ท่าเรือเมืองโฮเดดาห์ (Hodeidah) ทางภาคตะวันตกของประเทศเยเมน เกิดเปลวไฟลุกท่วมอย่างรุนแรงหลังจากกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ IDF ส่งฝูงเครื่องบินนรบโจมตีเป้าหมายทางทหารในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา
สำนักข่าว "อัล มาซิราห์ ทีวี" (Al-Masirah TV) ของกลุ่มติดอาวุธฮูตี รายงานโดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเยเมน ระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 87 คน โดยสถานที่ที่ได้รับความเสียหายเป็นสถานีจ่ายกระแสไฟฟ้าและสาธารณูปโภคในกระบวนการผลิตน้ำมัน
ขณะที่สภาการเมืองสูงสุดของกลุ่มฮูตีประกาศว่า จะโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ในอิสราเอลเพื่อตอบโต้การกระทำของอิสราเอล
ด้านทีมโฆษกกองทัพอิสราเอล ระบุว่า ท่าเรือเมืองโฮเดดาห์แห่งนี้ถูกใช้เป็นจุดรับมอบอาวุธที่ถูกส่งมาจากอิหร่าน ซึ่งเป้าหมายที่ถูกโจมตีเป็นสถานที่ถูกใช้งานควบคู่ไปกับจุดประสงค์ด้านอื่นเช่นการผลิตพลังงาน
โดย โยอาฟ กัลแลนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอลระบุว่า การโจมตีเป้าหมายในเมืองโฮเดดาห์เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปถึงกลุ่มฮูตี และเพิ่มแรงกดดันให้กลุ่มติดอาวุธดังกล่าวยุติการสนับสนุนแนวร่วมปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา
นอกจากนี้ กัลแลนท์ยังย้ำว่า การโจมตีท่าเรือเมืองโฮเดดาห์ในเยเมนซึ่งอยู่ห่างจากอิสราเอลถึง 1,800 กิโลเมตร เป็นการแสดงให้เห็นว่ากองทัพอิสราเอลมีศักภาพปฏิบัติภารกิจได้ทุกเป้าหมายไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเพียงใด
โดยการโจมตีของอิสราเอลเป็นการตอบโต้ความเคลื่อนไหวของกลุ่มฮูตีที่ส่งโดรนสัญชาติอิหร่านเข้ามาโจมตีพื้นที่กรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของประเทศ ทำให้อาคารที่พักอาศัยหลายแห่งได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิต 1 คน
ซึ่งกองทัพอิสราเอล ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถตรวจจับโดรนลำนี้ได้ แต่สาเหตุที่ไม่สมารถยิงสกัดได้เป็นเพราะผิดพลาดของเจ้าหน้าที่
ส่วนปฎิบัติการเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกที่อิสราเอลถล่มเป้าหมายในเยเมนโดยตรงเพื่อตอบโต้กลุ่มฮูตีโจมตีอิสราเอลกว่า 200 ครั้ง นับตั้งแต่สงครามกวาดล้างกลุ่มฮามาสเปิดฉากขึ้นตั้งแต่เดือน ต.ค. ปี 2023
โดยก่อนหน้านี้ อิสราเอลได้ปล่อยให้หน้าที่การรับมือกับกลุ่มฮูตีเป็นของพันธมิตรชาติตะวันตกที่นำโดยสหรัฐและอังกฤษ ซึ่งได้ร่วมกันปกป้องเรือส่งสินค้าในเส้นทางทะเลแดง