เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร้อนระอุ เพื่อนบ้านเดือดไม่แพ้ไทย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเผชิญกับอากาศร้อนระอุ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประชาชนในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ต่างจากบ้านเรา

ที่เวียดนาม ประชาชนจำนวนมากในกรุงฮานอยเลือกที่จะใช้เวลาช่วงวันหยุดวันรวมชาติอยู่กับบ้าน เมื่อวานนี้ (30 เม.ย.)  ขณะที่เวียดนามกำลังเผชิญคลื่นความร้อนอุณหภูมิสูงถึง 44 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่

ฟาน ถิ ทัญ ถวี ประชาชนในกรุงฮานอย บอกว่า "มันร้อนมากและทำให้ฉันหมดแรง  ร่างกายฉันล้ามากและไม่สบายตัวเพราะเหงื่อออก ฉันไม่อยากออกมาข้างนอกเลย แต่นัดเพื่อนไว้แล้วก็เลยต้องออกมา ฉันอยู่บ้านทั้งวันเมื่อวานนี้ และตั้งใจว่าจะทำเหมือนเดิมพรุ่งนี้ เพราะว่าแดดแรงเกินไป"

คอนเทนต์แนะนำ
ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น เปิดเคล็ดลับใช้แอร์ตอนนอน ให้มีประสิทธิภาพที่สุด!

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร้อนระอุ เพื่อนบ้านเดือดไม่แพ้ไทย AFP/MANAN VATSYAYANA
ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญสภาพอากาศร้อนจัดไม่แพ้ไทย

วันรวมชาติเวียดนามตรงกับวันที่ 30 เม.ย. เป็นวันที่ฉลองครบรอบการรวมเวียดนามเหนือและใต้ในปี 1975 ปกติจะสถานที่สาธารณะต่างๆ จะแน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว แต่ปีนี้ นักท่องเที่ยวหลายคนพยายามอยู่ในร่มเพื่อเลี่ยงแสงแดดที่แผดเผา ทำให้ท้องถนนของกรุงฮานอยแทบจะไร้ผู้คน

นายดิญ วัน เหียว คนขับรถสามล้อ วัย 54 ปี บอกว่า อากาศที่ร้อนมากๆ ส่งผลกระทบต่ออาชีพของเขา แต่สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือหลบแดดใต้ต้นไม"ทันทีที่ความร้อนนี้มาถึง ลูกค้าก็หายไปหมด ผมหาเงินไม่ได้เลยตั้งแต่ 7 โมงเช้า เพราะอากาศร้อนเกินไป สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือหลบอยู่ใต้ต้นไม้ เพราะไม่มีอะไรทำ"

ศูนย์พยากรณ์อุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาแห่งชาติเวียดนามประกาศเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่า ภาวะร่างกายขาดน้ำและฮีทสโตรก  โดยระบุว่า ตรวจวัดอุณหภูมิสูงสุดในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคกลางของประเทศตั้งแต่ 40.2 ถึง 44.0 องศาเซลเซียส ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งอุณหภูมิจะไม่ลดลงจนกระทั่งต้นเดือนพฤษภาคม 

ส่วนที่กัมพูชา กระทรวงศึกษาธิการของกัมพูชาออกคำแนะนำเมื่อวันจันทร์ (29 เม.ย.) ให้โรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศ ระวังไม่ให้เด็กๆ ออกไปเล่นกลางแจ้ง หรือให้อยู่ในห้องเรียนระหว่างเวลาพัก หลังกัมพูชาทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  

นอกจากนี้ ยังขอให้เจ้าหน้าที่โรงเรียนคอยเตือนนักเรียนให้ดื่มน้ำมากๆ และแนะนำให้ฉีดน้ำบนหลังคาอาคารโรงเรียนเพื่อลดผลกระทบจากคลื่นความร้อน  ขณะเดียวกันก็แนะนำให้นักเรียนสวมเสื้อผ้าที่หลวม น้ำหนักเบา และมีสีอ่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวถูกแดดเผา

โฆษกกระทรวงทรัพยากรน้ำและอุตุนิยมวิทยาของกัมพูชาระบุว่า อุณหภูมิสูงสุดในกัมพูชาในช่วงนี้ ถือว่าสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกในรอบประมาณ 170 ปี  โดยอุณหภูมิในหลายจังหวัดแตะ 43 องศาเซลเซียส เมื่อวันจันทร์ และจะอยู่ในระดับนี้ต่อไปจนถึงวันพุธ (1 พ.ค.)

อย่างไรก็ตาม คาดว่าอุณหภูมิจะเริ่มลดลงในช่วงต้นเดือนพ.ค. เมื่อมีฝนตก

ด้านเมียนมา สำนักอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาของเมียนมา รายงานว่าเมือง 7 แห่งของเมียนมาเผชิญสภาพอากาศเดือนเมษายนที่ร้อนที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อวันอาทิตย์ (28 เม.ย.) ที่ผ่านมา

เมืองเชาะ ในภูมิภาคมะกเวทางตอนกลาง มีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 48.2 องศาเซลเซียส เมื่อวันอาทิตย์ (28 เม.ย.) นับเป็นอุณหภูมิเดือนเมษายนที่สูงสุดในรอบ 56 ปีตั้งแต่เริ่มมีการบันทึก ขณะที่เมืองญองอู สะกาย ตะดาอู ตองวิงยี มัณฑะเลย์ และซวงตู เผชิญกับวันที่ร้อนที่สุดในเดือนเมษายนในวันอาทิตย์เช่นกัน

ปกติแล้วเดือนเมษายน-พฤษภาคมจะเป็นเดือนที่อากาศร้อนที่สุดในเมียนมา เนื่องจากอุณหภูมิจะพุ่งสูงขึ้นก่อนเข้าสู่ฤดูมรสุม

ปิดท้ายที่ประเทศฟิลิปปินส์ คลื่นความร้อนที่แผดเผาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรกนั่งไม่ติด เนื่องจากผลผลิตของพวกเขาได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ปิลิง ปายูเยา เกษตรกร บอกว่า “พออากาศร้อนมากๆ พวกเขาไม่สามารถผลิตผลไม้และผักที่มีคุณภาพดีได้ นั่นคือผลจากความร้อน และเกษตรกรก็ต้องขาดทุนเพราะขายได้ราคาต่ำ เนื่องจากคุณภาพไม่ดี”  

พยากรณ์อากาศระบุว่า อุณหภูมิในเขตเมืองหลวงมะนิลา อาจพุ่งสูงถึง 37 องศาเซลเซียสในช่วงสองวันนี้ ขณะที่ค่าดัชนีความร้อนจะยังอยู่ที่ระดับ 45 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่อันตราย และสามารถทำให้เกิดฮีทสโตรกได้ เมื่ออยู่กลางแดดเป็นเวลานาน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ