สำนักข่าวบลูมเบิร์กของสหรัฐฯ รายงานว่า กองทัพยูเครนได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกล “สตอร์ม ชาโดว์” (Storm Shadow) ที่ได้รับมอบจากสหราชอาณาจักร ในการโจมตีเป้าหมายในภูมิภาคเคิร์สก์และภูมิภาคคราสโนดาร์ของรัสเซีย
เจ้าหน้าที่รัฐบาลชาติตะวันตกคนหนึ่งอ้างว่า รัฐบาลอังกฤษได้อนุมัติการยิงขีปนาวุธสตอร์มชาโดว์โจมตีรัสเซียเพื่อตอบโต้ที่รัสเซียส่งกำลังทหารเกาหลีเหนือเข้าร่วมปฏิบัติการยึดคืนภูมิภาคเคิร์สก์จากทหารยูเครน
ด้านสื่อรัสเซียบนแพลตฟอร์มเทเลแกรมเปิดเผยว่า มีขีปนาวุธสตอร์มชาโดว์จำนวน 12 ลูกถูกยิงเข้าสู่ภูมิภาคเคิร์สก์ในช่วงบ่ายวันที่ 20 พ.ย. แต่ทั้งหมดถูกสกัดเอาไว้ได้โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังไม่เคยมีรายงานมาก่อนว่า สหราชอาณาจักรอนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธของพวกเขาโจมตีเข้าสู่ดินแดนของรัสเซีย แต่รัฐบาลอังกฤษยังไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อรายงานเรื่องการใช้จรวดสตอร์มชาโดว์
วิธีกินแอปเปิลให้ได้ประโยชน์สูงสุด สารพฤกษเคมี ช่วยต้านอนุมูลอิสระด้วย
ขณะที่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียส่งสัญญาณเตือนสหรัฐฯ กับชาติพันธมิตรว่า การอนุญาตให้ยูเครนใช้อาวุธที่ตะวันตกมอบให้โจมตีลึกเข้าไปในดินแดนของรัสเซีย จะถือว่าเป็นการขยายขอบเขตของสงครามครั้งใหญ่
สำหรับขีปนาวุธสตอร์มชาโดว์ มีพิสัยทำการสูงสุดประมาณ 250 กิโลเมตร เป็นอาวุธประเภทยิงออกจากเครื่องบิน และพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วใกล้เคียงกับเสียง เคลื่อนที่ในระดับต่ำผ่านภูมิประเทศแบบต่าง ๆ ก่อนทิ้งตัวสู่เป้าหมาย และจุดระเบิดหัวรบระเบิดแรงสูง
โดยคุณสมบัติโดดเด่นที่สุดของสตอร์มชาโดว์คือ การทะลวงหลุมหลบภัยและคลังอาวุธแบบที่รัสเซียใช้ในการทำสงครามกับยูเครน โดยสตอร์มชาโดว์มีราคาลูกละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35 ล้านบาท
ส่วนความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ในการช่วยเหลือยูเครนยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯคนหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่าประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้อนุมัติส่งมอบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Anti-Personnel Land Mine) ให้กับยูเครน ซึ่งคาดว่าจะช่วยชะลอการรุกคืบของรัสเซียในยูเครนตะวันออกได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับอาวุธอื่น ๆ จากสหรัฐฯ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เชื่อว่า ยูเครนจะใช้ทุ่นระเบิดที่ได้รับเฉพาะในเขตดินแดนของตนเอง ไม่นำไปติดตั้งในเขตรัสเซีย และให้คำมั่นว่าจะไม่ใช้ในพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่
เจ้าหน้าที่รายนี้กล่าวว่า ทุ่นระเบิดของสหรัฐฯ แตกต่างจากทุ่นระเบิดของรัสเซียตรงที่ทุ่นระเบิดเหล่านี้ “ไม่คงอยู่ถาวร” และจะไม่ระเบิดหลังจากพ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ รวมถึงทุ่นระเบิดเหล่านี้ต้องใช้แบตเตอรี่จึงจะระเบิดได้ และจะไม่ระเบิดเมื่อแบตเตอรี่หมด