รมว.ต่างประเทศจีนเยือนเมียนมาครั้งแรก หลังรัฐประหาร


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นับตั้งแต่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนเมื่อปีที่แล้วก็ทำให้เมียนมาถูกโดดเดี่ยวจากชาติตะวันตกที่ใช้มาตรการคว่ำบาตรกดดันเพื่อหวังให้เมียนมากลับสู่เส้นทางประชาธิปไตย

แต่ในอีกด้าน ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมาใต้รัฐบาลทหารกับจีน มหาอำนาจแห่งเอเชียดูจะกระชับแน่นขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ‘หวัง อี้’ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนกำลังอยู่ระหว่างเดินทางเยือนเมียนมา โดยถือเป็นการเยือนของรัฐมนตรีต่างประเทศจีนครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารขึ้น

รัฐบาลทหารเมียนมาออกมาอ้างว่า การเยือนของรัฐมนตรีต่างประเทศจีนเท่ากับเป็นการรับรองความชอบธรรมของรัฐบาลทหารเมียนมา 

R2P ที่ชาวเมียนมาหวังหยุดรัฐประหาร แต่ได้มาไม่ง่าย

ความพยายามของจีนในการขยายอิทธิพลหมู่เกาะแปซิฟิก

หวัง อี้’ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนเดินทางถึงเมียนมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อเข้าร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้างที่เริ่มขึ้นเมื่อวานนี้ในเมืองพุกามของเมียนมา

กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้างคืออะไร?

กรอบความร่วมมือนี้พัฒนามาจากข้อริเริ่มของไทยเมื่อปี 2012 ที่สนับสนุนให้มีกลไกความร่วมมือใกล้ชิดระหว่างประเทศในลุ่มน้ำโขง

ต่อมาในปี 2014 ‘หลี่ เค่อเฉียง’ นายกรัฐมนตรีของจีนได้เสนอในเวทีการประชุมอาเซียน-จีน ให้ตั้งกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้างขึ้น

โดยการก่อตั้งกรอบความร่วมมือนี้อย่างเป็นทางการเกิดขึ้นเมื่อปี 2016  ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย และจีน มีวัตถุประสงค์เน้นให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมกระบวนการพัฒนาอาเซียน

กรอบความร่วมมือนี้ถือว่ามีความสำคัญ เมื่อมองจากสถานการณ์ที่ว่าพื้นที่ตรงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่าอาจเป็นชนวนความตึงเครียดของภูมิภาคจากการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งไปส่งผลกระทบต่อการปรับเปลี่ยนกระแสน้ำในเมื่อน้ำโขงและทำลายระบบนิเวศน์

โดยจีนได้สร้างเขื่อนแล้ว 10 แห่ง บนแม่น้ำโขงตอนบนหรือที่ถูกเรียกว่าแม่น้ำ “หลานชาง” หรือ “ล้านช้าง”

มีรายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ จะร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจและข้อตกลงอีกจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดว่าเกี่ยวข้องกับด้านใดบ้าง

หวัง อี้ ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของรัฐบาลจีนที่เดินทางเยือนเมียนมาหลังมีการรัฐประหารโค่นอำนาจรัฐบาลพลเรือนของ ‘อองซาน ซูจี’ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว

โดยก่อนที่รัฐมนตรีต่างประเทศจีนจะเดินทางถึง โฆษกรัฐบาลทหารของเมียนมาได้เปิดเผยว่าการที่รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ในเมียนมา ถือเป็นการยอมรับอธิปไตยและยอมรับรัฐบาลทหารเมียนมา

ส่วนเมื่อวานนี้ ( 3 ก.ค.) สำนักข่าวซินหัวของจีนก็รายงานว่าในการพบกันระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศจีนและเมียนมา

‘วันนะ หม่อง ลวิน’ รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาระบุว่า เมียนมจะสนับสนุนจุดยืนของจีนต่อไปทั้งเรื่องไต้หวัน ฮ่องกง ทิเบต ซินเจียงและด้านสิทธิมนุษยชน

ขณะที่รัฐมนตรีต่างปรเะทศของจีนให้สัญญาว่าจีน จะเดินหน้าส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ รวมถึงเพิ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจด้วย

ความเคลื่อนไหวของจีนในเมียนมาน่าสนใจ เมื่อมองจากสถานการณ์ตอนนี้ที่สหรัฐฯ และชาติตะวันตกต่างคว่ำบาตรเมียนมาหลังการรัฐประหาร ทำให้รัฐบาลทหารของเมียนมาหันไปหาจีนมากขึ้น

นอกจากจีนจะเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเมียนมาแล้ว รายงานของสหประชาชาติที่เผยแพร่ออกมาเมื่อช่วงต้นปีนี้ยังชี้ว่า จีนยังเป็นหนึ่งในผู้จัดหาอาวุธรายใหญ่ให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา

 จีนยังเป็นหนึ่งในชาติที่ไม่สนับสนุนการคว่ำบาตรหลังกองทัพเมียนมาปราบปรามผู้ประท้วง และคัดค้านการออกมติประณามรัฐบาลทหารเมียนมาในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วย

นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารในเมียนมาเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว และตามมาด้วยการปราบปรามผู้ออกมาประท้วงอย่างหนักด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยม จีนมีท่าทีครึ่งๆกลางๆเพราะอะไร?

เพราะจีนก็อยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องรักษาสมดุลให้ดีระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์และกองทัพเมียนมา เนื่องจากผลประโยชน์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ทั้งโรงงานอุตสาหกรรม ท่อก๊าซและท่อน้ำมันที่ทอดผ่านยาวทั้งประเทศ ผ่านพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์มากมาย

จีนมีผลประโยชน์และการลงทุนในเมียนมามากมายแต่หนึ่งในผลประโยชน์ที่สำคัญที่สุดคือ ท่อส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ท่อดังกล่าวมีความยาวเกือบ 800 กิโลเมตร ตัดผ่านเมียนมาเกือบทั้งประเทศ โดยเป็นท่อคู่ขนานทั้งส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ

เริ่มต้นจากอ่าวเบงกอล ในรัฐยะไข่ ลากยาวผ่านเมืองมะเกว ผ่านมัณฑะเลย์ มาจนถึงชายแดนรัฐฉานที่ติดกับมณฑลยูนนานในจีน

โครงการนี้จีนลงทุนไปมากถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 45,000 ล้านบาท เพื่อขนเอาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเข้าประเทศ เริ่มเปิดใช้งานท่อส่งก๊าซเมื่อปี 2013 และเริ่มใช้งานท่อส่งน้ำมันในปี 2017ในสมัยที่รัฐบาลเมียนมานำโดยนางอองซาน ซูจี

ด้วยท่อนี้จีนสามารถขนส่งน้ำมันดิบได้มากถึง 22 ล้านตันต่อปี ส่วนก๊าซธรรมชาติขนได้มากถึง 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

โครงการดังกล่าวถือเป็นความร่วมมือ และเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างจีนเมียนมา

ในช่วงการประท้วงต่อต้านรัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว ท่อขนก๊าซและน้ำมันนี้กลายเป็นเป้าที่ผู้ต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาเพ่งเล็งว่าจะเผาทำลายจากความไม่พอใจที่มองว่า จีนสนับสนุนกองทัพในการยึดอำนาจ

ซึ่งด้วยระยะทางที่ยาวมากและการผ่านหลายเมืองของเมียนมา ส่งผลให้ท่อดังกล่าวมีจุดอ่อนมากมายให้โจมตี ความอ่อนไหวและเปราะบางทำให้จีนต้องส่งกำลังเข้าคุ้มครอง

เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว  2 เดือนหลังการเกิดรัฐประหาร สำนักข่าวอิรวดีรายงานว่า มีความเคลื่อนไหวของกำลังพลพร้อมอาวุธที่ชายแดนเมืองเจี้ยกาว (Jiegao) ทางตอนใต้ของจีน ติดกับเมืองมูเซในรัฐฉานของเมียนมา

TVBS News สถานีโทรทัศน์ของไต้หวันรายงานว่า กำลังพลของจีนถูกส่งไปที่นั่นเพื่อคุ้มครองท่อขนส่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบของจีน

ในช่วงนั้นไม่เฉพาะท่อก๊าซ ธุรกิจของจีนหลายแห่งตกเป็นเป้าของผู้ประท้วง กระแสต่อต้านจีนมีให้เห็นเป็นระยะๆ อย่างเช่นการไปประท้วงที่หน้าสถานทูต

กระแสการต่อต้านจีนจากผู้ประท้วงไม่เอารัฐประหารในเมียนมาก็ทำให้จีนวางตัวลำบาก ไปสนับสนุนทหารเต็มที่ไม่ได้ แต่ก็ไม่สามารถมาทางผู้ประท้วงหรือประชาชนได้ เพราะคนที่ยังชี้เป็นชี้ตายผลประโยชน์จีนในเมียนมาขณะนี้ ก็คือกองทัพเมียนมา

ขณะเดียวกัน จีนก็บอกว่ายึดถือสิ่งที่เรียกว่า “หลักการไม่แทรกแซงภายใน” เป็นหัวใจหลักของนโยบายต่างประเทศ ซึ่งจีนก็ย้ำมาเสมอว่าการรัฐประหารเป็นเรื่องภายในของเมียนมา แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเรื่องของเสถียรภาพ

ด้วยความที่จีนเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในเมียนมา มีโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากมาก ซึ่งรวมถึงท่อก๊าซดังกล่าวที่เชื่อมจีนกับมหาสมุทรอินเดีย นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งจีงมองว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับจีน คือผลประโยชน์และความมั่นคงของจีนต้องได้รับความคุ้มครอง

และเมื่อมองจากกระแสต่อต้านธุรกิจจีนหรือโครงการของจีนที่เกิดขึ้นในเมียนมา สิ่งสำคัญที่สุดที่หวัง อี้ น่าจะต้องการจากการเยือนเมียนมาครั้งนี้ก็คือการรับรองจากรัฐบาลทหารเมียนมาว่าผลประโยชน์ของจีนในเมียนมาจะต้องได้รับการคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นจากการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์หรือจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร

นอกเหนือมาประชุมกรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง ที่น่าสนใจคือการให้ความเห็นของรัฐมนตรีต่างประเทศจีนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเมียนมาขณะนี้ด้วย

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ