สุดปัง! ธุรกิจไลฟ์ขายของในจีน เส้นทางสู่การเป็นเศรษฐี


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของจีนยังไม่ค่อยฟื้นตัวดีนัก มีธุรกิจหนึ่งที่ประสบความสำเร็จและเติบโตเป็นอย่างมาก นั่นก็คือธุรกิจของ "นักไลฟ์สดขายของ"

ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของจีนยังไม่ค่อยฟื้นตัวได้ดีนักหลังการแพร่ระบาดของโควิด 19 แต่กลับมีธุรกิจหนึ่งที่ประสบความสำเร็จและเติบโตเป็นอย่างมาก นั่นก็คือธุรกิจของสตรีมเมอร์ หรือนักไลฟ์สดขายของ โดยพบว่าพวกเขาเหล่านี้กวาดรายได้เป็นกอบเป็นกำกว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ไม่กี่เดือนหลังจาก จาง จินหยู สาวชาวจีนวัย 28 ปี ได้เริ่มต้นอาชีพนักไลฟ์สดขายของอย่างเต็มตัว เธอก็ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับแบรนด์หรูชื่อดังอย่าง อีฟ แซง โลร็อ

ศาลอังกฤษตัดสินพยาบาลสาวมีความผิดจริง คดีฆ่าทารก 7 ศพ

“ซี่โครงหมูแพลนต์เบส” ในอนาคต แม้แต่กระดูกก็จะทำจากพืช!

WHO-สหรัฐ จับตาโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ “BA.2.86” กลายพันธุ์ 36 ตำแหน่ง

จาง เป็นอดีตนางแบบ อีกทั้งยังเป็นบล็อกเกอร์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านแฟชั่นเป็นอย่างดี เพราะเธอจบปริญญาโทด้านแฟชั่นมาโดยเฉพาะ ในแต่ละวันของการทำงานของจางนั้น อาจกินระยะเวลายาวนานมากกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งเธอต้องพูดไม่หยุดตลอดการไลฟ์ นี่ยังไม่นับรวมเวลาที่ใช้ไปกับการนั่งจัดแต่งทรงผม แต่งหน้า และเวลาบรีฟงานกับทีมอีก

จาง เปิดเผยว่าเธอชอบที่จะทำการแสดงต่อหน้าผู้คน ชอบออกกล้อง และหวังว่าจะได้มายืนอยู่หน้ากล้องทุกๆ วัน ซึ่งแม้ว่าในแต่ละวันทำงานของจางจะหนักหนาแค่ไหน แต่จางกลับเป็นหนึ่งในหนุ่มสาวชาวจีนหลายล้านคนที่พยายามจะประสบความสำเร็จในเส้นทางการไลฟ์สดขายของกับแพลตฟอร์มบริษัทสินค้าออนไลน์มากมาย ทั้ง ทีมอลล์ และเถาเป่าของอาลีบาบา โต่วอิน ของไบท์แดนซ์ ที่เป็นเจ้าของติ๊กต่อก เป็นต้น

จีนขายเก่งไม่เว้นสินค้าพรีเมียมในตลาดเฉพาะกลุ่ม

ในขณะที่นักไลฟ์สดขายของรายใหญ่หลายเจ้าที่ซึ่งไลฟ์ขายของทุกอย่างตั้งแต่กระดาษชำระในห้องน้ำไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้ในบ้านในราคาลดกระหน่ำ และแน่นอนพวกเขาเหล่านี้ต่างก็สามารถสร้างกำไรจากการไลฟ์ขายของได้มากกว่าครึ่งของสินค้าทั้งหมดที่มีอยู่ของอาลีบาบา ในทางกลับกันอินฟลูเอนเซอร์ในตลาดนิช หรือตลาดเฉพาะกลุ่มอย่างจาง กลับไลฟ์ขายเฉพาะสินค้าระดับพรีเมียมในราคาปกติ

ไชนิง ลี รองประธานบริษัทเอเจนซีไลฟ์สดที่ชื่อว่า Romomo บอกกับรอยเตอร์สว่าสินค้าที่นำมาไลฟ์ขายโดยเฉพาะแบรนด์จากต่างประเทศ ทางบริษัทมีความใส่ใจเพื่อจะต้องออกขายทุกวัน ซึ่งทางบริษัทดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์พื้นฐานคือการขายในราคาตามจริง นอกเหนือจากนี้ไม่ใช่แค่นักไลฟ์สดสินค้าชั้นดีเหล่านี้จะต้องโปรโมตการขายหน้ากล้องเท่านั้น แต่พวกเขาต้องมองให้ออกและเข้าใจอย่างกระจ่างถึงความต้องการของลูกค้าเวลาต้องทำการตัดสินใจซื้อ

ฉวี เจียนหนิง หนึ่งในนักไลฟ์สดสินค้าแบรนด์หรูบอกกับรอยเตอร์สว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าจะช่วยทำให้เกิดความเชื่อใจและปิดยอดการขายได้สำเร็จ แต่ต้องเป็นการสื่อสารที่เป็นไปด้วยดีทั้ง 2 ฝ่าย

ฉวีกล่าวว่า “การสร้างความเชื่อใจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าตราบใดที่การสื่อสารระหว่างคุณกับลูกค้าหรือคุณทำให้มันน่าสนใจพอ เมื่อนั้นคุณก็อาจจะกลายเป็นเพื่อนได้เลยกับลูกค้าได้ และความเชื่อใจก็จะตามมา ซึ่งความสัมพันธ์ตรงนี้แหละที่จะมากระตุ้นให้ลูกค้าเต็มใจจะซื้อไปจนถึงปลายทาง”

นักไลฟ์สดไปได้ดี แต่กระทบตลาดสินค้าแบรนด์หรูมือสอง

ในขณะที่การช้อปปิ้งออนไลน์อำนวยความสะดวกได้มากขึ้น แต่กลับพบว่าการไลฟ์สดขายสินค้าแบรนด์หรูที่กล่าวไปนั้นกระทบต่อตลาดสินค้าแบนรนด์หรูมือสองด้วยเช่นเดียวกัน อย่าง ZZER (จื่อเอ้อ) ตลาดอีคอมเมิร์ซสินค้าแบรนด์หรูมือสองเจ้าใหญ่ของจีน ซึ่งให้บริการผู้ขายที่อยากจะปล่อยสินค้ามือสองของตนเองหรือผู้ซื้อที่อยากจะซื้อสินค้ามือสองในราคาถูก แต่หลังจากเหล่านักไลฟ์สดที่ประสบความสำเร็จในการขายสินค้าแบรนด์ ZZER (จื่อเอ้อ) พบว่ามีจำนวนผู้ชมที่ชมไลฟ์สดเหล่านั้นทยอยเอาสินค้าที่ตนซื้อมาโดยไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้มาขายต่อที่นี่เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ZZER (จื่อเอ้อ) ได้ตัดแพลตฟอร์มบุคคลที่สามที่ไลฟ์สดขายสินค้าของ ZZER (จื่อเอ้อ) ไปแล้ว โดยทางบริษัทได้เปิดการไลฟ์สดผ่านแอปพลิเคลันของตัวเองเพียงรายเดียว และนับแต่นั้นเป็นต้นมาปรากฎว่ายอดการคืนสินค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัดจาก 40 เปอร์เซ็นต์ เหลือแค่เพียง 5 เปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียง 3 เดือน

จู ไตนีซี ผู้ก่อตั้ง ZZER (จื่อเอ้อ) บอกว่าสินค้าแบรนด์เนมนั้นไม่ใช่แค่จะสนใจเฉพาะการคำแนะนำจากผู้ไลฟ์สดในสินค้าชิ้นนั้นเพื่อทำยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ควรให้ความสำคัญกับความรู้เบื้องต้นของสินค้าแต่ละชิ้นด้วย

นักไลฟ์สดทั้งหลายเหล่านี้โกยกำไรเป็นกอบเป็นกำ โดยข้อมูลอ้างอิงจากบริษัท eMarketer ที่ทำข้อมูลวิจัยในตลาดอีคอมเมิร์ซพบว่านักไลฟ์สดขายสินค้าสามารถทำกำไรจากยอดขายในจีนได้กว่า 4 แสน 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่แล้ว หรือเพิ่มขึ้นมาถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสวนทางกับเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังซบเซาและยังไม่ฟื้นตัวจากการระบาดของโควิด 19 ซึ่งในบรรดาธุรกิจไลฟ์สดนี้มีการว่าจ้างคนมาไลฟ์มากถึง 1.23 ล้านคนจากข้อมูลของ iResearch ในปี 2020

ส่วนในมุมของลูกค้าที่เป็นผู้ชมคลิปบ้างก็ซื้อบ้างก็ชมเฉยๆ อย่าง ริตา หวง บอกว่าทุกๆ วันเธอจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงดูไลฟ์สดที่มีทั้งเต้นโชว์ไปจนถึงขายสินค้า ซึ่งสำหรับเธอพบว่ามันน่าสนใจมาก และด้วยความที่ไม่มีเวลาไปเปรียบเทียบราคาสินค้าจากช่องทางขายอื่นๆ การนำเสนอสินค้าให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ก็ทำให้เธอตกลงซื้อได้ง่ายขึ้น

หวงบอกว่า “ฉันคิดว่าพวกคนที่ไลฟ์ขายระดับท็อปๆ สามารถเรียกความสนใจจากฉันได้ แต่ไม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจว่าฉันจะซื้อหรือไม่ แต่เพราะฉันคิดว่าราคาของสินค้าบางทีมันอาจจะแพงกว่าหรือถูกกว่าที่อื่นๆ แต่ฉันไม่มีเวลาไปหาดูเพื่อเปรียบเทียบ ถ้าช่องหนึ่งถูกกว่า 100 หยวนแบบนี้เป็นต้น แต่ในทางตรงกันข้าม พวกเขากลับมีการนำเสนอการขายสินค้าได้น่าสนใจมาก ซึ่งฉันก็ไล่ดูหมดตั้งแต่โชว์เต้นไปจนถึงมาขายของ ซึ่งจริงๆ แล้วพวกของใหม่ๆ เหล่านี้แหละที่ทำให้ฉันซื้อ ฉันรู้สึกว่าก็ค่อนข้างดี”

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ