เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม2565 ที่ผ่านมา Global Network Against Food Crises ได้เผยแพร่รายงานระดับโลกว่าด้วยวิกฤติอาหารประจำปีออกมาซึ่งทำร่วมกับโครงการอาหาร โลก หรือ WFP และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO รวมถึง หน่วยงานภาครัฐและเอกชน 17 หน่วยงาน
รายงานฉบับนี้ระบุว่า ในปี 2021 ผู้คนเกือบ 193 ล้านคนใน 53 ประเทศประสบกับ ความไม่มั่นคงด้านอาหารอย่างรุนแรงซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 40 ล้านคน
เนื่องจากเผชิญวิกฤติ สามด้าน คือ ผลกระทบจากสงคราม การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และวิกฤติ เศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด -19
จากรายงานดังกล่าว สหประชาชาติกล่าวว่าจำนวนคนที่เผชิญกับภาวะอดอยากที่เพิ่ม ขึ้นแสดงให้เห็นว่านี่เป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลอย่างมาก ทั้งยังเตือนว่าทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะเผชิญปัญหาการขาดแคลนอาหารรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ในปี 2022
อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่า โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการขาดแคลนอาหารอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น
นอกจากนี้ในรายงานยังระบุว่า สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่กำลังดำเนินอยู่จะ ทำให้วิกฤติด้านอาหารเลวร้ายลง เนื่องจากทั้งรัสเซียและยูเครนเป็นผู้ส่งออกสินค้าทางการเกษตรที่สำคัญรายใหญ่ของ โลก เช่น ข้าวสาลี น้ำมันดอกทานตะวัน และปุ๋ย ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำให้การส่งออกสินค้าหยุดชะงักและส่งผลให้ราคาอาหารแพงขึ้น
อารีฟ ฮูเซน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโครงการอาหารโลก กล่าวว่า สินค้านำเข้าจาก ยูเครนลดน้อยลง ในขณะที่สินค้านำเข้าของรัสเซียยังคงมีอยู่ แต่ราคากลับแพงขึ้นมาก
ทั้งนี้ ยูเครนไม่ได้ส่งธัญพืชหรือสินค้าออกไปยังประเทศต่าง ๆ เลยในช่วงนี้ รัสเซียมีสินค้าส่งออกมาบ้าง แต่ก็ส่งออกในราคาที่สูงกว่ายูเครน
นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่าประเทศยากจนและเปราะบางจะได้รับผลกระทบจากสงครามมากที่สุด เพราะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเพื่อจ่ายค่าอาหาร
“ลองจินตนาการว่าคุณเป็นประชากรในประเทศรายได้ต่ำ หรือประเทศรายได้ต่ำ-ปานกลาง และเงินเดือนกว่าครึ่งหนึ่งของคุณต้องหมดไปกับค่าอาหาร แล้ววันหนึ่งค่าก็อาหารแพงขึ้น แต่รายได้เท่าเดิม นี่เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศ” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์โครงการอาหารโลก กล่าว
องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ตั้งข้อสังเกตว่าหลายประเทศที่ต่อสู้ กับวิกฤตด้านอาหารครั้งใหญ่เป็นประเทศที่นำเข้าข้าวสาลีเกือบทั้งหมดจากรัสเซียและ ยูเครนในปีที่แล้ว เช่นโซมาเลีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และมาดากัสการ์ ทั้งยังเตือนว่า ต้องดำเนินด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วนเป็นสิ่งจำเป็นในวงกว้างเพื่อ ป้องกันไม่ให้หายนะของการขาดแคลนอาหารรุนแรงขึ้นจนรับมือไม่ไหว
นอกจากนี้ประเทศที่ประสบปัญหาความขัดแย้งมาอย่างยืดเยื้อ อย่าง อัฟกานิสถาน สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เอธิโอเปีย ไนจีเรีย เซาท์ซูดาน ซีเรีย และเยเมนมี จำนวนประชากรที่ต้องประสบความขาดแคลนอาหารมากที่สุดด้วย
เมื่อวานนี้ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เลขาธิการยูเอ็นยังได้เตือนด้วยว่า สงครามยูเครนทำให้เกิดแรงกดดันมหาศาลต่อโลก และทำร้ายโลกอย่างไม่มีขีดจำกัด รวมถึงในประเด็นห่วงโซ่อาหารระหว่างประเทศอีกด้วย ซึ่งเขาได้ร่วมหารือถึงวิธีการที่จะนำผลผลิตทางการเกษตรของยูเครน และอาหารและผลิตภัณฑ์ปุ๋ยจากรัสเซียกับเบลารุส กลับเข้าสู่ตลาดโลกในเวลานี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประเทศ แม้ว่าจะเกิดสงครามอยู่ก็ตาม