เมื่อวาน (20 มิ.ย.) รัฐบาลแคนาดาประกาศเตรียมใช้กฎหมายใหม่ สั่งห้ามผลิตและนำเข้าพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวที่ “เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม” โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือน ธ.ค. นี้ โดยจะมีผลบังคับใช้กับถุงชอปปิ้ง ช้อนส้อม บรรจุภัณฑ์อาหาร ไม้คน หลอด ฯลฯ
สตีเวน กิลโบลต์ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมแคนาดากล่าวว่า “รัฐบาลของเราพร้อมแล้วในการลดมลพิษพลาสติก … นั่นเป็นเหตุผลที่เราประกาศในวันนี้ว่า รัฐบาลของเรากำลังดำเนินการตามคำมั่นที่จะแบนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งที่เป็นอันตราย”
ไม่ใช่แค่โลกร้อน มนุษย์กำลังทำให้สภาพภูมิอากาศโลก “โกลาหล”
เขาเสริมว่า “นี่เป็นก้าวประวัติศาสตร์ในการเอาชนะมลภาวะพลาสติก และรักษาชุมชน ผืนดิน และมหาสมุทรของเราให้สะอาด”
การขายสินค้ากลุ่มดังกล่าวที่ทำจากพลาสติกแบบใช้ได้ครั้งเดียว จะไม่ได้รับอนุญาตตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปีนี้ และจะใช้เวลาระหว่างนี้ให้ธุรกิจมีเวลาในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง และลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
รัฐบาลกลางแคนาดาระบุว่า พลาสติกเป็นวัสดุที่ “เป็นพิษ” ภายใต้กฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในแต่ละปีแคนาดาใช้ถุงชอปปิ้ง 1.5 หมื่นล้านใบ และใช้หลอด 16 ล้านชิ้นต่อวัน
รายงานล่าสุดโดย UN ระบุว่า คาดว่าการใช้พลาสติกทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าภายในปี 2060 และการผลิตพลาสติกที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจะแตะระดับมากกว่า 1.2 พันล้านตันในปีเดียวกันนั้น ส่วนของเสียที่เกิดจากการผลิตดังกล่าวจะมากกว่า 1 พันล้านตันต่อปี
ในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา โลกผลิตพลาสติกประมาณ 8.3 พันล้านตัน โดย 60% ถูกทิ้งในหลุมฝังกลบ มหาสมุทร แม่น้ำ หรือถูกเผา
กลุ่มผู้ผลิตพลาสติกบางกลุ่มในแคนาดาเคยคัดค้านต่อกฎหมายใหม่แม้รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะให้เวลาธุรกิจในการปรับตัว เช่น สถาบันเศรษฐกิจมอนทรีออล (MEI) ได้กล่าวว่า กฎหมายใหม่จะเป็นอันตรายต่อ “นวัตกรรมที่อาจเกิดขึ้น” ในอุตสาหกรรมพลาสติก และ “จะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยที่ไม่ได้รับประกันว่าจะช่วยสิ่งแวดล้อมไว้ได้”
เรียบเรียงจาก Al Jazeera
ภาพจาก AFP
สินค้าจากบริษัทหรือแบรนด์ใด ก่อ “มลพิษพลาสติก” สูงที่สุดในโลก?
มันยังไง! น้ำมันต่างประเทศลด แต่ราคาขายในประเทศนิ่ง
โควิดวันนี้ (21 มิ.ย.65) ป่วยใหม่ลดลง 1,714 ปอดอักเสบเพิ่ม 631 ราย