กระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยว่าการซ้อมรบร่วมกับเบลารุสในระยะ 2 ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิ.ย เป็นการฝึกฝนการใช้อาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี ซึ่งจำกัดวงการโจมตีเฉพาะภายในพื้นที่สู้รบ แตกต่างจากนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างให้กับดินแดนของฝ่ายตรงข้าม
แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่าเป้าหมายของการซ้อมรบด้วยอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีคือการรักษาความพร้อมทั้งทางด้านกำลังพลและอุปกรณ์เพื่อปกป้องอธิปไตยของรัสเซียและเบลารุส
ด้าน ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ย้ำว่า การซ้อมรบในลักษณะนี้และการเตรียมพร้อมด้านการสู้รบเป็นเรื่องสำคัญ หากพิจารณาจากพฤติกรรมที่ไม่เป็นมิตร และยั่วยุตลอดเวลาจากสหรัฐฯ รวมถึงชาติพันธมิตรตะวันตกในยุโรป
เช่นเดียวกับ เซอร์เก ชอยกู เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติรัสเซีย ที่ระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีสาเหตุจากการที่ชาติะวันตกสนับสนุนยูเครน รวมถึงบทบาทของทหารจากชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ที่เดินทางไปร่วมรบในยูเครน
สำหรับการซ้อมรบนิวเคลียร์ระยะที่ 2 ของกองทัพรัสเซีย และเบลารุส มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างรัสเซียกับนาโต หลังสหรัฐฯ ฝรั่งเศสและเยอรมนีอนุญาตให้ยูเครนใช้อาวุธจากชาติตะวันตกโจมตีเป้าหมายทางทหารในดินแดนรัสเซียได้เมื่อปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
ชณะที่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศว่ารัสเซียอาจจัดส่งขีปนาวุธให้กับประเทศที่เป็นศัตรูกับชาติตะวันตก และล่าสุดเมื่อวานนี้เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ "คาซาน" (Kazan) และเรือฟริเกต "แอดมิรัล กอร์ชคอฟ" (Admiral Gorshkov) ของกองทัพเรือรัสเซียได้เดินทางถึงน่านน้ำคิวบาในมหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อฝึกซ้อมการใช้ยุทโทปกรณ์พิสัยไกล รวมทั้งปฏิบัติการต่อต้านเครื่องบิน
ส่วนสถานการณ์สู้รบในยูเครน นายไอฮอร์ เตเรคอฟ นายกเทศมนตรีเมืองคาร์คิฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ เปิดเผยระหว่างงานประชุมในประเทศเยอรมนีเมื่อวานนี้ ว่าสถานการณ์ในพื้นที่สงบลงชั่วคราว หลังจากกองทัพยูเครนประสบความสำเร็จในการโจมตีสถานที่ตั้งเครื่องยิงจรวดที่อยู่ภายในดินแดนรัสเซีย
อย่างไรก็ตามตลอด 24 ชั่วโมงระหว่างวันจันทร์ ถึงวันอังคาร รัสเซียยังคมโจมตีทางอากาศในยูเครนหลายจุด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน จำนวนนี้ 4 คนอยู่ใน ภูมิภาคคาร์คีฟ
จับตา! ศาล รธน.พิจารณาคดียุบพรรคก้าวไกล ลุ้นเปิดไต่สวนหรือไม่?