ภาพวิดีโอนี้ถูกถ่ายโดยประชาชนในเมืองมาริอูปอล ซึ่งคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องวิ่งออกมาจากอาคารหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง เนื่องจากมีเสียงระเบิดดังขึ้น โดยจากภาพจะเห็นว่า คนที่ถือกล้องนี้ได้วิ่งออกมายังพื้นที่โล่งแจ้ง ก่อนจะพบว่า ภายนอกนั้น ก็มีอาคารบ้านเรือนและรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างทางได้รับความเสียหายเช่นกัน
ด้าน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า สถานการณ์ในเวลานี้ทางตอนใต้ และภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออก ยังคงเลวร้ายหนัก
โดยในเวลานี้รัสเซียกำลังไประดมพลใกล้กับเมืองมาริอูปอลที่ถูกโอบล้อมเอาไว้ด้วย
“ในดอนบาส ในมาริอูปอล และในเส้นทางเมืองคาร์คิฟ กองกำลังรัสเซียกำลังระดมพลความสามารถในการโมตี การโจมตีอันทรงพลัง เราจะปกป้องตนเอง เราจะทำทุกอย่างเพื่อยับยั้งผู้ครอบครอง และทำความสะอาดแผ่นดินของเราด้วยความเพ้อฝันอันไร้สาระและชั่วร้ายของพวกเขา”
“อย่าลืมว่าในมอสโก นโยบายการคว่ำบาตรจะต้องดำเนินต่อไปและเข้มแข็งขึ้นเท่านั้น ตราบใดที่ยังไม่มีสันติภาพ จะต้องมีมาตรการคว่ำบาตร มันไม่มีทางเลือกอื่นในการลงโทษจนกว่ารัสเซียจะเริ่มหันมาลงทุนเพื่อแสวงหาสันติภาพอย่างจริงใจ เท่าที่พวกเขาลงทุนในการทำลายล้างประเทศของเรา” เซเลนสกี กล่าว
ด้านรัฐบาลยูเครนเตรียมรถบัสเอาไว้ เพื่อจะส่งเข้าไปอพยพประชาชนออกมาจากเมืองมาริอูปอล หลังทางรัสเซียยอมเปิดระเบียงมนุษยธรรมตั้งแต่เมื่อวานนี้ เพื่อจะอพยพคนออกมา แต่ทางสภากาชาดสากลระบุว่า การอพยพนั้นต้องล่าช้าออกมาจนถึงวันนี้
ทั้งนี้ เมืองมาริอูปอลยังถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง และรัสเซียยังไม่มีท่าทีรามือจากเมืองท่าทางตอนใต้นี้แต่อย่างใด โดยรายงานระบุว่า กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของอาคารบ้านเรือนของเมืองแหลกลานจากการโจมตีแบบปูพรมอย่างต่อเนื่องตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนภาคพื้นดิน กองกำลังของรัสเซียก็ยังโอบล้อมเมืองไว้ การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไม่ว่าจะเป็นการส่งน้ำ อาหารและยาเข้าไปให้ชาวเมืองที่ติดอยู่เป็นไปด้วยความยากลำบาก
รายงานระบุว่า ประชาชนนับแสนยังติดค้างในพื้นที่โดยมีอาหารเหลือไม่พอ ขาดแคลนน้ำดื่ม และ เวชภัณฑ์ อีกทั้งนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน มีพลเรือนของเมืองมาริอูปอลราว 5 พันคน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นเด็ก 210 คน เสียชีวิตจากสงคราม โดย 90 เปอร์เซ็นต์ของอาคารที่พักอาศัยได้รับความเสียหาย และกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ถูกทำลายจนไม่เหลือสภาพเดิม โรงพยาบาล 7 แห่งได้รับความเสียหาย ในจำนวนดังกล่าว 3 แห่งถูกทำลายจนหมด ขณะที่โรงเรียนอีก 57 แห่งก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ทางรัสเซียประกาศจะลดการเคลื่อนไหวทางการทหาร และถอนทหารออกจากกรุงเคียฟและเมืองเชอร์นิฮิฟ โดยระบุว่าเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีในการเจรจาในอนาคต แต่ นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต เปิดเผยว่า นี่ไม่ใช่การถอนกำลัง เพราะพบเห็นว่ากองกำลังของรัสเซียในยูเครนกำลังไปรวมตัวกันใหม่ และเพิ่มการโจมตีเป็นสองเท่า ในพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครน
“จากหน่วยข่าวกรองของเรา ทหารของรัสเซียยังไม่ได้ถอนกำลัง แต่เป็นการปรับเปลี่ยนที่ตั้ง รัสเซียกำลังพยายามจะระดมพลใหม่ ระดมสรรพวุธ และเสริมกำลังการโจมตีในภูมิภาคดอนบาส ในเวลาเดียวกัน รัสเซียก็ยังคงกดดันกรุงเคียฟ และเมืองอื่นๆ ดังนั้นเราจึงสามารถคาดว่า จะมีการโจมตีเพิ่มเติม และนำมาซึ่งความทุกข์ทรมานมากกว่านี้อีก” เลขาธิการนาโต กล่าว
ด้านทางสหราชอาณาจักร คาดการณ์ว่า รัสเซียได้ระดมพลทหารราว 1,200 - 2,000 คน มาจากจอร์เจียเพิ่ม ซึ่งเลขาธิการนาโต้มองว่า รัสเซียยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์เดิมทางการทหารที่ตั้งเอาไว้แต่อย่างใด เพราะยังคงพบเห็นการโจมตีในหลายเมือง และพบเห็นการโยกย้ายกำลังทหาร ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นการโยกย้ายไปยังภูมิภาคดอนบาสแทน
แต่อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ทหารรัสเซียถอนกำลังออกจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลแล้ว โดยบริษัทอีเนอร์โก้อะตอมของยูเครน รายงานว่า ในเวลานี้ ไม่มีคนนอกอยู่ในพื้นที่โรงไฟฟ้าแล้ว โดยทางสหรัฐฯก็ยืนยันด้วยเช่นกันว่ามีการถอนทหารรัสเซียออกจากเชอร์โนบิลแล้วจริง
สหรัฐฯ ระบายน้ำมันสำรองทุบสถิติ 180 ล้านบาร์เรล สกัดราคาพุ่ง
“ปูติน” เซ็นกฎหมาย สั่งชาติไม่เป็นมิตร ซื้อก๊าซด้วยสกุลเงินรัสเซีย