นาซาพบ “อินทรียวัตถุ” บนดาวอังคาร หลักฐานว่าอาจเคยมีสิ่งมีชีวิต?


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นาซาพบ “อินทรียวัตถุ” ในตัวอย่างหินตะกอนดาวอังคาร จนอาจเป็นหลักฐานใหม่ที่บ่งชี้ว่าดาวอังคารเคยมีสิ่งมีชีวิตจริง

องค์การนาซา (NASA) รายงานความคืบหน้าภารกิจของยานสำรวจดาวอังคาร “เพอร์เซเวียแรนส์ (Perseverance)” ซึ่งมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลและเก็บเกี่ยวตัวอย่างกลับมายังโลก รวมถึงเก็บข้อมูลพิจารณาว่า มีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารหรือไม่

โดยเพอร์เซเวียแรนส์ลงจอดสำเร็จบนดาวอังคารตั้งแต่เมื่อเดือน มี.ค. 2021 และมีการส่งภาพหรือข้อมูลบนดาวอังคารกลับมายังโลกเสมอ แต่ข้อมูลล่าสุดที่ยานสำรวจส่งกลับมากลับทำให้นักวิทยาศาสตร์ตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะเป็นหลักฐานที่อาจบ่งชี้ได้ว่า บนดาวอังคารเคยมีสิ่งมีชีวิตจริง!

“เหยียบดวงจันทร์ในรอบ 50 ปี” ศึกชิงความเป็นมหาอำนาจครั้งใหม่

นาซาเปิดภาพ “ดาวพฤหัส” จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ “เจมส์ เว็บบ์”

ภาพใหม่จากดาวอังคาร กับภารกิจตามหาสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์สีแดง

พื้นที่ปฏิบัติการหลักของเพอร์เซเวียแรนส์อยู่ที่บริเวณหลุมอุกกาบาตเจเซโร (Jezero Crater) และล่าสุดขณะสำรวจบริเวณที่น่าจะเคยเป็นทะเลสาบและสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโบราณ เพอร์เซเวียแรนส์ได้พบ “อินทรียวัตถุ” ในตัวอย่างหินตะกอนที่เก็บมาได้ ซึ่งบ่งชี้ว่า บริเวณนี้มีสภาพแวดล้อมที่อาจมีสิ่งมีชีวิตอยู่เมื่อ 3.5 พันล้านปีก่อน

เคน ฟาร์ลีย์ นักวิทยาศาสตร์โครงการเพอร์เซเวียแรนส์ กล่าวว่า “หินที่เราตรวจสอบบริเวณปากแม่น้ำมีความเข้มข้นของอินทรียวัตถุสูงที่สุดเท่าที่เราเคยพบในภารกิจนี้”

แรกเริ่มที่เพอร์เซเวียแรนส์สำรวจพื้นหลุมอุกกาบาต มักพบตัวอย่างหินอัคนีหรือหินภูเขาไฟเป็นหลัก แต่ในระหว่างการสำรวจช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา เพอร์เซเวียแรนส์พบชั้นหินตะกอนที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมโบราณของดาวอังคารมากขึ้น

ฟาร์ลีย์กล่าวว่า “บริเวณปากแม่น้ำมีหินตะกอนที่หลากหลาย ตัดกันอย่างสวยงามกับหินอัคนี ซึ่งเกิดจากการตกผลึกของแมกมา การที่หินสองชนิดนี้วางเคียงกันทำให้เรามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งมากขึ้นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาหลังจากที่หลุมอุกกาบาตก่อตัวขึ้นและตัวอย่างที่หลากหลาย”

ทีมภารกิจตั้งชื่อเล่นให้กับหินก้อนหนึ่งที่เพอร์เซเวียแรนส์เก็บตัวอย่างมาได้ว่า “ไวลด์แคตริดจ์ (Wildcat Ridge)” ซึ่งคาดว่าน่าจะก่อตัวขึ้นเมื่อโคลนและทรายตกตะกอนในทะเลสาบน้ำเค็มที่ระเหยไปเมื่อหลายพันล้านปีก่อน

เพอร์เซเวียแรนส์ได้ขูดพื้นผิวของหินดังกล่าวออก และวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า Scanning Habitable Environments with Raman & Luminescence for Organics & Chemicals หรือ “เชอร์ล็อก (SHERLOC)”

สุนันดา ชาร์มา นักวิทยาศาสตร์ที่ดูแลเชอร์ล็อกจากห้องปฏิบัติการ Jet Propulsion Laboratory ของนาซา กล่าวว่า เครื่องมือนี้ทำหน้าที่เป็นแสงแบล็กไลต์ที่ใช้ค้นหาสารเคมี แร่ธาตุ และอินทรียวัตถุ ในหินได้

การวิเคราะห์ไวลด์แคตริดจ์ด้วยเครื่องมือนี้พบอินทรียวัตถุที่น่าจะเป็น “อะโรเมติกส์ (Aromatics)” หรือโมเลกุลของคาร์บอนและไฮโดรเจนที่เสถียรซึ่งเชื่อมต่อกับซัลเฟต

อินทรียวัตถุเป็นที่สนใจเพราะเป็นตัวแทนขององค์ประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิตชีวิต เช่น คาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน เช่นเดียวกับไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และกำมะถัน แม้อินทรียวัตถุบางชนิดไม่ต้องมีสิ่งมีชีวิตในการสร้างก็ตาม เพราะบางโมเลกุลสามารถสร้างขึ้นได้ด้วยกระบวนการทางเคมี

“ในขณะที่การตรวจจับสารอินทรีย์กลุ่มนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ที่ดาวอังคารอย่างแน่นอน แต่การสังเกตนี้ดูเหมือนกับบางสิ่งที่เราเคยเห็นที่นี่บนโลก ... พูดง่าย ๆ คือ หากนี่คือการล่าขุมทรัพย์เพื่อมองหาสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่น สารอินทรีย์ก็เป็นเบาะแสสำคัญ และเราได้รับเบาะแสที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่เรากำลังดำเนินการสำรวจปากแม่น้ำโบราณ” ชาร์มากล่าว

ก่อนหน้านี้เพอร์เซเวียแรนส์เคยตรวจพบสารอินทรีย์บนดาวอังคารมาก่อนแล้ว แต่คราวนี้เป็นการตรวจพบในพื้นที่ที่อาจเคยมีสิ่งมีชีวิต

ฟาร์ลีย์กล่าวว่า “ในอดีตอันไกลโพ้น ทราย โคลน และเกลือที่ประกอบขึ้นเป็นไวลด์แคตริดจ์ถูกสะสมเป็นตะกอนภายใต้สภาวะที่สิ่งมีชีชีวิตสามารถเจริญเติบโตได้”

เขาเสริมว่า “ข้อเท็จจริงที่ว่ามีสารอินทรีย์ถูกค้นพบในหินตะกอนดังกล่าว ซึ่งเป็นที่รู้จักบนโลกว่ามักเป็นหินที่พบฟอสซิลสิ่งมีชีวิตโบราณ เป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุที่มีอยู่ในไวลด์แคตริดจ์จะต้องรอจนกว่ามันจะถูกส่งกลับมายังโลกเพื่อการศึกษาในเชิงลึก”

 

เรียบเรียงจาก CNN / NASA

ภาพจาก NASA

นักวิทย์ผุดแผนซื้อเวลา! ทำให้ขั้วโลกเหนือ-ใต้กลับมาเย็นอีกครั้ง

นักวิจัย ชี้ โลกร้อนเป็นต้นเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปากีสถาน

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ