สำนักข่าว CCTV ของทางการจีนรายงานว่า นายเซี่ย เฟิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศจีน ได้เรียกนาย นิโคลัส เบิร์นส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศจีน เข้าพบเพื่อประท้วงการเยือนไต้หวันของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ทั้งที่รัฐบาลปักกิ่งได้ส่งสัญญาณเตือนแล้วหลายครั้ง โดยนายเซี่ยระบุว่า ความเคลื่อนไหวนี้ นับเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก และผลที่ตามมาก็จะร้ายแรงเช่นกัน เพราะจีนจะไม่อยู่เฉยแน่นอน
นอกจากเรียกพบทูตแล้ว กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ยังได้ประกาศฝึกซ้อมทางทหารครั้งสำคัญ ซึ่งรวมถึงการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงในน่านน้ำ 6 จุด ล้อมรอบเกาะไต้หวัน ระหว่างวันที่ 4-7 ส.ค.นี้ การประกาศซ้อมรบมีขึ้นไม่ถึง 1 ชั่วโมงหลังจากที่ เพโลซี เดินทางถึงไต้หวัน โดยกระทรวงกลาโหมของจีนแถลงว่า กองทัพอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมขั้นสูง และจะเปิดปฏิบัติการทางทหารแบบกำหนดเป้าหมายเพื่อตอบโต้การกระทำของเพโลซี
ทั้งนี้ จีนเริ่มยกระดับกิจกรรมทางทหารและซ้อมรบใกล้เกาะไต้หวัน นับตั้งแต่มีกระแสข่าวการเยือนของเพโลซี ขณะที่ข้อมูลจากรัฐบาลไต้หวันชี้ว่า เฉพาะเมื่อวานนี้ (2 ส.ค.) มีเครื่องบินรบจากจีนเข้ามาในน่านฟ้าของไต้หวันอย่างน้อย 21 ลำ แต่ทั้งหมดกลับออกไปโดยไม่ได้มีการปะทะใด ๆ
ฝั่งไต้หวันเอง ก่อนหน้านี้ก็มีการซ้อมรบครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมความพร้อมเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดฝึกซ้อมให้ประชาชนรับมือกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นตามมา หากถูกจีนโจมตีอยู่เป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นเหตุเพลิงไหม้ เหตุเครื่องบินตก รวมถึงกระบวนการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ด้วยสถานะที่เป็นเกาะ ทำให้หากไต้หวันถูกโจมตี เครือข่ายระบบสาธารณูปโภคอาจถูกทำลายทั้งหมด จึงจำเป็นต้องซ้อมรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายไว้ก่อน
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า จีนเริ่มใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจกับไต้หวัน ด้วยการสั่งแบนนำเข้าและส่งออกสินค้ากับไต้หวัน อย่างไม่มีกำหนด โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร และอาหาร เช่น ผลไม้ตระกูลส้ม และปลา ทั้งนี้ จีนและไต้หวันมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นต่อกัน โดยจีนถือเป็นคู่ค้าที่สำคัญที่สุด และนำเข้าสินค้าจากไต้หวัน ถึง 30%
ตอกย้ำจุดยืนสหรัฐฯ ต่อไต้หวัน จีนใช้กำลังทางการทหาร
“แนนซี เพโลซี” แจงเหตุผลชัด ๆ ทำไมต้องไปเยือนไต้หวันให้ได้?