นักวิจัยใช้กระแสไฟฟ้า รักษาความเจ็บปวดจากการเลิกรากับคนรัก


โดย PPTV Online

เผยแพร่




งานวิจัยเผย การกระตุ้นสมองด้วยกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ สามารถช่วยรักษาความเจ็บปวดจากการเลิกรากับคนรักได้

“การเลิกรา” ระหว่างคนเคยรักกันนั้นเป็นเรื่องยากที่จะทำใจ โดยแต่ละคนจะมีระดับความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ละวิธีการรับมือส่วนบุคคล แต่อาจเกิดความเจ็บปวดรุนแรงถึงขั้นเป็น “Love Trauma Syndrome” (LTS) หรือภาวะความเจ็บปวดจากความรัก

LTS อาจทำให้เกิดความทุกข์ทางอารมณ์ ภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล อาการนอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน การคิดวนเวียนแต่เรื่องเดิม และเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายมากขึ้น รวมถึงความรู้สึกไม่มั่นคง ทำอะไรไม่ถูก และรู้สึกผิด

คอนเทนต์แนะนำ
สหรัฐฯ สั่งสอบ “เซาท์เวสต์แอร์ไลน์ส” บินเหนือผิวมหาสมุทรเพียง 120 เมตร
หลายชาติไม่ลงนามแถลงการณ์ประชุมสุดยอดสันติภาพยูเครน รวมถึงไทยด้วย
ผู้แสวงบุญเสียชีวิตจากอากาศร้อน 14 ราย ระหว่างประกอบพิธีฮัจญ์ในซาอุฯ

นักวิจัยใช้กระแสไฟฟ้า รักษาความเจ็บปวดจากการเลิกรากับคนรัก Freepik/EyeEm
ผู้ที่อกหักหรือเลิกรากับคนรัก อาจเกิดภาวะความเจ็บปวดจากความรัก (Love Trauma Syndrome) ได้

ในขณะที่หลายคนบอกว่า เวลาจะเป็นยารักษาที่ดีที่สุด แต่ล่าสุด นักวิจัยพบวิธีการใหม่ในการรักษาหัวใจที่แหลกสลายและความเจ็บปวดที่เกิดจากการเลิกรากับคนรักแล้ว

การวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Psychiatric Research รายงานว่า การกระตุ้นสมองด้วยแระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ เพียงไม่นาทีต่อวัน อาจช่วยบรรเทาความทุกข์ ความรู้สึกด้านลบ และความหดหู่ที่เกิดขึ้นจากความรักได้

นักวิจัยทำการทดสอบกับอาสาสมัคร 36 คนที่กำลังบอบช้ำจากความรักถึงขั้นเป็น LTS โดยให้สวมอุปกรณ์คล้ายหูฟัง ซึ่งจะกระตุ้นสมองด้วยกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ

อาสาสมัครถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม โดยทุกกลุ่มสวมชุดหูฟังกระตุ้นสมองด้วยกระแสตรง (tDCS) เป็นเวลา 20 นาที วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 5 วัน

แต่ที่ต่างกันคือ กลุ่มแรก กระแสไฟฟ้ากระตุ้นสมองผ่านส่วนบนของเปลือกสมองกลีบหน้าผากส่วนหน้า (Dorsolateral Prefrontal Cortex; DLPFC)

กลุ่มที่สอง กระแสไฟฟ้ามุ่งเป้าไปที่ส่วนล่างของเปลือกสมองกลีบหน้าผากส่วนหน้า (Ventrolateral Prefrontal Cortex; VLPFC)

และกลุ่มที่สาม เป็นกลุ่มควบคุม ชุดหูฟังจะถูกปิดและไม่มีการส่งกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นสมอง

DLPFC และ VLPFC เป็นส่วนของสมองที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์ที่ควบคุมได้ (Voluntary Emotion Regulation) การศึกษาเกี่ยวกับการสร้างภาพระบบประสาทก่อนหน้านี้แนะนำว่า มีความเชื่อมโยงทางประสาทวิทยาระหว่างประสบการณ์การเลิกราและการจากไป และบริเวณกลีบสมองส่วนหน้า

การศึกษาได้ข้อสรุปว่า สำหรับอาการ LTS การกระตุ้นสมองแบบ DLPFC นั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าการกระตุ้นแบบ VLPFC

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยซันจันในอิหร่าน และมหาวิทยาลัยบีเลเฟลด์ในเยอรมนี ระบุว่า “การรักษาแบบทั้ง DLPFC และ VLPFC ลดอาการ LTS ได้อย่างมีนัยสำคัญ และลดสภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลได้เมื่อเทียบกับกลุ่มได้รับการรักษาหลอก”

พวกเขาเสริมว่า “การรักษาแบบ DLPFC ต่อกลุ่มผู้มีอาการชอกช้ำจากความรักนั้นได้ผลดีกว่าผลของการรักษาแบบ VLPFC อย่างมีนัยสำคัญ”

ทีมวิจัยกล่าวว่า 1 เดือนหลังจากหยุดการรักษา อาสาสมัครยังคงรู้สึกดีขึ้น “ผลลัพธ์ที่น่าคาดหวังเหล่านี้จำเป็นต้องมีการจำลองแบบในการทดลองขนาดใหญ่ขึ้น”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการนำเทคนิคต่าง ๆ เช่น tDCS มาใช้ในการวิจัยทางคลินิก มีรายงานว่าหน่วยงานสาธารณสุขอังกฤษกำลังทดสอบชุดหูฟังที่คล้ายกันเพื่อดูว่าสามารถช่วยรักษาอาการซึมเศร้าเล็กน้อยได้หรือไม่

“เนื่องจากอารมณ์เชิงลบจะครอบงำจิตใจเราหลังจากความล้มเหลวของความสัมพันธ์ทางอารมณ์และเกิดความผิดปกติทางอารมณ์ การควบคุมอารมณ์จึงถือเป็นเป้าหมายหลักของการรักษา แม้ว่าวิธีการรักษาที่มีประสิทธิผลที่ใช้มาตลอด เช่น การบำบัดด้วยความรู้ความเข้าใจและพฤติกรรม จะยังคงมีอยู่ แต่แนวทางการรักษาที่เป็นนวัตกรรมนั้นมีคุณค่าเช่นนั้น เพราะการรักษาแบบเดิมใช้ไม่ได้ผลกับผู้ป่วยทุกราย” ทีมวิจัยกล่าว

พวกเขาเสริมว่า “การพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างบาดแผลจากความรักและการควบคุมทางอารมณ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นการทำงานของพื้นที่เฉพาะของสมองและวิธีการรักษาที่จัดการกับพื้นที่สมองที่เกี่ยวข้องอาจมีแนวโน้มที่ดี”

 

อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม ที่นี่

เรียบเรียงจาก The Guardian

วิเคราะห์บอล! ยูโร 2024 ออสเตรีย พบ ฝรั่งเศส 17 มิ.ย.67

พยากรณ์ฝนล่วงหน้า! มรสุมปกคลุมกำลังแรง-แนวโน้มฝนกระจายเพิ่มขึ้น

เลือก สว.กทม. มาสาย 17 คน “สนธิญา-เหรียญทอง-สันธนะ” ไม่ได้ไปต่อ

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ