจาสันติภาพเกี่ยวกับหมู่เกาะคูริลแล้ว เมื่อช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียมีการเพิ่มความเคลื่อนไหวทางการทหารในบริเวณหมู่เกาะนี้ด้วย
สำนักข่าวเจแปนไทม์รายงานว่าเมื่อวันที่ 10 มีนาคม กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ซ้อมรบที่เกาะ 4 เกาะ โดยมีการใช้ขีปนาวุธจากพื้นดินสู่อากาศ นอกจากนี้ยังพบความเคลื่อนไหวของเรือรบรัสเซียหลายสิบลำแล่นผ่านพื้นที่ใกล้เกาะฮอกไกโดหลายวันต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามรัสเซียมีสิทธิ์เดินเรือในบริเวณดังกล่าวได้เนื่องจากเป็นน่านน้ำสากล
วิกฤตยูเครนและการพักการเจรจาสันติภาพกำลังบอกอะไรกับญี่ปุ่น?
นักวิชาการด้านนโยบายต่างประเทศญี่ปุ่นมองว่า เหตุการณ์ในยูเครนและการยุติการเจรจาสัญญาสันติภาพกำลังท้าทายความเชื่อมั่นของญี่ปุ่นที่มีต่อระบบความมั่นคงแบบทวิภาคีที่เคยทำไว้กับสหรัฐฯ หรือพหุภาคี และระบบความมั่นคงร่วมกันที่มีสหประชาชาติเป็นผู้นำ
ญี่ปุ่นมองว่าตนเองอาจต้องเผชิญปัญหารูปแบบเดียวกันกับยูเครนซึ่งสังเกตได้จากการพูดถึงไต้หวันอาจต้องต่อสู้กับมหาอำนาจในภูมิภาคอย่างจีน
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงท้าทายและส่งผลต่อการกำหนดนโยบายการต่างประเทศของญี่ปุ่นในทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้