นักวิทย์พบ ดาวอังคารอาจมีอิทธิพลต่อมหาสมุทรบนโลกของเรา!?


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยงานวิจัยใหม่ พบความเชื่อมโยงระหว่างดาวอังคาร กับกระแสน้ำในสมหาสมุทรลึกบนโลก

เป็นที่รู้กันว่าบริวารของโลกอย่างดวงจันทร์ มีอิทธิพลต่อมวลน้ำบนโลก โดยเป็นตัวการที่ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง แต่งานวิจัยล่าสุดพบว่า ไม่ใช่แค่ดวงจันทร์เท่านั้น แม้แต่เพื่อนบ้านที่อยู่ห่างออกไปจากโลก 225 ล้านกิโลเมตรอย่าง “ดาวอังคาร” ก็มีอิทธิพลต่อสมหาสมุทรบนโลกเช่นกัน

นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ตะกอนจากใต้ทะเลลึกหลายร้อยแห่งในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา เพื่อศึกษาอดีตของโลกเมื่อหลายสิบล้านปีก่อน และทำความเข้าใจความแรงของกระแสน้ำลึกในมหาสมุทร

คอนเทนต์แนะนำ
“เจมส์ เว็บบ์” พบหนึ่งในดาวฤกษ์โบราณเก่าแก่ที่สุดในจักรวาล
การต่อสู้ที่ไร้จุดจบ! พบหลุมดำแฝดพยายามกลืนกินกันและกันมานับกัปกัลป์
พบดวงจันทร์ดาวยูเรนัส-เนปจูนเพิ่ม 3 ดวง หนึ่งในนั้นทุบสถิติมีขนาดเล็กที่สุด

ดาวอังคารอาจมีอิทธิพลต่อมหาสมุทรบนโลกของเรา AFP/United Arab Emirates Space Agency
ดาวอังคาร

สิ่งที่พบทำให้พวกเขาประหลาดใจ เพราะตะกอนเผยให้เห็นว่า กระแสน้ำในทะเลลึกมีการอ่อนกำลังลงและแข็งแกร่งขึ้นเป็นวัฏจักรทุก ๆ 2.4 ล้านปี เอเดรียนา ดุตเคียวิช นักตะกอนวิทยาจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้คาดหวังที่จะค้นพบวัฏจักรเหล่านี้

พวกเขาพบว่า มีการแตกเกิดขึ้นในแกนตะกอนที่พวกเขาวิเคราะห์ ทั้งที่ปกติแล้วตะกอนทะเลน้ำลึกจะก่อตัวเป็นชั้นต่อเนื่องกันในสภาวะสงบ และจะไม่มีร่องรอยแตก เท่ากับว่า เกิดกระแสน้ำในมหาสมุทรที่รุนแรงขึ้น และขัดขวางกระบวนการนั้น รวมถึงทิ้งร่องรอยที่สามารถมองเห็นได้

นักวิทยาศาสตร์จึงทำแผนที่ศึกษาจุดที่พบตะกอนแตกเหล่านี้ แต่ปัญหาคือ พวกเขาไม่พบเลยว่าอะไรจะเป็นตัวกำหนดหรือมีอิทธิพลทำให้เกิดวัฏจักรนั้นได้ จนกระทั่งคิดถึงความเป็นไปได้หนึ่ง นั่นคือ “ดาวอังคาร”

เธอบอกว่า “พวกมันเชื่อมโยงกับวัฏจักรจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างดาวอังคารและโลกที่โคจรรอบดวงอาทิตย์” และเสริมว่า นี่เป็นการศึกษาครั้งแรกที่พบความเชื่อมโยงเหล่านี้

ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงส่งผลกระทบซึ่งกันและกันผ่านปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “การสั่นพ้อง” (Resonance) หรือการที่วัตถุสองดวงซึ่งโคจรอยู่ใกล้กัน ใช้แรงโน้มถ่วงผลักและดึงกันและกัน ซึ่งบางครั้งเรียกว่าเป็นการประสานกันระหว่างดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างไกล

ปฏิสัมพันธ์ดังกล่าวนี้จะเปลี่ยนรูปร่างของวงโคจร ส่งผลต่อความใกล้และระยะห่างจากดวงอาทิตย์

นั่นหมายความว่า การมีปฏิสัมพันธ์กับดาวอังคาร ทำให้ช่วงเวลาที่โลกได้รับพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึงสภาพอากาศที่อุ่นขึ้น และวัฏจักรที่อุ่นขึ้นเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับกระแสน้ำในมหาสมุทร

แม้ว่าวัฏจักร 2.4 ล้านปีนี้จะส่งผลกระทบต่อการอุณหภูมิโลกและกระแสน้ำในมหาสมุทร แต่ก็เป็นวัฏจักรตามธรรมชาติ และไม่เกี่ยวกับภาวะโลกร้อนอย่างรวดเร็วที่โลกกำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน

ทีมวิจัยบรรยายถึงกระแสน้ำเหล่านี้หรือกระแสน้ำวนที่เกิดขึ้นว่าเป็น “กระแสน้ำวนขนาดยักษ์” ที่สามารถไปถึงก้นมหาสมุทรลึกได้ กัดกร่อนพื้นทะเลและก่อให้เกิดรอบแตกในตะกอนจำนวนมาก

หรือก็คือ ถ้าไม่มีอิทธิพลจากดาวอังคาร จะไม่เกิดกระแสน้ำในสมหาสมุทรลึกขนาดนั้นได้ และจะไม่มีทางพบร่องรอยการแตกในตะกอนที่ทีมวิจัยพบนั่นเอง

ทีมวิจัยแนะนำว่า มีความเป็นไปได้ที่กระแสน้ำวนเหล่านี้อาจสามารถช่วยบรรเทาผลกระทบบางส่วนจากการล่มสลายของกระแสน้ำกัลฟ์สตรีมในมหาสมุทรแอตแลนติก (AMOC) ได้ด้วย แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน

 

เรียบเรียงจาก CNN

เปิดสถิติ อาร์เซน่อล ทะลุ 8 ทีม ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก สิ้นสุดการรอคอยรอบ 14 ปี

"เอฟ นนท์พัฒน์" เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งในวัย 47 ปี

ทีมทนายความยัน ศาลไม่มีการออกหมายเรียก-หมายจับ “บิ๊กโจ๊ก”

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ใช้ปากเตะบอล | แมตช์สุดท้ายพรีเมียร์ลีก

ใช้ปากเตะบอล | แมตช์สุดท้ายพรีเมียร์ลีก

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ